กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 4939|ตอบกลับ: 26

ปัจจัยแห่งความมีอายุยืน

[คัดลอกลิงก์]

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 08:56:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 20:56

เมื่อไม่นานมานี้มีคนไข้คนหนึ่งผมหงอก ผิวหนังเหี่ยวย่น และเดินกระย่องหลังโค้งงอเข้ามาที่คลินิกยืนยันความประสงค์ขอถอนฟัน ผมได้สอบถามตรวจประวัติพบว่าอายุ 96 ปี มาด้วยอาการฟันผุเป็นรูติดเชื้อเข้าสู่โพรงประสาทฟัน ฟันนั้นเต็มไปด้วยรูปร่างที่ไม่น่าดูชม แตกหักและมีเศษอาหารที่กินเมื่อไม่นานมานี้รวมถึงนานมาแล้วกว่านี้ตกค้างในรูนั้น คุณยายปวดมากๆ เมื่อสอบถามประวัติแล้วเหมาะต่อการถอนได้จึงเริ่มถอนฟันซี่นั้นออก ใจนั้นก็นึกถึงพระสูตรของพระพุทธเจ้าดังนี้ว่า....

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ชราและมรณะเป็นไฉน
ความแก่ ภาวะของความแก่
ฟันหลุด ผมหงอก หนังเหี่ยว ความเสื่อมแห่งอายุ
ความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์
ในหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่าชรา...
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค




ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 08:57:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 21:08

พระองค์ทรงกล่าวพระสูตรกับพะรอานนท์ที่เกี่ยวกับความเสื่อมของรูป
ที่มีความชราภาพของพระองค์เหมือนกับคนทั่วๆไปในอีกพระสูตรดังนี้ว่า...

อานนท์! นั่นต้องเป็นอย่างนั้น คือ
ความชรามี(ซ่อน)อยู่ในความหนุ่ม,
ความเจ็บไข้มี(ซ่อน)อยู่ในความไม่มีโรค,

ความตายมี(ซ่อน)อยู่ในชีวิต
ฉวีวรรณจึงไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องเสียแล้ว ฃ

และกายก็เหี่ยวย่นหย่อนยาน
ตัวค้อมไปข้างหน้า อินทรีย์ทั้งหลายก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไปหมด
ทั้งตา หู จมูก ลิ้น กาย ดังนี้

พระผู้มีพระภาคครั้งตรัสคำนี้แล้ว ได้ตรัสข้อความนี้(เป็นคำกาพย์กลอน)อีกว่า

โธ่เอ๋ย! ความแก่อันชั่วช้าเอ๋ย!
ความแก่อันทำความน่าเกลียดเอ๋ย!
กายที่น่าพอใจ บัดนี้ก็ถูกความแก่ย่ำยีหมดแล้ว
แม้ใครจะมีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี
ทุกคนก็ยังมีความตาย เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
ความตายไม่ยกเว้นให้แก่ใครๆ มันย่ำยีหมดทุกคน

(พุทธวจน : หนังสือปฐมธรรมหน้า 256 หัวข้อที่ 93 เหตุการณ์ช่วงปรินิพพาน)




ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 08:59:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด

แก้ไข

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 20:48


แก้ไข

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 09:05:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 21:13

หลังจากที่ถอนฟันคุณยายเสร็จจึงให้ความรู้คุณยายไปว่า ฟันหากไม่ได้ดูแลและรักษา จะเสื่อมไวกว่าที่ควรเป็น ที่จริงฟันของเรามีความแข็งแรงที่สุดในอวัยวะทั้งหลาย สามารถอยู่กับคุณยายไปได้มากกว่า ๑๒๐ ปี (ดูจากฟันไดโนเสาร์ที่หลงเหลืออยู่) เพียงแต่ว่าช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่นี้จงรักษาอัตภาพฟันของตนให้ถึงที่สุดก่อน เพราะทุกๆสิ่งในโลก หากมีการเกิดแล้วย่อมเป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง นั่นคือถูกปัจจัยปรุงแต่งแล้ว ย่อมดำเนินไปสู่สภาพความมีภาวะอย่างอื่นปรากฏได้แก่เสื่อมลง ชำรุดลงไป ทนอยู่ไม่ได้และดับไปในที่สุด เรียกว่าสังขตลักษณะคือธรรมที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่มีการเกิด สิ่งที่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ดังในพระสูตร...

ภิกษุ ท.! สังขตลักษณะแห่งสังขตธรรม ๓ อย่าง เหล่านี้ มีอยู่  
สามอย่างอย่างไรเล่า? สามอย่างคือ

๑. มีการเกิดปรากฏ (อุปฺปาโท ปญฺญายติ);
๒. มีการเสื่อมปรากฏ (วโย ปญฺญายติ) ;
๓. เมื่อตั้งอยู่ ก็มีภาวะอย่างอื่นปรากฏก (ฐิตสฺส อญ ฺญถตฺตํ ปญฺญายติ)

(พุทธวจน: ปฐมธรรม หน้า 304 หัวข้อ 114 เรื่องสังขตลักษณะ)



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

แสดงความคิดเห็น

kiddeejung  สาธุ สาธู สาธุ  โพสต์เมื่อ 12-12-2012 07:07

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 09:07:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 14-11-2012 22:34

ไม่รู้ว่าคุณยายจะเข้าใจสิ่งที่พูดไปหรือไม่ และก็ไม่เห็นคุถณยายกลับมารักษาซี่ฟันอื่นๆ ที่ยังพอรักษาได้อีกเลยจนถึงวันนี้ แต่ที่น่าสนใจมากๆคือ เพราะเหตุไร ในทางการแพทย์คุณยายจึงมีอายุที่มากเกินค่าเฉลี่ยอายุที่มนุษย์ปัจจุบันมีได้  จะด้วยเหตุผลใดก็ตามพระศาสดาทรงตรัสเกี่ยวกับการที่คนมีอายุยืนไว้ดังนี้ว่า....

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการนี้ เป็นเหตุให้อายุยืน ๕ ประการเป็นไฉน คือ

บุคคลเป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง ๑
รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย ๑
บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย ๑
เป็นผู้เที่ยวในกาลสมควร ๑
เป็นผู้ประพฤติเพียงดังพรหม ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕
ประการนี้แล เป็นเหตุให้อายุยืน ฯ

ส่วนอีกพระสูตรหนึ่งพระองค์ทรงตรัส ๓ ข้อแรกเหมือนเดิมทุกประการ แต่เพิ่ม ๒ ข้อหลังดังนี้ว่า...

บุคคลเป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง ๑
รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย ๑
บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย ๑
เป็นคนมีศีล ๑
มีมิตรดี๑

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต





ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 09:10:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 21:20

และพระองค์ทรงตรัสเสริมในอีกพระสูตรที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเสวยมากจนรู้สึกอึดอัดร่างกายจนทนไม่ไหว
เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบจึงถวายภาษิตดังนี้ว่า...


มนุษย์ผู้มีสติอยู่ทุกเมื่อ
รู้จักประมาณในโภชนะที่ได้มา  
ย่อมมีเวทนาเบาบาง
เขาย่อมแก่ช้า
ครองอายุได้ยืนนาน
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค หัวข้อ 365)

ในบางคนเกิดมาแล้ว มักจะถูกโรคภัยเบียดเบียน แม้จะมีทรัพย์มากและรักษาตัวเองอย่างดีแล้ว ก็ไม่พ้นเป็นความโรค เพราะเหตุไรบางคนจึงมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่ยากจนแลไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยเลย พระพุทธเจ้าตรัสถึงเหตุที่มาของคำถามนี้ไว้ดังพระสูตรที่ว่า...

“..... คนบางคนย่อมเป็นผู้เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยมือ หรือก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตรา
ครั้นตายไปย่อมเกิดในอบายทุคตินรกด้วยกรรมนั้น....
ถ้าตายไปไม่เกิดในอบายทุคตินรก
มาเกิดเป็นมนุษย์ในที่ใด ๆ จะเป็นผู้มีโรคมาก

.... คนบางคนย่อมเป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ด้วยมือหรือก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตรา
ครั้นตายไป ย่อมเกิดในสุคติโลกสวรรค์ด้วยกรรมนั้น....
ถ้าตายไปไม่เกิดในสุคติโลกสวรรค์
มาเกิดเป็นมนุษย์ในที่ใด ๆ จะเป็นผู้มีโรคน้อย...”
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ หัวข้อ 585)




48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 09:11:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 21:27

และทรงตรัสถึงคนไข้ในโลกนี้แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท ดังพระสูตรที่ว่า...
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนไข้ ๓ จำพวกนี้ปรากฏอยู่ในโลก.. คือ
คนไข้บางคนในโลกนี้
ได้โภชนะที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม
ได้เภสัชที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม
ได้ผู้ปฏิบัติบำรุงที่สมควรหรือไม่ได้ก็ตาม
ย่อมไม่หายจากอาพาธนั้นได้

คนไข้บางคนในโลก ได้โภชนะที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม
ได้เภสัชที่สบายหรือไม่ได้ก็ตาม
ได้อุปัฏฐากที่สมควรหรือไม่ได้ก็ตาม ย่อมหายจากอาพาธนั้นได้

คนไข้บางคนในโลก ได้โภชนะที่สบาย
ได้เภสัชที่สบาย
ได้อุปัฏฐากที่สมควร
จึงหายจากอาพาธนั้น
เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในบรรดาคนไข้ ๓ จำพวกนั้น
เราอนุญาตอาหารสำหรับคนไข้ ยาสำหรับคนไข้และอุปัฏฐากคนไข้ไว้
เพราะเห็นแก่คนไข้ที่ได้โภชนะที่สบาย..... เภสัชที่สบาย....... อุปัฏฐากที่สมควร
จึงหายจากโรคนั้น เมื่อไม่ได้ย่อมไม่หาย....”
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต :คิลานสูตร หัวข้อ 461)

พระสูตรที่พระองค์ตรัสเกี่ยวกับโรคทางกายเทียบกับโรคทางใจที่น่าสนใจมีดังนี้ว่า...

“....ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์ทั้งหลายผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคด้วยโรคทางกายตลอดปีหนึ่งมีปรากฏ
ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคตลอด ๒ ปีบ้าง ๓ ปีบ้าง ๔ ปีบ้าง
๕ ปีบ้าง ๑๐ ปีบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ๓๐ ปีบ้าง ๔๐ ปีบ้าง ๕๐ ปีบ้าง
ผู้ปฏิญาณความไม่มีโรคแม้ยิ่งกว่า ๑๐๐ ปีบ้าง มีปรากฏ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
สัตว์เหล่าใดปฏิญาณความมีโรคทางใจแม้ครู่หนึ่ง
สัตว์เหล่านั้นหาได้ยากในโลก
เว้นจากพระขีณาสพ....”
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต หัวข้อ 157)

และท้ายสุดนี้พระสูตรที่หากคนไม่เคยเป็นโรค จะไม่รู้ความหมายของพระสูตรนี้ดีพอเลยว่า...
“ ...ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง


บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม

างมีองค์แปดเป็นทางเกษม.”
(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ หัวข้อ 287)



ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

แสดงความคิดเห็น

Rnapa  สาธุ สาธุ......จะขอนำไปเผยแพร่ต่อ ???หรือถ้าเป็นไปได้ขอlinkเข้าไปที่ facebook Kiddee  โพสต์เมื่อ 17-4-2012 11:04

6

กระทู้

9

เพื่อน

1072

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
2
สตางค์
846
ความดี
90
ชื่อเสียง
4
ล่าสุด
28-11-2015
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 10:13:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุ...สาธุ... นับว่าเป็นผู้สั่งสมสุตะโดยแท้...แต่ถ้าจะใส่ที่มาว่า มาจากบาลีสยามรัฐ เล่มใด หน้าไหน ก็จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ เพราะผู้ใหม่ ผู้ที่สนใจสะสมสุตะ และผู้ปัญญาน้อยเช่นผม จะได้ติดตามเข้าไปดู,ค้นหาฉบับเต็มๆได้ เพื่อเป็นการได้ฝึกหัดเปิดบาลีสยามรัฐไปด้วยครับ...ขออนุโมทนาครับ....

แสดงความคิดเห็น

ธัมมสรณ  มันควรจะเป็นอย่างนั้นนะ Thiski หลายคนชอบอธิบายเอง ก็คงไม่ต่างไปจากที่เคย  โพสต์เมื่อ 17-4-2012 19:25
ธัมมสรณ  มีมาแล้วใน พระไตรปิฎก ซึ่งมีการเอาคำตนเองไปอธิบายเพิ่มในคำพระศาสดา  โพสต์เมื่อ 17-4-2012 19:24
ธัมมสรณ  มันก็ไม่ต่างอะไรกับในปัจจุบัน ที่พวกยกบทพยัญชนะขึ้นมาแล้ว  โพสต์เมื่อ 17-4-2012 19:24
ธัมมสรณ  "อธิบาย" เพิ่มเข้าไปเอง โดยไม่เข้าใจว่า เขาเหล่านั้นได้กระทำแล้ว ซึ่ง   โพสต์เมื่อ 17-4-2012 19:24
ธัมมสรณ  "ความเสื่อม"  โพสต์เมื่อ 17-4-2012 19:23

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 21:42:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 21:49

สาธุ...ครับผม ผมได้ทำการใส่ที่มาของทุกๆพระสูตรให้แล้วตามความประสงค์นะครับ
เนื้อความสีแดงที่เน้นให้ทั้งหมดนั้น คือพุทธวจนทั้งสิ้นเลยครับ

แต่เพราะผมพลาดในการลงที่มา ด้วยความที่ตัวเองจำได้ว่าพระสูตรนี้ๆตนเองอ่านไว้ที่ตรงใดบ้าง
แต่ไม่ได้คิดถึงคนอื่นว่าเขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราทำหรือไม่
คำทีปรากฏเป็นตัวอักษรเล็กสีดำเป็นคำที่ผมเขียนเนื้อเรื่องในชีวิตประจำวัน
ไม่ใช่แม้แต่คิดอธิบายพุทธวจนเพิ่มแต่งลงไปในความเห็นส่วนตัว
แต่เป็นการนำพุทธวจนอธิบายการใช้ชีวิตจริงของคนเรา
ว่าเมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้ย่อมมี เพราความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
บุคคลที่ได้อ่านและสั่งสมพุทธวจนมาอย่างดีแล้ว
ย่อมเข้าใจในสิ่งที่ผมนำพุทธวจน...มาเผยแพร่

"เราย่อมไม่กล่าวขัดแย้งกะโลก แต่โลกต่างหากย่อมกล่าวขัดแย้งต่อเรา"
(พุทธวจน : พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หัวข้อ 239)



แสดงความคิดเห็น

jongkol  ขออนุโมทนา และเป้นกำลังใจ ครับ  โพสต์เมื่อ 3-5-2012 01:02

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 17-4-2012 22:28:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-4-2012 22:32

สาธุ..ครับ คุณRnapa
ร่วมเป็นหนึ่งในสามบุคคลที่หาได้ยากในโลกนี้คือ...

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑
บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ๑
กตัญญูกตเวทีบุคคล ๑

(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หัวข้อ๕๕๔)

และเป็นหนึ่งในรัตน ๕ ที่หาได้ยาก ที่ตรัสกับพระเจ้าลิจฉวี

พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑
บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ๑
บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว อันผู้อื่นแสดงแล้ว ๑
บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว

อันผู้อื่นแสดงแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑
กตัญญูกตเวทีบุคคล ๑

(พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต)


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 5-6-2020 10:07 , Processed in 0.030036 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน