กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 676|ตอบกลับ: 5

การกระทำทักขิณา การบูชา การยกย่องรำลึกถึงผู้ตาย ด้วยการให้ทาน

[คัดลอกลิงก์]

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 14-12-2017 12:04:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
การกระทำทักขิณา การบูชา การยกย่องรำลึกถึงผู้ตาย ด้วยการให้ทาน
///
---เห็นว่า  ความเชื่อเรื่องการทำบุญอุทิศผู้ตายที่ทั่วๆไปเข้าใจกันนั้น คือการส่งส่วนบุญให้ผู้ตายตามที่เข้าใจกัน น่าจะมีส่วนเกินเลยความจริงไปมาก  เพราะบางส่วนขัดกับหลักที่ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมของตน
---ส่วนสำนวนว่า "ให้กระทำทักขิณาอุทิศท่าน" นั้น น่าจะหมายถึงการกระทำเพื่อใช้ หรือสำหรับบูชา (ยกย่องระลึกถึงคุณความดี แสดงความนับถือ) ของผู้ล่วงลับ(ผู้ตายไป) การกระทำทักขิณา ที่พระศาสดาให้กระทำเมื่อบิดามารดาได้ล่วงลับไปนั้น น่าจะเป็นการบูชา (ยกย่องระลึกถึงคุณความดี แสดงความนับถือ) ต่อบิดามารดา ด้วยการให้ทาน ในพระอริยะ ในสงฆ์ด้วยสังฆทาน เป็นต้น เป็นบูชาด้วยการให้ทาน เป็นการแสดงความกตัญญูรู้คุณ บูชาคุณ ด้วยการทำทักขิณา เป็นกุศลกรรม นั่นเอง ซึ่งการเห็นอย่างนี้ ขัดกับเรื่องที่เชื่อกัน สอนกัน ในวงกว้าง ในหนังสือทั้งหลาย เกี่ยวกับการอุทิศบุญให้คนตาย
อ้างอิงเทียบเคียงจากพระไตรปิฎก เล่ม10 ข้อ [๘๔] ความว่า " บัณฑิตยชาติสำเร็จการอยู่ในประเทศใด ย่อมเชื้อเชิญท่าน ผู้มีศีล ผู้สำรวมแล้วประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริโภคในประเทศ นั้น ได้อุทิศทักษิณาทานให้แก่เทวดาที่มีอยู่ ณที่นั้น เทวดา เหล่านั้นได้รับบูชาแล้ว ย่อมบูชาตอบเขา ได้รับความนับถือ   แล้ว ย่อมนับถือตอบเขา แต่นั้นย่อมอนุเคราะห์เขา เหมือน     มารดาอนุเคราะห์บุตรซึ่งเกิดแต่อก ฉะนั้น บุรุษผู้อันเทวดาอนุเคราะห์แล้ว ย่อมเห็นความเจริญทุกเมื่อ ฯ "
---จะสังเกตุได้ว่า ในพระสูตรบาลี จะไม่มีคำว่าอุทิศ แต่ในการแปลของไทยใช้สำนวนว่า "ทำทักขิณาอุทิศท่าน" จริงๆ คำว่าอุทิศอาจไม่ถูกไม่ผิดในตัวคำว่าอุทิศ แต่เป็นที่ความเข้าใจนัยของคำว่า อุทิศ ของแต่ละคนที่อาจไม่ตรงกัน อาจไม่ถูกทั้งหมด
ถ้าให้ความหมายว่า อุทิศ เป็นคำกริยา
1.ให้, ยกให้. เช่น "อุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้ตาย"
2.ทำเพื่อ, สละให้โดยเจาะจง. เช่น "ชีวิตนขออุทิศให้แก่ชาติบ้านเมือง"
การให้ หรือยกให้ หรือการอุทิศนั้น อาจหมายถึง การใช้การกระทำอันเป็นกุศล คือทักขิณาทาน เป็นเครื่องบูชา เครื่องแสดงความเคารพนับถือ การระลึกถึง แก่ผู้ที่ต้องการอุทิศให้  อาจไม่ได้หมายถึงการส่งบุญไปเติมไปให้คนตายจนถึงขนาดเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติให้พ้นอบายได้
ในพระสูตร  สิงคาลกสูตร ( [๑๙๙] ดูกรคฤหบดีบุตร มารดาบิดาผู้เป็นทิศเบื้องหน้า อันบุตรพึงบำรุง
ด้วยสถาน ๕ คือ ด้วยตั้งใจไว้ว่าท่านเลี้ยงเรามา เราจักเลี้ยงท่านตอบ ๑ จักรับทำ
กิจของท่าน ๑ จักดำรงวงศ์สกุล ๑ จักปฏิบัติตนให้เป็นผู้สมควรรับทรัพย์มรดก ๑
ก็หรือเมื่อท่านละไปแล้ว ทำกาลกิริยาแล้ว จักตามเพิ่มให้ซึ่งทักษิณา ๑ ฯ )

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 14-12-2017 12:04:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
---จะเห็นว่าในธรรมเนียมการแต่งหนังสือของฟรั่ง ที่ไทยรับมาใช้  บางทีก็จะมีคำอุทิศ หรือใช้คำว่าแด่ หรือใช้คำว่าสำหรับเป็นที่ระลึก ถึงคนที่ตายไปแล้ว ในการแต่งหนังสือเล่มนั้นๆ หรือใช้ในตอนท้ายของภาพยนต์หรือละครบางเรื่อง ซึ่งฟรั่งไม่ได้เชื่อเรื่องการอุทิศบุญให้คนตาย แต่ก็มีหลักการทำบางสิ่งบางอย่างที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพื่อ ระลึก หรือ อุทิศ(บูชา) ยกย่อง คนตาย ซึ่งมิได้มุ่งหมายส่งส่วนบุญส่วนกุศลอะไร
---พบพระสูตรเดียว ที่ระบุว่าการทำทานส่งตรงถึงผู้ตายอย่างไร คือใน ชาณุโสณีสูตร http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=24&A=6420&Z=6522
ซึ่งระบุว่า สำหรับผู้เชื่อว่า ทานนี้ต้องสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้ว ขอญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วจงบริโภค (อาจจะ เช่น การนำอาหารไปวางที่โลงศพ การนำอาหารไปวางในที่ต่างๆ แล้วอุทิศ) พระศาสดาตรัสว่า ทานนี้ที่ทำแล้วจะถึงคนตายเฉพาะที่ได้ไปเกิดเป็นเปรต เท่านั้น
(บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงเปรตวิสัย เขาย่อมเลี้ยงอัตภาพอยู่ในเปรต
วิสัยนั้น ด้วยอาหารของสัตว์ผู้เกิดในเปรตวิสัย หรือว่ามิตร อำมาตย์หรือญาติ
สาโลหิตของเขา ย่อมเพิ่มให้ซึ่งปัตติทานมัยจากมนุษย์โลกนี้ เขาเลี้ยงอัตภาพอยู่
ในเปรตวิสัยนั้น ย่อมตั้งอยู่ในเปรตวิสัยนั้น ด้วยปัตติทานมัยนั้น ดูกรพราหมณ์
ฐานะอันเป็นที่เข้าไปสำเร็จแห่งทานแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่นี้แล เป็นฐานะ ฯ)
จะเห็นว่าพระองค์พูดถึงนัยของอาหารที่จะได้รับ จากการทานอุทิศให้ เปรตนั้นได้รับก็ได้รับอาหารนั่นล่ะ แต่มิใช่สามารถเปลี่ยนภพภูมิ เหมือนคำแต่งใหม่ จะเปรียบก็เหมือนการให้เงินเล็กๆน้อยแก่ขอทาน อาจช่วยให้เขาซื้อของกินได้ แต่ไม่สามารถช่วยให้เขาพ้นจากความเป็นขอทานได้
---เมื่อมีความเชื่อเรื่องการอุทิศบุญในสังคมที่เกินเลยจากที่ทรงบัญญัติ ก็จะมีมีคำถามคาใจตามมาเสมอว่าบุญจะถึงผู้ตายจริงไหม ทำยังไงถึงจะถึง(พิธีกรรม) ต้องสวดบทไหน ต้องกรวดน้ำไหม สงสัยต่อไปว่าแล้วสัตว์โลกเป็นไปตามกรรมของตนจะจริงไหม รอให้คนอื่นทำแล้วอุทิศให้ก็พอ ขัดกันไหม เป็นต้น
---แม้ว่าการกระทำทักขิณา จะยังไม่พบพระสูตรที่ตรัสถึงผลของผู้ที่ล่วงลับไปชัดๆ เหมือนการให้ทานแก่เปรต แต่ที่ชัดเจน คือ ทักขิณา เป็นกุศลกรรมอย่างแน่นอน และกุศลกรรมทุกชนิดก็ให้ผลกับผู้ทำ(ตัวผู้ทำทักขิณา)แน่นอน ส่วนจะมีผลอย่างไรกับผู้ที่อุทิศให้ที่ตายไปนั้น ก็วางเป็นกลาง ๆการที่ไม่ตรัสไว้ก็อาจจะมิได้หมายถึงไม่มีผล อาจจะ(อาจจะ) มีผลก็ได้แต่มีผลเล็กน้อยถ้ามีผลมากน่าจะต้องตรัสเน้นย้ำถึงผลไว้แล้ว เทียบกับผลของการให้ทานแก่เปรต(ซึ่งตรัสตอบเพราะมีผู้ถาม) ซึ่งก็ไม่มีผลถึงกับทำให้พ้นจากความเป็นเปรตไปได้ การที่พระองค์ไม่ตรัสไว้ อาจจะ(อาจจะ) ทรงพิจารณาแล้วว่าหากตรัสไว้จะทำให้เกิดความประมาท ไม่ทำกุศลกันรอรับส่วนบุญหลังตาย (เพราะสัตว์จะไปอบายไปสวรรค์ก็ด้วยกรรมของตน) อ้างอิงเทียบเคียงจากพระสูตร สอุปาทิเสสสูตร ที่พระสารีบุตรถามพระศาสดาฯ ซึ่งท้ายสุดพระศาสดาตรัสว่า (สำนวนการแปลของท่านพุทธทาส) สารีบุตร !  ธรรมปริยายข้อนี้ ยังไม่เคยแสดงให้ปรากฏ  แก่หมู่ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกาทั้งหลาย  มาแต่กาลก่อน.  ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ? เพราะเราเห็นว่า  ถ้าเขาเหล่านั้นได้ฟังธรรมปริยายข้อนี้แล้ว  จักพากันเกิดความประมาท ;  อนึ่งเล่า  ธรรมปริยายเช่นนี้  เป็นธรรมปริยายที่เรากล่าว  ต่อเมื่อถูกถามเจาะจงเท่านั้น ;  ดังนี้แล. อีกทั้งการรับการอุทิศก็ไม่ได้ช่วยผู้ตายให้พ้นอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ไปได้ นอกจาก ผู้นั้นได้เจริญมรรคมีองค์8 ด้วยตนเอง ดังนั้น การกระทำทักขิณาทาน เป็นกุศล พระศาสดาให้ทำ บุตรควรทำเมื่อบิดามารดาล่วงลับไป การทำทักขิณานี้ ก็ผลเป็นบุญกับผู้ทำแน่ๆ

แสดงความคิดเห็น

undeath13  ผมสรุปได้ว่า อุทิศบุญให้นั้นต้องให้เขารับรู้ และมาโมทนาบุญเอง  โพสต์เมื่อ 17-12-2017 17:31
อัครา  สรุปให้ด้วยก็ดีนะครับ ว่า ผู้ให้ ของ ผู้รับ วิธีการ ผู้ล่วงลับ มีผลอย่....  โพสต์เมื่อ 16-12-2017 18:38

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 17-12-2017 16:33:07 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย undeath13 เมื่อ 17-12-2017 17:50

ขอแทรกนิดนึงตรง
พระไตรปิฎก เล่ม10 ข้อ [๘๔] ความว่า " บัณฑิตยชาติสำเร็จการอยู่ในประเทศใด ย่อมเชื้อเชิญท่าน ผู้มีศีล ผู้สำรวมแล้วประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริโภคในประเทศ นั้น ได้อุทิศทักษิณาทานให้แก่เทวดาที่มีอยู่ ณที่นั้น เทวดา เหล่านั้นได้รับบูชาแล้ว ย่อมบูชาตอบเขา ได้รับความนับถือ   แล้ว ย่อมนับถือตอบเขา แต่นั้นย่อมอนุเคราะห์เขา เหมือน     มารดาอนุเคราะห์บุตรซึ่งเกิดแต่อก ฉะนั้น บุรุษผู้อันเทวดาอนุเคราะห์แล้ว ย่อมเห็นความเจริญทุกเมื่อ ฯ "

ถ้าแปลตามความเข้าใจว่า จะแปลว่าอะไรครับไม่ต้องอุทิศบุญให้เทวดาเพราะท่านบอกว่าไม่มีคำว่า อุทิศในบาลีใช่ไหม

แล้วสรุปแปลว่าอะไร ต้องทำอะไรให้เทวดา เทวดาถึงจะอนุเคราะห์เราให้มีความเจริญครับ?

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 19-1-2018 15:49:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เท่าที่ค้นเจอมีแต่พระสูตรนี้
http://84000.org/tipitaka/read/v ... 362&pagebreak=0

เปรตแม่ของพระสารีบุตร ที่พระสารีบุตรอุทิศบุญให้แล้วนางเปลี่ยนภพเป็นเทวดาเลยจากเปรต

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 21-2-2018 12:33:20 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 21-2-2018 12:37
undeath13 ตอบกลับเมื่อ 17-12-2017 16:33
ขอแทรกนิดนึงตรง
พระไตรปิฎก เล่ม10 ข้อ [๘๔] ความว่า " บัณ ...

อุทิศ ตามที่ทั่วไปเข้าใจคือ อุทิศในส่วนของผลแห่งการกระทำ ซึ่งขัดกับหลักกรรม

แต่เมื่อเทียบกับ ให้กระทำทักขิณา คือ ระลึกถึงคุณความดีจึงทำกุศลกรรม เมื่อระลึกถึงใครแล้วทำดีเพื่อเป็นเครื่องบูชา เหมือนที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าปฏิบัติบูชา เป็นการ เคารพ นับถือ บูชา สูงสุดเหนือการบูชาทั้งหลาย

และก็ไม่แปลกที่เทวดาที่ถูกบูชาด้วยการปฏิบัติบูชา ถ้าเป็นเทวดาที่ดีถ้าตอบแทนการบูชาได้ก็คงตอบแทน

คนเราก็เหมือนกัน ถ้ามีใครรักเคารพเราบูชาระลึกถึงความดีของเรา เราจะไม่ตอบแทนเขาหรือถ้ามีโอกาส ซึ่งแม้ว่าเราก็ไม่ได้ส่วนบุญหรือลาภใดๆโดยตรงก็ตาม

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 21-2-2018 12:46:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
undeath13 ตอบกลับเมื่อ 19-1-2018 15:49
เท่าที่ค้นเจอมีแต่พระสูตรนี้
http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=26&A ...

ใช้หลักมหาปเทศ4 พิจารณาดูครับ
ถ้าจะอนุโลมตามพุทธวจนก็ได้แต่ช่องการอนุโมทนาของเปรตนั้น

ซึ่งการอนุโมทนาจะเกิดขึ้นเสมอหรือไม่
มันก็ขึ้นอยู่กับอินทรีย์5ที่สะสมมา
มันก็เป็นกรรมของตนนั่นเอง

บางคนเห็นคนทำดีก็อิจฉาตาร้อน
มีจิตอกุศลก็มี ไม่เชื่อกรรมและผลกรรมก็มี
เมื่อไม่เชื่อจะอนุโมทนาคงไม่ได้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 16-9-2019 05:18 , Processed in 0.060689 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน