กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 66|ตอบกลับ: 1

Social distancing

[คัดลอกลิงก์]

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-4-2020 10:22:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-4-2020 10:26

คำถาม : Social distancing เป็นกุศลใช่ไหม

คำตอบ : ต้องทราบนิยาม คำว่า กุศล ตามที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า กุศลนั้นคืออย่างไร ทรงตรัสว่า ท่อธารแห่งบุญ จะเป็นที่ไหลออกของกุศล ดังนั้นทางมาแห่งบุญ หรือทรงตรัสใช้คำว่า บุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการ อันได้แก่ ทาน ศีล และ ภาวนา จะเป็นทางมาแห่งบุญ เป็นที่ไหลออกของกุศลธรรมทั้งหลาย ทรงตรัสเรื่องของกุศลในอีกแง่คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ อันได้แก่ เว้นจากการ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม การกล่าวเท็จ กล่าวส่อเสีย กล่าวคำหยาบ กล่าวเพ้อเจ้อ อภิชฌา พยาบาท และมิจฉาทิฏฐิ   เมื่อเว้นจากการประพฤติด้วยธรรม ๑๐ อย่างนี้ ชื่อว่า เป็นความประพฤติเรียบร้อย เป็นเครื่องแยกแยะสัตบุรุษและอสัตบุรุษ เป็นธรรมเครื่องปลงบาป เป็นความสะอาด ธรรมทั้ง ๑๐ ประการนี้มีอยู่แก่ผู้ใด แม้บุคคลนั้นจะทำ Social distancing หรือ ไม่ทำ Social distancing ก็ชื่อว่าเป็นผู้กระทำกุศล เป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย เป็นสัตบุรุษ เป็นผู้สะอาดส่วน ๓ (กาย วาจา และใจ) อย่างนี้ครับ

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-4-2020 10:26:46 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-4-2020 10:28

คำถาม : ด้วยโทษของการอยู่ด้วยความคลุกคลีในหมู่คณะ ซึ่งไม่เฉพาะการไม่คลุกคลีทางกายเท่านั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนแม้การไม่คลุกคลีทางใจด้วย นั่นคือทรงสอนการป้องกันโรคทั้งทางกายและทางใจด้วย ขอท่านผู้รู้ช่วยอธิบายขยายความด้วยครับ




คำตอบ : ว่าด้วยเรื่องของการไม่คลุกคลีนั้น เป็นธรรมกถาอย่างหนึ่งในบรรดาธรรมกถา ๑๐ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง เป็นที่สบาย แก่การเปิดโล่งแห่งจิต ด้วยเหตุนี้จึงทรงตรัสสรรเสริญการไม่คลุกคลีด้วยหมู่เป็นปกติ เพราะเมื่อไม่ตามประกอบซึ่งความพอใจในหมู่หรือคณะอยู่ จะเป็นผู้ผู้เดียวในความสงบสงัดอยู่ได้นั้น ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้



เมื่อเป็นผู้ผู้เดียวในความสงบสงัดนั้น จะถือเอานิมิตแห่งจิตได้นั้น ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้

เมื่อถือเอาซึ่งนิมิตแห่งจิตได้อยู่ จะทำสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์ได้ ข้อนี้เป็นฐานะที่มีได้

เมื่อทำสัมมาทิฏฐิให้บริบูรณ์ ได้แล้ว จะทำสัมมาสมาธิให้บริบูรณ์ได้นั้น ข้อนี้ก็เป็นฐานะที่มีได้



เมื่อทำสัมมาสมาธิให้บริบูรณ์ได้แล้ว ทรงตรัสว่าจะละสัญโญชน์ทั้งหลายได้ และจะทำให้แจ้งซึ่งนิพพานอันเป็นที่สุดแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ ก็จะเป็นฐานะที่มีได้ตามลำดับแห่งธรรมทั้งหลาย ย่อมไหลไปสู่ธรรมทั้งหลายด้วยอาการอย่างนี้  ด้วยการประพฤติอย่างนี้แล้วชื่อว่า เป็นการดำรงชีพชอบ



แต่หากไม่สามารถหลีกออกจากหมู่ได้ ทรงตรัสว่า แม้กายไม่ออก(จากหมู่คณะ) แต่จิตออก คือ ไม่ตรึกไปถึง กาม พยาบาท และ การกระทำให้ตนและผู้อื่นเดือดร้อน ก็ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ผู้เดียวได้เช่นกันครับ ในทางกลับกัน หากแม้กายนั้นหลีกออกจากหมู่คณะ แต่ จิตไม่ออก ยังมีอกุศลธรรมคือ อกุศลวิตกใน กาม พยาบาท และเบียดเบียนอยู่ ก็ชื่อว่ายังเป็นผู้มีเพื่อนสอง คือ ตัณหานั้นเองคือ เพื่อนสองของเขา นั่นเอง

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 29-5-2020 14:04 , Processed in 0.047008 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน