กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: คมสัน

พุทธวจน - พุทธจริยาวัตร

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 25-6-2012 08:23:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 25-6-2012 08:48

พระเถระที่ควรเคารพบูชาเป็นอย่างไร



ดูกรอุปวาณะ ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรมเท่าไรหนอแล

ย่อมเป็นที่รัก
เป็นที่พอใจ
เป็นที่เคารพและเป็นที่ยกย่อง

ของเพื่อนพรหมจรรย์

ท่านพระอุปวาณะได้กราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ
ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่เคารพ
และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนพรหมจรรย์
ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน คือ

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล ฯลฯ
ศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑


เธอเป็นพหุสูต ฯลฯ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ๑

เธอเป็นผู้มีวาจาไพเราะ มีถ้อยคำไพเราะ
ประกอบด้วยวาจาชาวเมืองอันสละสลวย ไม่มีโทษ
ให้รู้เนื้อความได้แจ่มแจ้ง ๑

เธอเป็นผู้ได้ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก
ซึ่งฌาน ๔อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ๑

เธอย่อมทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้
เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ ๑


ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล
ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่เคารพและเป็นที่ยกย่องของเพื่อนพรหมจรรย์ ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดีละๆ อุปวาณะ
ภิกษุผู้เถระประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล
ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่พอใจ เป็นที่เคารพ และเป็นที่ยกย่องของเพื่อนพรหมจรรย์
ถ้าหากว่าธรรม ๕ ประการนี้
ไม่พึงมีแก่ภิกษุผู้เถระไซร้ เพื่อนพรหมจรรย์พึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเธอ
โดยความเป็นผู้มีฟันหัก มีผมหงอก มีหนังย่น อะไรกัน
แต่เพราะธรรม ๕ ประการนี้
ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เถระ ฉะนั้นเพื่อนพรหมจรรย์จึงสักการะ เคารพ นับถือ บูชาเธอ ฯ


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 25-6-2012 21:14:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 25-6-2012 21:25

อะไรคือการพิจารณาปัจจัยภายใน



(๑) ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อพิจารณา ย่อมพิจารณาซึ่งปัจจัยภายในว่า
ชราและมรณะนี้อันใดแลย่อมบังเกิดในโลก
เป็นทุกข์หลายอย่างต่างๆ กัน
ชราและมรณะที่เป็นทุกข์นี้แล
มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด
เมื่ออะไรมี ชราและมรณะจึงมี
เมื่อเธอพิจารณาอยู่ ย่อมรู้ได้อย่างนี้ว่า
ชราและมรณะนี้อันใดแล ย่อมบังเกิดขึ้นในโลก
เป็นทุกข์หลายอย่างต่างๆ กัน ชราและมรณะที่เป็นทุกข์นี้แล
มีอุปธิเป็นเหตุ มีอุปธิเป็นกำเนิด มีอุปธิเป็นแดนเกิด
เมื่ออุปธิมี ชราและมรณะจึงมี
เมื่ออุปธิไม่มี ชราและมรณะก็ไม่มี
...

เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปธิ

     (๒) อีกประการหนึ่ง ภิกษุเมื่อพิจารณา ย่อมพิจารณาซึ่งปัจจัยภายในว่า
ก็อุปธิอันนี้มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นที่ตั้งขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิดมีอะไรเป็นแดนเกิด
เมื่ออะไรมี อุปธิจึงมี เมื่ออะไรไม่มี อุปธิจึงไม่มี

เมื่อเธอพิจารณาอยู่ย่อมรู้ได้อย่างนี้ว่า
อุปธิมีตัณหาเป็นเหตุ มีตัณหาเป็นที่ตั้งขึ้น
มีตัณหาเป็นกำเนิด มีตัณหาเป็นแดนเกิด
เมื่อตัณหามี อุปธิจึงมี เมื่อตัณหาไม่มีอุปธิก็ไม่มี


สิ่งน่ารักน่าเพลินใจ

    (๓) อีกประการหนึ่ง ภิกษุเมื่อพิจารณา ย่อมพิจารณาซึ่งปัจจัยภายในว่า
ก็ตัณหานี้เมื่อเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นในที่ไหน เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตั้งอยู่ในที่ไหน
เมื่อเธอพิจารณาอยู่ย่อมรู้อย่างนี้ว่า
ที่ใดแล เป็นที่รัก เป็นที่ชื่นใจในโลก
ตัณหาเมื่อเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นในที่นั้น
เมื่อตั้งอยู่ย่อมตั้งอยู่ในที่นั้น

ก็อะไรเล่าเป็นที่รัก เป็นที่ชื่นใจในโลก
ตาเป็นที่รักเป็นที่ชื่นใจในโลก ...
หูเป็นที่รัก เป็นที่ชื่นใจในโลก ...
จมูกเป็นที่รักเป็นที่ชื่นใจในโลก ...
ลิ้นเป็นที่รักเป็นที่ชื่นใจในโลก ...
กายเป็นที่รักเป็นที่ชื่นใจในโลก ...
ใจเป็นที่รักเป็นที่ชื่นใจในโลก
ตัณหานั้นเมื่อเกิดขึ้น
ย่อมเกิดขึ้นที่ใจนั้น เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตั้งอยู่ที่ใจนั้น ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หัวข้อ ๒๕๖

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 26-6-2012 20:18:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 16-3-2013 20:50

ทรงสอนพราหมณ์ว่ามีไม้เท้ายังดีกว่ามีลูกอกตัญญู



ครั้งนั้น พราหมณ์มหาศาลคนหนึ่ง เป็นคนปอน นุ่งห่มปอน
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะพราหมณ์มหาศาลนั้น
ผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วว่า

ดูกรพราหมณ์

ทำไมท่านจึงเป็นคนปอน นุ่งห่มก็ปอน ฯ


พราหมณ์มหาศาลกราบทูลว่า
ข้าแต่ท่านพระโคดม พวกบุตรของข้าพระองค์ ๔ คน
ในบ้านนี้คบคิดกับภรรยาแล้วขับข้าพระองค์ออกจากเรือน ฯ

ดูกรพราหมณ์

ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเรียนคาถานี้แล้ว

เมื่อหมู่มหาชนประชุมกันที่สภา และเมื่อพวกบุตรมาประชุมพร้อมแล้ว จงกล่าวว่า


เราชื่นชม และปรารถนาความเจริญแก่บุตรเหล่าใด

บุตรเหล่านั้นคบคิดกันกับภรรยารุมว่าเรา

ดังสุนัขรุมเห่าสุกร เขาว่าพวกมันเป็นอสัตบุรุษลามก

ร้องเรียกเราว่าพ่อๆ พวกมันประดุจยักษ์แปลงเป็นบุตรมา

ละทิ้งเราผู้ล่วงเข้าปัจฉิมวัยไว้ ฯ

พวกมันกำจัดคนแก่ไม่มีสมบัติออกจากที่ (อาศัย) กิน

ดังม้าแก่ที่เจ้าของปล่อยทิ้งฉะนั้น ฯ


บิดาของบุตรพาลเป็นผู้เฒ่าต้องขอในเรือนผู้อื่น

ได้ยินว่าไม้เท้าของเรายังจะดีกว่า

พวกบุตรที่ไม่เชื่อฟังจะดีอะไร

เพราะไม้เท้ายังป้องกันโค
หรือสุนัขดุได้

ในที่มืดยังใช้ยันไปข้างหน้าได้

ในที่ลึกยังใช้หยั่งดูได้

พลาดแล้วยังยั้งอยู่ได้ด้วยอานุภาพไม้เท้า ฯ


พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หัวข้อ ๖๘๙





ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 28-6-2012 08:33:08 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 28-6-2012 08:38

ทุกข์เพราะมีความยึดมั่น



บุคคลมีบุตร ย่อมเศร้าโศกเพราะบุตรทั้งหลาย

บุคคลมีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคทั้งหลายเหมือนกัน


ฉะนั้น เพราะอุปธิเป็นความเศร้าโศกของคน

บุคคลใดไม่มีอุปธิ บุคคลนั้นไม่เศร้าโศกเลย



พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นันทิสูตรที่ ๒

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 29-6-2012 08:21:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 29-6-2012 08:34

ทรงทรมานร่างกายตามวัตรเดียรถีย์



สารีบุตร !
เรานั้นนอนในป่าช้า ทับกระดูกแห่งซากศพทั้งหลาย
ฝูงเด็กเลี้ยงโคเข้ามาใกล้เรา โห่ร้องใส่หูเราบ้าง
ถ่ายมูตรรดบ้าง ซัดฝุ่นใส่บ้าง
เอาไม้แหลม ๆ ทิ่มช่องหูบ้าง

สารีบุตร !
เราไม่รู้สึกซึ่งจิตอันเป็นบาปต่อเด็กเลี้ยงโคทั้งหลายเหล่านั้น
แม้ด้วยการทำความคิดนึกให้เกิดขึ้น
สารีบุตร ! นี้เป็นวัตรในการอยู่อุเบกขาของเรา

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 29-6-2012 21:13:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 29-6-2012 21:19

อย่าเห็นเราเลย



ดูก่อนสารีบุตร !
เรานั้นเข้าสู่ราวป่าแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วแลอยู่
เมื่อเห็นคนเลี้ยงโค หรือคนเลี้ยงปศุสัตว์ หรือคนเกี่ยวหญ้า
หรือคนหาไม้ หรือคนทำงานในป่ามา
เราก็รีบลัดเลาะจากป่านี้ไปป่าโน้น จากรกชัฏนี้สู่รกชัฏโน้น
จากลุ่มนี้สู่ลุ่มโน้น จากดอนนี้สู่ดอนโน้น
เพราะเหตุคิดว่า
ขอคนพวกนั้นอย่าเห็นเราเลย
และเราก็อย่าได้เห็นชนพวกนั้น

สารีบุตร !
เปรียบเหมือนเนื้ออันอยู่ในป่า
เห็นมนุษย์แล้วย่อมเลาะลัดจากป่านี้สู่ป่าโน้น จากรกชัฏนี้สู่รกชัฏโน้น
จากลุ่มนี้สู่ลุ่มโน้น จากดอนนี้สู่ดอนโน้น, ฉันใดก็ฉันนั้น

ที่เราเมื่อเห็นคนเลี้ยงโคหรือคนเลี้ยงปศุสัตว์หรือคนเกี่ยวหญ้า
คนหาไม้คนทำงานในป่ามาก็รีบเลาะลัดจากป่านี้สู่ป่าโน้น
จากรกชัฏนี้สู่รกชัฏโน้น จากลุ่มนี้สู่ลุ่มโน้น จากดอนนี้สู่ดอนโน้น
ด้วยหวังว่าคนพวกนี้อย่าเห็นเราเลย
และเราก็อย่าได้เห็นคนพวกนั้น

สารีบุตร ! นี้แล เป็นวัตรในความเป็นผู้สงัดทั่วของเรา


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 4-7-2012 19:44:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 16-3-2013 20:51

หนาว ร้อน ที่สุด แต่พระองค์เดียว




สารีบุตร !

เราแลเข้าไปสู่ชัฏแห่งป่าน่าพึงกลัวแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วแลอยู่

เพราะชัฏแห่งป่านั้นกระทำซึ่งความกลัวเป็นเหตุ

ผู้ที่มีสันดานยังไม่ปราศจากราคะ เข้าไปสู่ชัฏป่านั้นแล้ว

โลมชาติย่อมชูชันโดยมาก


สารีบุตร !

เรานั้นในราตรีทั้งหลายอันมีในฤดูหนาวระหว่างแปดวัน

เป็นสมัยที่ตกแห่งหิมะอันเย็นเยือก

กลางคืนเราอยู่ที่กลางแจ้ง กลางวันเราอยู่ในชัฏแห่งป่า

ครั้นถึงเดือนสุดท้ายแห่งฤดูร้อน

กลางวันเราอยู่ในที่แจ้ง กลางคืนเราอยู่ในป่า


สารีบุตร !

คาถาน่าอัศจรรย์นี้ อันเราไม่เคยฟังมาแต่ก่อน มาแจ้งแก่เราว่า

เรานั้นแห้ง (ร้อน) แล้วผู้เดียว, เปียกแล้วผู้เดียว,

อยู่ในป่าน่าพึงกลัวแต่ผู้เดียว, เป็นผู้มีกายอันเปลือยเปล่า ไม่ผิงไฟ,

เป็นมุนีขวนขวายแสวงหาความบริสุทธิ์

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 4-7-2012 19:56:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-7-2012 20:08

ผู้มีอาหารน้อย



สารีบุตร !
สมณพราหมณ์บางพวกมักกล่าวมักเห็นอย่างนี้ว่า
“ความบริสุทธิ์มีได้เพราะอาหาร”
สมณพราหมณ์พวกนั้นกล่าวกันว่า
พวกเราจงเลี้ยงชีวิตให้เป็นไปด้วยผลกะเบา๒ ทั้งหลายเถิด
สมณพราหมณ์เหล่านั้นจึงเคี้ยวกินผลกะเบาบ้าง เคี้ยวกินกะเบาตำผงบ้าง ดื่มน้ำคั้นจากผลกะเบาบ้าง
ย่อมบริโภคผลกะเบาอันทำให้แปลก ๆ มีอย่างต่าง ๆ บ้าง

สารีบุตร !
เราก็ได้ใช้กะเบาผลหนึ่งเป็นอาหาร

สารีบุตร !
คำเล่าลืออาจมีแก่เธอว่า ผลกะเบาในครั้งนั้น ใหญ่มาก
ข้อนี้เธออย่าเห็นอย่างนั้น ผลกะเบาในครั้งนั้น ก็โตเท่านี้ เป็นอย่างยิ่งเหมือนในครั้งนี้เหมือนกัน

สารีบุตร ! เมื่อเราฉันกะเบาผลเดียวเป็นอาหาร
ร่างกายได้ถึงความซูบผอมอย่างยิ่ง เถาวัลย์อาสีติกบรรพและเถากาฬบรรพมีสัณฐานเช่นไร

อวัยวะน้อยใหญ่ของเรา ก็เป็นเหมือนเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย
รอยเท้าอูฐมีสัณฐานเช่นไร รอยตะโพกนั่งทับของเราก็มีสัณฐานเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

เถาวัฏฏนาวฬีมีสัณฐานเช่นใด
กระดูกสันหลังของเราก็เป็นข้อ ๆ มีสัณฐานเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

กลอน(หรือจันทัน) แห่งศาลาที่คร่ำคร่าเกะกะมีสัณฐานเช่นไร
ซี่โครงของเราก็เกะกะมีสัณฐานเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

ดวงดาวที่ปรากฏในน้ำในบ่อน้ำอันลึก ปรากฏอยู่ลึกฉันใด
ดวงดาวคือลูกตาของเราปรากฏอยู่ลึกในเบ้าตาฉันนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

น้ำเต้าที่เขาตัดแต่ยังอ่อน ครั้นถูกลมและแดดย่อมเหี่ยวยู่ยี่ มีสัณฐานเป็นเช่นไร
หนังศีรษะแห่งเราก็เหี่ยวยู่มีสัณฐานเช่นนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย



สารีบุตร !
เราตั้งใจว่าลูบท้อง ก็ลูบถูกกระดูกสันหลังด้วย,
ตั้งใจว่าลูบกระดูกสันหลังก็ลูบถูกท้องด้วย.

สารีบุตร !
หนังท้องกับกระดูกสันหลังของเราชิดกันสนิท เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

สารีบุตร !
เรา เมื่อคิดว่าจักถ่ายอุจจาระปัสสาวะก็ล้มพับอยู่ตรงนั้น เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

สารีบุตร !
เรา เมื่อจะบรรเทาซึ่งกายนั้นให้มีความสุขบ้าง
จึงลูบตัวด้วยฝ่ามือ,เมื่อเราลูบตัวด้วยฝ่ามือ ขนที่มีรากเน่าแล้ว
ได้หลุดออกจากกายร่วงไป เพราะความเป็นผู้มีอาหารน้อย

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5786
ความดี
3499
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-3-2019
โพสต์เมื่อ 4-7-2012 20:11:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-7-2012 20:15

วัตรของเดียรถีย์



สารีบุตร !
ในวัตรสี่อย่างนั้น นี้เป็น เชคุจฉิวัตร (วัตรในความเป็นผู้รังเกียจ) ของเรา คือ

ดูก่อนสารีบุตร !
เรานั้นมีสติก้าวขาไป มีสติก้าวขากลับ
โดยอาการเท่าที่ความเอ็นดูอ่อนโยนของเราพึงบังเกิดขึ้น
แม้ในหยาดแห่งน้ำว่าเราอย่างทำสัตว์น้อย ๆ ทั้งหลาย
ที่มีคติไม่เสมอกันให้ลำบากเลย
สารีบุตร !
นี้แลเป็นวัตรในความเป็นผู้รังเกียจของเรา

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

40#
โพสต์ได้ถูกลบไปแล้ว
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-8-2019 08:52 , Processed in 0.058805 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน