กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 13222|ตอบกลับ: 74

พุทธวจน - พุทธจริยาวัตร

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 12-5-2012 20:59:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วง
สมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคท้องร่วง
นอนจมกองมูตรกองคูถของตนอยู่
ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคมีท่านพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ
เสด็จพระพุทธดำเนินไปตามเสนาสนะ
ได้เสด็จเข้าไปทางที่อยู่ของภิกษุรูปนั้น
ได้ทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปนั้นนอนจมกองมูตรกองคูถของตนอยู่
ครั้นแล้วเสด็จเข้าไปใกล้ภิกษุรูปนั้น แล้วตรัสถามว่า
เธออาพาธเป็นโรคอะไรภิกษุ?
ข้าพระพุทธเจ้าอาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระพุทธเจ้าข้า
เธอมีผู้พยาบาลไหมเล่า ภิกษุ?
ไม่มี พระพุทธเจ้า
เพราะเหตุไร ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลเธอ?
เพราะข้าพระพุทธเจ้ามิได้ทำอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย
ฉะนั้นภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลข้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าข้า
จึงพระผู้มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า
อานนท์ เธอไปตักน้ำมา เราจักสรงน้ำภิกษุรูปนี้
ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระพุทธบัญชาว่า
เป็นดังนั้น พระพุทธเจ้าข้า ดังนี้แล้ว
ตักน้ำมาถวาย พระผู้มีพระภาคทรงรดน้ำ
ท่านพระอานนท์ขัดสี พระผู้มีพระภาคทรงยกศีรษะ
ท่านพระอานนท์ยกเท้าแล้ววางบนเตียง

...ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอไม่มีมารดาไม่มีบิดา
ผู้ใดเล่าจะพึงพยาบาลพวกเธอ
ถ้าพวกเธอจักไม่พยาบาลกันเอง ใครเล่าจักพยาบาล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ผู้ใดจะพึงอุปัฏฐากเรา ผู้นั้นจึงพยาบาลภิกษุอาพาธ...

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 13-5-2012 08:53:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 13-5-2012 08:56

มหาสมุทรมีธรรม

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ปหาราทสูตร หัวข้อ ๑๐๙

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

2

กระทู้

13

เพื่อน

562

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
1
สตางค์
541
ความดี
5
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-9-2014
โพสต์เมื่อ 13-5-2012 17:51:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาเจ้าค่ะ D

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  สาธุ..สาธุ...สาธุ...!!!  โพสต์เมื่อ 14-5-2012 08:38

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 14-5-2012 08:27:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 15-5-2012 20:59


ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว
ทรงถือบาตร และจีวร เสด็จเข้าไปยังเมืองเวสาลีเพื่อบิณฑบาต
เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในเมือง   เวสาลีแล้ว เวลาปัจฉาภัต
เสด็จกลับจากบิณฑบาต ทอดพระเนตรเมืองเวสาลี      
เป็นนาคาวโลก แล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า

ดูกรอานนท์
การเห็นเมืองเวสาลีของตถาคตครั้งนี้
จักเป็นครั้งสุดท้าย
มาไปกันเถิดอานนท์เราจักไปยังบ้านภัณฑคาม
ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้น
พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงบ้านภัณฑคามแล้ว
ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ บ้านภัณฑคามนั้น ณ ที่นั้นแล
พระผู้มีพระภาครับสั่ง  กะภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เพราะไม่รู้แจ้ง แทงตลอดธรรม ๔ ประการ
เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน
อย่างนี้ ๔ ประการเป็นไฉน
เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดศีลอันเป็นอริยะ
เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนาน
เพราะไม่รู้แจ้งแทงตลอดสมาธิอันเป็นอริยะ ...
ปัญญาอันเป็นอริยะ ...  
วิมุตติอันเป็นอริยะ
เราและพวกเธอจึงเร่ร่อนท่องเที่ยวไปสิ้นกาลนานอย่างนี้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เราได้รู้แจ้งแทงตลอด
ศีลอันเป็นอริยะ
สมาธิอันเป็นอริยะ
ปัญญาอันเป็นอริยะ
วิมุตติอันเป็นอริยะแล้ว
ตัณหาในภพเราถอนเสียแล้ว   
ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพสิ้นแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มี ฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค หัวข้อ ๑๐๙

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 14-5-2012 08:37:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 14-5-2012 08:37


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 15-5-2012 08:50:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 27-5-2012 08:43

ทรงเป็นยามเฝ้าตลิ่งให้ปวงสัตว์


        ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนมีบุรุษผู้หนึ่ง ว่ายล่องกระแสน้ำลงไปเพราะเหตุจะได้สิ่งน่ารักน่าเพลินใจ        

มีบุรุษบัณฑิตผู้หนึ่ง ยืนอยู่บนฝั่ง

เห็นบุรุษผู้ว่ายน้ำนั้นแล้ว ร้องบอกไปว่า

“ท่านผู้เจริญ!ท่านย่อมว่ายล่องตามกระแสน้ำ

เพราะเหตุจะได้สิ่งน่ารักน่าเพลินใจโดยแท้

แต่ว่า ทางเบื้องล่างนั้นมีห้วงน้ำลึก

มีคลื่น มีน้ำวน มียักษ์มีรากษส

ซึ่งเมื่อท่านไปถึงที่นั่นแล้ว จักต้องตาย

หรือได้รับทุกข์เจียนตาย”

ภิกษุ ท. !

บุรุษผู้ว่ายล่องตามกระแสน้ำ นั้น ครั้นได้ฟังดังนั้นแล้วก็พยายาม

ว่ายทวนกระแสน้ำกลับมา ด้วยกำลังมือและเท้าทั้งหมดของเขา

       ภิกษุ ท. !
คำอุปมานี้ ตถาคตผู้ขึ้น
เพื่อให้รู้เนื้อความเนื้อความในเรื่องนั้น ดังนี้ :
คำว่า 'กระแสน้ำ'
เป็นชื่อแห่งตัณหา
คำว่า ‘สิ่งน่ารักน่าเพลินใจ'
เป็นชื่อแห่งอายตนะภายในหก
คำว่า`ห้วงน้ำลึก'
เป็นชื่อแห่งสัญโญชน์เบื้องต่ำห้าอย่าง
คำว่า `คลื่น'
เป็นชื่อแห่งความโกรธและความคับแค้น
คำว่า ‘น้ำวน'
เป็นชื่อแห่งกามคุณห้า
คำว่า ‘ยักษ์' และ’รากษส'
เป็นชื่อแห่งเพศตรงข้าม
คำว่า ‘ว่ายทวนกระแสกลับมา'
เป็นชื่อแห่งเนกขัมมะ
คำว่า ‘พยายามด้วยกำลังมือและเท้าทั้งหมด'
เป็นชื่อแห่งการปรารภความเพียร
คำว่า ‘บุรุษบัณฑิต ผู้ยืนอยู่บนฝั่ง'
เป็นชื่อแห่งตถาคต ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า



บาลี อิติวุ. ชุ. ๒๕/๓๑๖/๒๘๙

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 15-5-2012 21:03:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 15-5-2012 21:10


พระศาสดาทรงห้ามไม่ให้โกรธหากมีผู้ติเตียน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คนพวกอื่นจะพึงกล่าวติเรา ติพระธรรม ติพระสงฆ์ ก็ตาม
เธอทั้งหลายไม่ควรอาฆาต ไม่ควรโทมนัสน้อยใจ ไม่ควรแค้นใจในคนเหล่านั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คนพวกอื่นจะพึงกล่าวติเรา ติพระธรรม ติพระสงฆ์
ถ้าเธอทั้งหลายจักขุ่นเคืองหรือจักโทมนัสน้อยใจในคนเหล่านั้น
อันตรายจะพึงมีแก่เธอทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นเป็นแน่…

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คนพวกอื่นจะพึงกล่าวติเรา ติพระธรรม ติพระสงฆ์
ในคำที่เขากล่าวตินั้น คำที่ไม่จริง
ธอทั้งหลายควรแก้ให้เห็นโดยความไม่เป็นจริงว่านั่นไม่จริง
แม้เพราะเหตุนี้ นั่นไม่แท้ แม้เพราะเหตุนี้ แม้นั่นก็ไม่มีในเราทั้งหลาย
และคำนั้นจะหาไม่ได้ในเราทั้งหลาย…
พรหมชาลสูตร  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 16-5-2012 08:33:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 16-5-2012 08:43

หนูมี ๔ ชนิด ในโลก เปรียบเหมือน คนรู้อริยสัจ ๔ จำพวก

ภิกษุ ท.!
หนูเหล่านี้มีสี่จำพวก คือ
หนูที่ขุดรู แต่ไม่อยู่,
หนูที่อยู่แต่ไม่ขุดรู,
หนูที่ไม่ขุดรู และทั้งไม่อยู่,
หนูที่ทั้งขุดรู และทั้งอยู่,

บุคคลสี่จำพวก เปรีบบด้วยหนู ก็ฉันนั้นเหมือนกัน คือ
คนปลูกเรือน แต่ไม่อยู่,
คนอยู่ แต่ไม่ปลูกเรือน,

คนไม่ปลูกเรือน และทั้งไม่อยู่,
คนทั้งปลูกเรือน และทั้งอยู่,
สี่จำพวกเหล่านี้ มีอยู่พร้อมในโลก.

        ภิกษุ ท.!

คนที่ปลูกเรือนแต่ไม่อยู่ เป็นอย่างไร?
ภิกษุ ท.!คนบางคนเรียนปริยัติธรรม
ที่เป็นสูตร เคยยะ เวยยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ
ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ๑

แต่เขา ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า
"นี้เป็นทุกข์.
นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์,
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์,
และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์;" ดังนี้  
เช่นนี้แล เรียกว่า ปลูกเรือนแต่ไม่อยู่;
เรากล่าวว่า เปรียบได้กับหนูที่ขุดรูแล้วไม่อยู่.

        ภิกษุ ท.!

คนอยู่แต่ไม่ปลูกเรือนนั้น เป็นอย่างไร
ภิกษุ ท.! คนบางคน ไม่ได้เรียนปริยัติธรรม
ที่เป็นสูตร ฯลฯ เวทัลละ
แต่เขาเป็นผู้รู้ตามเป็นจริงว่า
"นี้เป็นทุกข์,
นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์,
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์,
และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์:" ดังนี้
เช่นนี้แลเรียกว่า อยู่แต่ไม่ปลูกเรือน;
เรากล่าวว่า เปรียบกันได้กับหนูที่อยู่แต่ไม่ขุดรู.

        ภิกษุ ท.!

คนไม่ปลูกเรือนและทั้งไม่อยู่นั้น เป็นอย่างไร ?
ภิกษุ ท.!คนบางคน ไม่ได้เรียนทั้งปริยัติธรรม
ที่เป็นสูตร ฯลฯ เวทัลละ
และทั้ง ไม่รู้ตามเป็นจริงว่า
"นี้เป็นทุกข์,
นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์,
และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์;" ดังนี้
เช่นนี้แลเรียกว่า ไม่ปลูกเรือน และทั้งไม่อยู่;
เรากล่าวว่า เปรียบกันได้กับหนูที่ไม่ขุดรู และทั้งไม่อยู่.

        ภิกษุ ท.!

คนที่ปลูกเรือนทั้งอยู่นั้น เป็นอย่างไร?
ภิกษุ ท.!คนบางคนในโลกนี้ ทั้งเรียนปริยัติธรรม
ที่เป็นสูตร ฯลฯ เวทัลละด้วย
และ ทั้งรู้ตามเป็นจริงว่า
"นี้เป็นทุกข์,
นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์,
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์,
และนี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์;" ดังนี้ด้วย
เช่นนี้แล เรียกว่าทั้งปลูกเรือนและทั้งอยู่;

เรากล่าวว่า เปรียบกันได้กับหนูมีทั้งขุดรูและทั้งอยู่.

        ภิกษุ ท.! คนสี่จำพวกเหล่านี้แล เปรียบกันได้กับหนูสี่จำพวก,
อันมีอยู่พร้อมในโลกนี้


จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๔๔/๑๐๗.


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

0

กระทู้

10

เพื่อน

863

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
852
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
15-11-2014
โพสต์เมื่อ 16-5-2012 10:46:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาครับ

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  สาธุ...ครับ  โพสต์เมื่อ 17-5-2012 08:56

0

กระทู้

10

เพื่อน

324

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
306
ความดี
3
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
28-7-2014
โพสต์เมื่อ 17-5-2012 19:21:17 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย MBD_MBD@ เมื่อ 16-5-2012 10:46
อนุโมทนาครับ

อนุโมทนา  สาธุค่ะรูปภาพสวยเข้ากับพระสูตร น่าจะนำไปสอนพุทธวจนกับเยาวชน  วุ้นชอบเรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วงค่

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  สาธุ....นะครับ ยินดีมากครับ ที่ชอบสื่อที่ทำครับ  โพสต์เมื่อ 20-5-2012 22:13
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-8-2019 07:49 , Processed in 0.091130 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน