กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: คมสัน

ความโกรธเป็นของใคร...

[คัดลอกลิงก์]

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 1-5-2012 13:41:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jongkol เมื่อ 3-5-2012 01:25

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jongkol เมื่อ 3-5-2012 01:21

ถูกใจ.... หลายคน สะสมสุตะไว้มาก เป้น พหูสูตร คล่องแคล่วในหลักพระพุทธวจน ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา แต่เป็นที่หน้าเสียดาย ที่ยังระงับ........ตนเองไม่ได้เลย.... ปิศาจ คาบคัมภีร์ ใน เวบไซร์  อันเป็นทิพย์
                                                                    
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-5-2012 08:49:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-5-2012 09:00

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคล ๓ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน คือ
บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหิน ๑
บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นดิน ๑
บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่น้ำ ๑
(๑)ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ
ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนัก
เปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ
ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืนแม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนัก
นี้เรียกว่า บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหิน
(๒)ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นดินเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ
แต่ความโกรธของเขานั้นไม่นอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนัก
เปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นดิน ลบเลือนไปโดยเร็วเพราะลมและน้ำ ไม่ตั้งอยู่
ยั่งยืนแม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ
แต่ความโกรธของเขานั้นไม่นอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนัก
นี้เรียกว่า บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นดิน
(๓)ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่น้ำเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ แม้จะถูกว่าด้วยคำหนักๆ
แม้จะถูกว่าด้วยคำหยาบๆ แม้จะถูกว่าด้วยคำที่ไม่พอใจ
ก็คงสมานไมตรี กลมเกลียว ปรองดองกันอยู่ เปรียบเหมือนรอยขีดที่น้ำ
จะขาดจากกันก็ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ไม่ตั้งอยู่นาน แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน
แม้จะถูกว่าด้วยคำหนักๆ แม้จะถูกว่าด้วยคำหยาบๆ
แม้จะถูกว่าด้วยคำที่ไม่พอใจ ก็คงสมานไมตรีกลมเกลียวปรองดองกันอยู่
นี้เรียกว่า บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่น้ำ
ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคล ๓ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต เลขสูตร หัวข้อ ๕๗๒)

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

แสดงความคิดเห็น

kiddeejung  ขอนำไปกล่าวต่อนะครับ ขอบคุณ๕รับ  โพสต์เมื่อ 3-4-2013 06:18
kiddeejung  อนุโมทนาครับ  โพสต์เมื่อ 3-4-2013 06:10

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-5-2012 08:50:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 9-5-2012 08:54

ฆ่าความโกรธได้ เป็นผู้อยู่สุข
เมื่อมีสิ่งเข้ามากระทบโดยผ่านทางอายตนะทั้ง ๖ ของเรานั้น
ผัสสะย่อมเกิดขึ้น เวทนาที่บังเกิดขึ้นมีทั้งสุขเวทนา ทุกขเวทนา และ เวทนาอันไม่ใช่ทุกและไม่ใช่สุข
จิต(วิญญาณ) จะเกลือกกลั้วในอารมณ์นั้น อันเป็นวิสัยที่จะรู้แจ้งได้ด้วยอายตนะ ๖
อารมณ์ใดๆเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ อันจะบังเกิดขึ้นเป็นภพของวิญญาณนั้นๆ
หากวิญญาณนั้นๆตั้งอยู่ในทุกขเวทนาใดๆ
เมื่อทุกขเวทนาถูกต้องอยู่
เขาย่อมเศร้าโศก ย่อมระทมใจ ย่อมคร่ำครวญ
ย่อมตีอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล
ปฏิฆานุสัยย่อมตามนอนแก่บุคคลนั้น
พระศาสดาทรงตรัสสรรเสริญมรรควิธีที่จะดับอกุศลธรรมใดๆ
ที่บังเกิดขึ้นแล้วให้อันตรธานหายไป ดังในพระสูตร...

ภิกษุ ท. !  
อานาปานสติสมาธินี้แล อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว  
ย่อมเป็นของรำงับ เป็นของประณีต เป็นของเย็น เป็นสุขวิหาร
และย่อมยังอกุศลธรรมอันเป็นบาป
อันเกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นแล้ว
ให้อันตรธานไปให้รำงับไป โดยควรแก่ฐานะ
มหาวาร. สํ. ๑๙/๔๐๗/๑๓๕๒ – ๑๓๕๔

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 10-6-2012 20:15:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 10-6-2012 20:35

บุคคลผู้ควรวางเฉย



ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลที่ควรวางเฉย ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้

เป็นผู้โกรธ
มากด้วยความแค้นใจ
เมื่อถูกว่าแม้เพียงเล็กน้อยก็ข้องใจ
โกรธเคืองพยาบาท ขึ้งเคียด
ทำความโกรธ ความขัดเคือง และความโทมนัสให้ปรากฏ

เปรียบเหมือนแผลเก่า
ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้า ย่อมให้ความหมักหมมยิ่งกว่าประมาณ
แม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน...

เปรียบเหมือนถ่านไม้มะพลับ
ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้า ย่อมแตกเสียงดังจิๆ
แม้ฉันใด  บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน...

เปรียบเหมือนหลุมคูถ
ถูกไม้หรือกระเบื้องกระทบเข้าย่อมมีกลิ่นเหม็นฟุ้งขึ้น
แม้ฉันใด บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

เป็นผู้โกรธ
มากด้วยความแค้นใจ
แม้ถูกว่าเพียงเล็กน้อยก็ข้องใจ
โกรธเคืองพยาบาท ขึ้งเคียด
ทำความโกรธ ความขัดเคือง และความโทมนัสให้ปรากฏ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย

บุคคลเห็นปานนี้ ควรวางเฉย ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้

ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะเขาพึงด่าบ้าง
บริภาษบ้าง
ทำความพินาศให้เราบ้าง

ฉะนั้น บุคคลเห็นปานนี้ จึงควรวางเฉย ไม่ควรเสพ ไม่ควรคบ ไม่ควรเข้าไปนั่งใกล้

ชิคุจฉสูตร ติก. อํ. หัวข้อ ๔๖๖




ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 3-7-2012 08:23:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 3-7-2012 08:30

ครั้งนั้นแล นายจัณฑคามณีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ถึงความนับว่า เป็นคนดุ เป็นคนดุ ...
คนสงบเสงี่ยมพระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า



ดูกรนายคามณี

คนบางคนในโลกนี้ยังละราคะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละราคะไม่ได้
คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละราคะไม่ได้คนอื่นยั่วให้โกรธ
ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ

คนบางคนในโลกนี้ยังละโทสะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโทสะไม่ได้
คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละโทสะไม่ได้คนอื่นยั่วให้โกรธ
ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ

คนบางคนในโลกนี้ยังละโมหะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโมหะไม่ได้
คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละโมหะไม่ได้อันคนอื่นยั่วให้โกรธ
ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ

ดูกรนายคามณี นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้
คนบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่าเป็นคนดุ เป็นคนดุ ฯ

จัณฑสูตร
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หัวข้อ ๕๘๖


ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

แสดงความคิดเห็น

kiddeejung  อนุโมทนาครับ  โพสต์เมื่อ 3-4-2013 07:13

13

กระทู้

1

เพื่อน

824

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
87
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
13-11-2014
โพสต์เมื่อ 5-3-2013 01:05:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แชร์นะ

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 11-3-2013 10:10:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 11-3-2013 10:22

ตามพระสูตรทั้งหลาย ที่ยกมา ยังเป็นการแก้ของคนอื่น หรือไม่
ความโกรธเป็นของเรา เราต้องแก้เอง คนอื่นแก้ให้ไม่ได้ คนอื่นเพียงอุปมาเทียบเคียงกับพระสูตร เพื่อให้ใช้ปัญญาพิจารณา หาหนทางละความโกรธตน
แต่การหาหนทางแก้เพื่อละความโกรธ ตนต้องเป็นที่พึงตนเอง แก้เอง รู้เอง เห็นเอง
ว่าแก้อย่างไรจะแก้หนทางไหนที่จะทำให้ตนละความโกรธได้
เร่งเอาเถิดสักวันคงละความโกรธได้

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 11-3-2013 22:30:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 11-3-2013 10:10
ตามพระสูตรทั้งหลาย ที่ยกมา ยังเป็นการแก้ของคนอื่น ห ...

รบกวนท่าน q อ่านให้รอบคอบอีกนะครับ ธรรมของพระศาสดามีความหมายลึก
ธรรมที่พระศาสดากล่าวนั้น ควรน้อมมาสู่ตน

ภิกษุ ท.! บุรุษบุคคลในกรณีนี้ : เป็นผู้มี สัทธา เกิดขึ้นแล้ว ย่อม เข้าไปหา(สัปบุรุษ) ;
เมื่อเข้าไปหา ย่อม เข้าไปนั่งใกล้ ; เมื่อเข้าๆไปนั่งใกล้ ย่อม เงี่ยโสตลงสดับ ;
ผู้เงี่ยโสตลงสดับ ย่อมได้ฟังธรรม ; ครั้นฟังแล้ว ย่อมทรงจำธรรมไว้,
ย่อม ใคร่ครวญพิจารณา ซึ่งเนื้อความแห่งธรรม ทั้งหลายที่ตนทรงจำไว้ ;
เมื่อเขาใคร่ครวญพิจารณา ซึ่งเนื้อความแห่งธรรมนั้นอยู่,
ธรรมทั้งหลายย่อมทน ต่อการเพ่งพิสูจน์;
เมื่อธรรมทนต่อการเพ่งพิสูจน์มีอยู่ ฉันทะ(ความพอใจ)ย่อมเกิด;
ผู้เกิดฉันทะแล้ว ย่อมมีอุตสาหะ;
ครั้นมีอุตสาหะแล้ว ย่อม ใช้ดุลยพินิจ (เพื่อหาความจริง);
ครั้นใช้ดุลยพินิจ(พบ)แล้ว ย่อมตั้งตนไว้ในธรรม นั้น;
ผู้มีตนส่งไปแล้วในธรรมนั้นอยู่ ย่อมกระทำให้แจ้ง ซึ่งบรมสัจจ์ด้วยนามกาย ด้วย,
ย่อมเห็นแจ้งแทงตลอด ซึ่งบรมสัจจ์นั้นด้วยปัญญา ด้วย

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 13-3-2013 20:25:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 13-3-2013 20:54

อาจจะเข้าใจผิด ที่กล่าวมาทั้งหมด
เข้าใจเองไม่รู้ผิดหรือถูก ว่า "ตามที่พระต่ถาคต บอกสอนมาให้ละความโกรธของตนเองให้ได้ โดยใช้อุบายที่พระตถาคตบอกสอน หนทางการแก้ใข ให้ละความโกรธได้ต้องทำอย่างไรขึ้นอยู่บุคคล จะแก้ไขตนเอง แต่ละขั้นตอนขึ้นบุคคลจะทำหรือไม่ จะแก้ได้หรือไม่ได้ คงแล้วแต่ว่าจะหาหนทางได้หรือไม่ หลังจากได้ยินคำตถาคตแล้วแต่ว่าจะทำอย่่างไรหรือไม่
หรือมีแนวทาง ทำตามนี้แก้ได้ หรือไม่ ทำถึงขั้นหรือไม่ "
ทั้งนี้อาจจะเข้าใจผิดไปเอง
ขออโหสิกรรม ในการแสดงความคิดเห็น ณ ที่นี้ด้วย

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 13-3-2013 22:12:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 13-3-2013 20:25
อาจจะเข้าใจผิด ที่กล่าวมาทั้งหมด
เข้าใจเองไม่รู้ผิด ...

อกุศลธรรมที่เป็นไปในส่วนอกุศล
ทั้งหมดนั้นมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประะธาน
มีใจเป็นหัวหน้า ใจนั้นเกิดก่อนอกุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด

เมื่ออกุศลใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นแล้วแก่จิต พระศาสดาให้ตนนั้นมี
ฉันทะ
วายามะ
อุตสาหะ
อุสโสฬหี (ความเพียรอย่างแรงกล้า)
อัปปฏิวานี (ความเพียรไม่ถอยกลับ)
สติและสัมปชัญญะอย่างแรงกล้า
เพื่อละเสียซึ่งธรรมอันเป็นบาปอกุศลเหล่านั้น
เช่นเดียวกับ บุคคลผู้มีเสื้อผ้าหรือศรีษะอันไฟลุกโพลงแล้ว
จะพึงกระทำ ฉันทะ วายามะ อุตสาหะ อุสโสฬหี อัปปฏิวานี
สติและสัมปชัญญะอันแรงกล้า
เพื่อจะดับไฟที่เสื้อผ้าหรือที่ศรีษะนั้นเสีย ฉันใดก็ฉันนั้น

การละอกุศลได้ไวแค่ไหนนั้นเกิดจากการฝึกหัดและศึกษาจากตนเองนั้นสำคัญ
เพื่อให้อินทรีย์ ๕ พละ ๕ ของเขานั้น
ถึงซึ่งความเป็นผู้บริบูรณ์ในธรรม ๕ ประการนี้
และผู้สั่งสมสุตตะนั้น เป็นผู้ฉลาดในอรรถ ฉลาดในพยัญชนะ
ฉลาดในนิรุติ ฉลาดในเบื้องต้นและเบื้องปลาย
ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ จะเป็นผู้ใคร่ครวญในกุศลธรรมทั้งหลายได้เร็ว
เรียนได้มาก เรียนได้ดี และสิ่งที่เรียนมาแล้วย่อมไม่เลือนไป
นี้ คือคุณของสุตตะ ครับ

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 5-6-2020 08:49 , Processed in 0.091036 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน