กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: คมสัน

ปัจจัยแห่งความมีอายุยืน

[คัดลอกลิงก์]

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 29-4-2012 13:45:33 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย bird เมื่อ 29-4-2012 14:57

พระไตรปิฏกบาลีสยามรัฐ(ภาษาไทย)เล่มที่ 19 สุตตันตฯเล่มที่ 11 หน้าที่ 177.
[1136]พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมืื่อก่อนแต่ตรัสรู้ ครั้งเราเป็นโพธิสัตว์อยู่ ยังมิได้ตรัสรู้
ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัย ของการเจริญอิทธิบาท.
[1137]ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วย ฉันทสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า ฉันทะของเรา จักไม่ย่อหย่อนเกินไป ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ่้งซ่านไปในภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบื้องหลังเบื้องหน้าอยู่ว่า
เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น
กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้น กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีจิตเปิดเผย ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่.
[1138]ภิกษุย่อมเจริญ อิทธิบาทอันประกอบด้วย วิริยะสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า วิริยะของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป
ไม่ต้องประคองเกินไป...ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่.
[1139]ภิกษุย่อมเจิรญ อิทธิบาทอันประกอบด้วย จิตตสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า จิตของเราจักไม่ย่อหย่อนเกินไป
ไม่ต้องประคองเกินไป...ไม่มีอะไรหุ้มห่อ อบรมจิตให้สว่างอยู่.
[1140]ภิกษุย่อมเจริญ อิทธิบาท อันประกอบด้วย วิมังสาสมาธิและปธานสังขาร ดังนี้ว่า วิมังสาของเราจักไม่ย่อหย่องเกินไป
ไม่ต้องประคองเกินไป ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปภายนอก และเธอมีความสำคัญในเบี้องหลังและเบื้องหน้าอยู่ว่า
เบื้องหน้าฉันใด เบื้องหลังก็ฉันนั้น เบื้องหลังฉันใด เบื้องหน้าก็ฉันนั้น เบื้องบนฉันใด เบื้องล่างก็ฉันนั้น เบื้องล่างฉันใด เบื้องบนก็ฉันนั้น
กลางวันฉันใด กลางคืนก็ฉันนั้นน กลางคืนฉันใด กลางวันก็ฉันนั้น เธอมีใจเปิดเผย ไม่มีอะไรห่อหุ้ม อบรมจิตให้สว่างอยู่.
*ข้อที่ 1141-1149 จะบอกอานิสงส์ของการเจริญอิทธิบาทใว้ เช่น ทำคนเดียวเป็นหลายคน ทะลุฝา กำแพง ภูเขาไปได้ไม่ติดขัด
เหาะไปในอากาศเหมือนนกฯลฯ ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลก และ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้.

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 29-4-2012 15:20:47 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
[1150]ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุอาศัยฉันทะแล้ว ได้สมาธิ ได้เอกัคคตาจิต นี้เรียกว่า ฉันทะสมาธิ เธอยังฉันทะให้เกิด
พยายามปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อไม่ให้บาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึึ้นแล้ว
เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น เพื่อความตั้งอยู่ เพื่อความไม่เลือนหาย เพื่อความเจริญยิิ่งๆขึ้นไป เพื่อความไพบูลย์
เพื่อความเจริญบริบูลย์ แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เหล่านี้เรียกว่า ปธานสังขาร ฉันทะนี้ด้วย ฉันทสมาธินี้ด้วย และปธานสังขารเหล่านี้ด้วย
ดังพรรนามานี้ นี้เรียกว่า อิทธิบาท ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร.
*ในกรณีหมวด วิริยะ จิตตะ วิมังสา ก็ได้ตรัสในนัยยะเดียวกันนี้*

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  อนุโมทนา...สาธุ ครับ ผมพอใจพระสูตรนี้ครับ  โพสต์เมื่อ 2-5-2012 07:19

19

กระทู้

2

เพื่อน

369

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
212
ความดี
88
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
2-1-2013
โพสต์เมื่อ 14-11-2012 18:09:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
บุคคลเป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง ๑
รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย ๑
บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย ๑
เป็นคนทุศีล ๑
มีมิตรเลวทราม ๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต

อันนี้ผมสงสัยว่าพิมพ์ตกหล่นหรือป่าวครับ
ดูให้ที

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  ขอบพระคุณมากๆเลยครับ แสดงว่าตั้งใจอ่านจริงนะครับ^^  โพสต์เมื่อ 14-11-2012 22:32

19

กระทู้

2

เพื่อน

369

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
212
ความดี
88
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
2-1-2013
โพสต์เมื่อ 15-11-2012 00:52:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
halow417 ตอบกลับเมื่อ 14-11-2012 18:09
บุคคลเป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง ๑
รู้จักประมาณในสิ่ ...

ขอบคุณครับผม

6

กระทู้

4

เพื่อน

479

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
314
ความดี
84
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-3-2019
โพสต์เมื่อ 5-12-2012 22:59:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนา สาธุครับ

33

กระทู้

3

เพื่อน

1144

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
630
ความดี
274
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
27-6-2017
โพสต์เมื่อ 12-12-2012 07:00:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนากับคุณคมสันและทุกๆท่านด้วยครับ

ในเรื่องของการมีอายุยืนนั้น ผมมีข้อสงสัยอยู่ดังนี้ครับ

อากงผมมีอายุยืนถึง92ปี(ตอนนี้เสียวชีวิตแล้ว)แต่ท่านต้องนอนแบบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เป็นเวลากว่า10ปี
ต้องค่อยป้อนน้ำป้อนอาหารให้ ซึ่งผมเห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า การมีอายุยืนแล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบนี้
จะมีประโยชน์อะไร

  เลยอย่าทราบว่ามีพระสูตรในเรื่องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หรือป่าวครับ เพื่อจะอายุยืน จะได้ไม่เสียเปล่านะครับ

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 12-12-2012 22:36:37 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 12-12-2012 22:46
kiddeejung ตอบกลับเมื่อ 12-12-2012 07:00
อนุโมทนากับคุณคมสันและทุกๆท่านด้วยครับ

ในเรื่องของ ...


ปัจจัยแห่งการมีอายุยืน ที่พระศาสดาทรงตรัสไว้ ก็ได้มีการนำมาลงแล้วในกระทู้นี้

สุขภาพแข็งแรงนั้นเป็นผลหนึ่งของการมีอายุยืน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด รบกวนคุณ คิดดีจัง ใคร่ครวญอีกครั้งนะครับ
การที่คนเราสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะ
อาพาธจากฤดูแปรปรวน
เกิดแต่การบริหารไม่สม่ำเสมอ
(ทั้งการกิน, การออกกำลังกาย เป็นต้น)
เกิดแต่ความบากบั่นเกินกำลัง  
และเกิดแต่กรรม


อากงของคุณ คิดดีจัง อยู่ด้วยต้องมีคนปรนนิบัติ เพราะโรคทางกาย (โรคกรรม) หากใจของท่านไม่เสวยเวทนาในส่วนกายนี้ ย่อมเจ็บแต่ทางกาย แต่ไม่เจ็บทางใจ หากอากง เสวยเวทนาทั้งทางกายและใจ ย่อมชื่อว่า เจ็บสองทาง หากผู้ปรนนิบัติ นำเอาทุกข์ของอากงมาเป็นทุกข์ของตน ก็เสวยทุกข์สองทาง คือทั้งทางกาย(ต้องทนเฝ้าปรนนิบัติ) และทางใจ(เศร้าโศก ระทมใจ คร่ำครวญ ต่อการเจ็บป่วยของอากง) หากผู้ปรนนิบัติไม่รับเอาทุกขเวทนาอันเกิดจากใจมาเป็นอารมณ์ ย่อมชื่อว่า เจ็บทางเดียว

ผู้เจ็บทางเดียว คือผู้ที่ได้สดับในธรรมของพระองค์ รู้ชัดซึ่งทุกข์ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์นั้น คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออก เขาย่อมเสวยเวทนามีเพียงแต่กาย(อันเป็นกรรมเก่า ซึ่งไม่ใช่ของบุคคลใดและของเรา) สวนเวทนาทางใจ เขานั้นไม่ได้เสวย เป็นผู้เจ็บทางเดียว

หากประสงค์จะมีชีวิตบั้นปลายอย่างปกติสงบสุข ก็ให้ตั้งความปราถนาไว้ และกระทำให้ตรงกับเหตุแห่งการปรารถนานั้นๆ

แสดงความคิดเห็น

kiddeejung  สาธุ สาธู สาธู เข้าใจดีแล้วครับ  โพสต์เมื่อ 13-12-2012 05:38
123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 5-6-2020 10:46 , Processed in 0.120915 second(s), 23 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน