กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 84|ตอบกลับ: 4

สมัยพุทธกาล ใช้การเทียบเคียงพระสูตร สอบพระวินัยกันอย่างไรครับ?

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

0

ติดตาม

33

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
17
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
25-10-2017
โพสต์เมื่อ 12-10-2017 09:49:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อ้างอิง ตาม
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓
อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต

จะยกมาในส่วนที่สงสัยดังนี้ครับ
"ดูกรอาวุโส ข้อนี้ข้าพเจ้าได้สดับมา ได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้
มีพระภาคว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายไม่พึงยินดี ไม่พึงคัดค้านคำกล่าวของภิกษุนั้น
ครั้นแล้วพึงเรียนบทและพยัญชนะเหล่านั้นให้ดี แล้วพึงเทียบเคียงในพระสูตร
พึงสอบสวนในพระวินัย ถ้าเมื่อเทียบเคียงในพระสูตร สอบสวนในพระวินัย
บทและพยัญชนะเหล่านั้น เทียบเคียงกันไม่ได้ในพระสูตร สอบสวนกันไม่ได้
ในพระวินัย ในข้อนี้พึงลงสันนิษฐานได้ว่า นี้มิใช่คำของพระผู้มีพระภาคอรหันต-
สัมมาสัมพุทธเจ้าแน่แท้ ภิกษุนี้รับมาผิดแล้ว เธอทั้งหลายพึงทิ้งคำนี้เสียทีเดียว"


คำถามคือ ณ สมัยนั้น ใช้การเทียบเคียงพระสูตร สอบพระวินัยกันอย่างไรครับ? หรือมีการจดหรือบันทึกเป็นอักษร ก่อนการสังคายนาครั้ง 1
ถ้าใช้การสอบแบบปากต่อปาก แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรครับ ว่าบุคคลที่ไปทวนสอบด้วยนั้น ทรงจำมาถูก

65

กระทู้

2

ติดตาม

1482

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
778
ความดี
383
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-12-2017
โพสต์เมื่อ 12-10-2017 10:40:59 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จะเป็นตำรา จะเป็นคำพูด มันก็ไม่ต่างกัน พระสูตรทั้งหมด ส่วนมากต้องถูกก่อน ถึงจะเทียบเคียงได้
ถ้าพระสูตรส่วนมากผิด จำมาผิด บันทึกไว้ผิด มันก็เทียบเคียงไม่ได้

การเทียบเคียงไม่ใช่ยาครอบจักรวาล ป้องกันความสุญหายของพระสัทธรรมได้ตลอดกาล
ทุกอย่าง ไม่เที่ยง เป็นธรรมดา

จะใช้ได้ในระยะเวลาที่พระสูตรส่วนใหญ่จำมาถูก บันทึกไว้ถูก เข้าใจถูก
มันถึงมีคำว่า การอันตรธานของพระสัทธรรม ในพระสูตรกลองศึกนั้นเอง
แรกๆ ลิ่มใหม่ที่ตอกไปแทนส่วนที่กลองแตกหรือลิไปนั้น เป็นส่วนน้อย
การเทียบเคียงก็ทำได้ง่าย แต่เมื่อลิ่มใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยากขึ้นไปเรื่อยๆ

พระสูตร ต้องมากพอด้วยในการเที่ยบเคียง คล้ายหลักสถิติ ยิ่งมีกลุ่มตัวอย่างมาก ความแม่นยำก็สูง
วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ก็เกี่ยว

อย่างไรก็ตามอย่าพึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริงสิ่งอื่นเปล่า มีหลายหลักการในการร่วมพิจารณาธรรม

65

กระทู้

2

ติดตาม

1482

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
778
ความดี
383
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-12-2017
โพสต์เมื่อ 12-10-2017 10:45:11 |ดูโพสต์ทั้งหมด
http://www.84000.org/tipitaka/re ... A=10194&Z=10534

ธรรม ๕ ประการมีวิบากเป็นสองส่วน
             [๖๕๕] พ. ดูกรภารทวาชะ ครั้งแรกท่านได้ไปสู่ความเชื่อ เดี๋ยวนี้ท่านกล่าวการฟัง
ตามกัน ดูกรภารทวาชะ ธรรม ๕ ประการนี้ มีวิบากเป็นสองส่วน ในปัจจุบัน ๕ ประการ
เป็นไฉน? คือ ศรัทธา ความเชื่อ ๑ รุจิ ความชอบใจ ๑ อนุสสวะ การฟังตามกัน ๑ อาการ
ปริวิตักกะ ความตรึกตามอาการ ๑ ทิฏฐินิชฌานขันติ ความทนได้ซึ่งความเพ่งด้วยทิฏฐิ ๑
ธรรม ๕ ประการนี้แล มีวิบากเป็นสองส่วนในปัจจุบัน ดูกรภารทวาชะ ถึงแม้สิ่งที่เชื่อกัน
ด้วยดีทีเดียว แต่สิ่งนั้นเป็นของว่างเปล่าเป็นเท็จไปก็มี ถึงแม้สิ่งที่ไม่เชื่อด้วยดีทีเดียว แต่สิ่งนั้น
เป็นจริงเป็นแท้ ไม่เป็นอื่นก็มี อนึ่ง สิ่งที่ชอบใจดีทีเดียว ... สิ่งที่ฟังตามกันมาด้วยดีทีเดียว  ...
สิ่งที่ตรึกไว้ด้วยดีทีเดียว ... สิ่งที่เพ่งแล้วด้วยดีทีเดียว เป็นของว่างเปล่าเป็นเท็จไปก็มี ถึงแม้
สิ่งที่ไม่ได้เพ่งด้วยดีทีเดียว แต่สิ่งนั้นเป็นจริงเป็นแท้ ไม่เป็นอื่นก็มี ดูกรภารทวาชะ บุรุษผู้รู้แจ้ง
เมื่อจะตามรักษาความจริง ไม่ควรจะถึงความตกลงในข้อนั้นโดยส่วนเดียวว่า สิ่งนี้แหละจริง
สิ่งอื่นเปล่า.
             กา. ท่านพระโคดม ก็ด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร จึงจะชื่อว่าเป็นการตามรักษาสัจจะ
บุคคลชื่อว่าตามรักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ข้าพเจ้าขอทูลถามท่านพระโคดมถึงการตาม
รักษาสัจจะ?
พยากรณ์การรักษาสัจจะ
             [๖๕๖] พ. ดูกรภารทวาชะ ถ้าแม้บุรุษมีศรัทธา เขากล่าวว่า ศรัทธาของเราอย่างนี้
ดังนี้ ชื่อว่า ตามรักษาสัจจะ แต่ยังไม่ชื่อว่าถึงความตกลงโดยส่วนเดียวก่อนว่า สิ่งนี้แหละจริง
สิ่งอื่นเปล่า ดูกรภารทวาชะ การตามรักษาสัจจะย่อมมีด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ บุคคลชื่อว่าตาม
รักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ และเราย่อมบัญญัติการตามรักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียง
เท่านี้ แต่ยังไม่ชื่อว่าเป็นการตรัสรู้สัจจะก่อน ดูกรภารทวาชะ ถ้าแม้บุรุษมีความชอบใจ ... มีการ
ฟังตามกัน ... มีความตรึกตามอาการ ... มีการทนต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิ เขากล่าวว่า การทนต่อ
การเพ่งด้วยทิฏฐิของเราอย่างนี้ ดังนี้ ชื่อว่าตามรักษาสัจจะ แต่ยังไม่ชื่อว่าถึงความตกลงโดย
ส่วนเดียวก่อนว่า สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า ดูกรภารทวาชะ การตามรักษาสัจจะย่อมมีด้วย
ข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ บุคคลชื่อว่าตามรักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ และเราย่อมบัญญัติการ
ตามรักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ แต่ยังไม่ชื่อว่าเป็นการตรัสรู้สัจจะก่อน.
             กา. ท่านพระโคดม การตามรักษาสัจจะย่อมมีด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ บุคคลชื่อว่า
ตามรักษาสัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่านี้ และเราทั้งหลายย่อมเพ่งเล็ง การรักษาสัจจะด้วยข้อ
ปฏิบัติเพียงเท่านี้ ท่านพระโคดม ก็การตรัสรู้สัจจะย่อมมีด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร บุคคลย่อม
ตรัสรู้สัจจะด้วยข้อปฏิบัติเพียงเท่าไร ข้าพเจ้าขอทูลถามท่านพระโคดม ถึงการตรัสรู้สัจจะ?

1

กระทู้

0

ติดตาม

33

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
17
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
25-10-2017
โพสต์เมื่อ 12-10-2017 11:14:20 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 12-10-2017 10:40
จะเป็นตำรา จะเป็นคำพูด มันก็ไม่ต่างกัน พระสูตรทั้งห ...

วิธีการทางสถิติของสมัยนี้ ผมพอเข้าใจครับ

แต่เป็นกรณีภิกขุในสมัยพุทธกาล หากไม่อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แล้วมีคนกล่าวว่า

"ดูกรอาวุโส ข้อนี้ข้าพเจ้าได้สดับมา ได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้
มีพระภาคว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา"

แล้วท่านต้องการทวนสอบเพื่อรับไปปฏิบัติให้ถูก หากคนที่ท่านที่ไปทวนสอบ ก็กล่าวอีกว่า

"ดูกรอาวุโส ข้อนี้ข้าพเจ้าได้สดับมา ได้รับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้
มีพระภาคว่า นี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา"

ภิกขุนั้นก็ต้องไปหาคนทวนอีกไปเรื่อยๆหรืออย่างไรครับ
หรือท่านต้องมีความรู้พื้นฐานทางสถิติ ว่าต้องทวนจาก ภิกขุกลุ่มใดบ้าง ที่ใดบ้าง จำนวนเท่าใดบ้าง  จึงใช้ได้

หรือว่าประเด็นนี้ ผมคิดไปก็เสียเวลาเปล่าไม่เกิดประโยชน์
ควรไปศึกษาหัวข้ออื่นดีกว่าครับ

65

กระทู้

2

ติดตาม

1482

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
778
ความดี
383
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-12-2017
โพสต์เมื่อ 16-10-2017 11:27:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 16-10-2017 11:29

ถ้าพูดเป็นการทั่วไป เชื่อว่า กุศลมูล บารมีเก่าก็มีส่วน เพราะคนในโลกนี้มีมากกมายสักเท่าใด แล้วกี่คนที่จะได้ยินได้ฟังได้รับรู้พุทธวจน เพราะมีไม่น้อยที่ได้ยินแล้วเฉยๆก็มี ไม่เชื่อไม่มีสัทธาไม่เข้าใจก็มี เห็นไหมพระที่ไปเชื่อไปเข้าฝ่ายกับพระเทวทัศ บางครั้งก็ไม่อาจแยกแยะได้ว่าอะไรควรฟัง อะไรควรเชื่อ ถึงขั้นเลือกข้างพระเทวทัศ ละทิ้งพระศาสดา ก็มีมาแล้ว
สิ่งที่จะนำพาสัตว์ไปในทางเจริญ มีทั้งเหตุปัจจัยเดิม(อุปนิสัย) กุศลมูลเดิม และกรรมปัจจุบัน คนไม่รู้คนมีอกุศลมูลยังไงก็เสื่อมก็ไม่รู้ คนมีกุศลมูลอันตัดไม่ขาดแม้มีอกุศลบ้างบางกาล แต่ก็จะไม่ไปทางเสื่อม

การมีกัลยาณมิตรนั่นแหละคือทั้งหมดของพรหมจรรย์ กัลยาณมิตรสูงสุดก็คือ อริยสัจ4 นั้นเอง
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 17-12-2017 22:33 , Processed in 0.057642 second(s), 5 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน