กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 103|ตอบกลับ: 0

มีคำถามที่สงสัยครับ

[คัดลอกลิงก์]

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 15-2-2020 11:49:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 15-2-2020 11:50

คำถาม : 1.รู้สึกขนลุกเมื่ออ่านข้อความที่ให้กำลังใจ แล้วที่ผมเป็นเกิดจากการนั่งสมาธิหรือป่าวครับ ถ้าใช่แบบนั้นดีไหม

คำตอบ : อาการขนลุก ขนชัน นั้น เป็นอาการของบุคคลผู้ที่มีใจกระเพื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งมักมีการเข้าใจไปว่า นั้นคือ อาการของปิติอันเกิดจากสมาธิ แต่อาการที่ใจเป็นปิติอันเกิดจากสมาธินั้น จะมีลักษณะอิ่มเอิบซาบซ่าน เป็นความเย็นทั่วถ้วนที่ผุดเกิดขึ้นในภายใน ที่ไม่ได้เป็นไปในภายนอก ไม่หวั่นไหวไปกับนิวรณ์ ๕ ประการที่ครอบงำอยู่ เพราะปราศจากอาวรณิยธรรมทั้งหลาย ทำให้ความปราโมทย์เกิด ปิติย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้มีใจปราโมทย์ เป็นอย่างนั้น

คำถาม : 2.เมื่อผมหลับตาสามารถเห็นแสงจากบางคน บางคนมืดมาก(มืดกว่าการปิดตาธรรมดา) หมายความว่ายังไงครับ

คำตอบ : การเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ได้กล่าวว่าไม่เห็น บุคคลมีการเห็นเป็นประการต่างๆ มีการได้ยิน ได้สัมผัส มีการรู้แจ้งเป็นประการต่างๆ เพราะได้เสวยเวทนามีประการต่างๆตามทิฏฐิเฉพาะอย่างของตนๆ เนื่องมาจากถูกต้องด้วยผัสสายตนะทั้งหลาย ๖ ประการ อย่างนี้ เพราะเวทนาเหล่านั้นเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ  เพราะมีภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ เพราะมีชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความทุกขืกาย ความทุกข์ใจ และความคับแค้นใจจึงเกิดขึ้น ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้น มีด้วยอาการอย่างนี้

แต่การเห็นอะไรที่นับว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐ เป็นการตามเห็นที่ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นของอริยะ เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อความดับ เป็นไปเพื่อความสงบรำงับ เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน ทรงตรัสว่าการที่ศรัทธาของผู้ใดฝังรากหยั่งลงตั้งมั่นดีแล้วในพระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้านั้นเป็นการตามเห็นที่ประเสริฐดังที่ได้กล่าวมา เพราะเมื่อได้ศรัทธาในพระพุทธเจ้าหือสาวกของพระพุทธเจ้าแล้ว เขาย่อมเข้ามา เข้ามานั่งใกล้ เงี่ยโสตลงฟัง ฟังซึ่งธรรม ทรงจำธรรมนั้นไว้ ใคร่ครวญพิจารณาเนื้อธรรมที่ตนทรงจำไว้ ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นจะทนเพ่งต่อการพินิจ เมื่อนั้นฉันทะย่อมเกิดขึ้น ผู้มีฉันทะย่อมมีอุตสาหะ ผู้มีอุตสาหะย่อมพิจารณาหาความสมดุลแห่งธรรม และตั้งตนไว้ในธรรมนั้นๆได้ เป็นลำดับธรรมทั้งหลายที่ไหลไปสู่ธรรมทั้งหลายโดยอาการอย่างนี้  เขาย่อมเห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ย่อมรู้แจ้ง ตามแบบที่พระพุทธเจ้าหรือสาวกของพระพุทธเจ้าได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ได้รู้แจ้ง ดังนี้

คำถาม :  3.บางครั้งนั่งสมาธิแล้วเห็นเป็นเงาดำๆ ผมควรทำยังไง

คำตอบ : บางครั้ง ก็แสดงว่าไม่ใช่ทุกครั้ง สิ่งที่เห็นเหล่านี้ เที่ยงหรือไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิดขึ้น แม้ปัจจัยที่ปรุงแต่งนั้นๆก็ไม่เที่ยง สิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งที่ไม่เที่ยง แล้วจะเป็นของเที่ยงนั้น นั่นไม่ใช่ฐานะที่ควรจะสำคัญว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา สิ่งนั้นจึงพึงละทิ้งเสีย นั่นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลต่อผู้ปฏิบัติ

การที่เมื่อได้เจริญสมาธิแล้ว จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ สิ่งที่ควรตามเห็นด้วยปัญญา คือ การตามเห็นซึ่งอุปาทานขันธ์ ๕ ที่เกิดมีขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปนั้น เป็นสิ่งที่รู้แจ้งต่อผู้ปฏิบัติ นั่นจะเป็นไปเพื่อสติ และ สัมปชัญญะ ของผู้ปฏิบัติเป็นอย่างดีครับ


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 4-6-2020 07:26 , Processed in 0.042071 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน