กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1403|ตอบกลับ: 2

จิต กับสังขาร

[คัดลอกลิงก์]

5

กระทู้

0

เพื่อน

32

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
24
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
21-11-2011
โพสต์เมื่อ 18-10-2011 16:38:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จิตที่มันแนบติดกับสังขารในการพิจารณามรรคใคร่ควรธรรมอยู่ เมื่อเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติไปอินทรีย์บารมีหรือนิสัยอันนี้จะติดไปด้วยหรือไม่ครับ

8

กระทู้

20

เพื่อน

1244

เครดิต

ผู้ดูแลพิเศษ

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
929
ความดี
26
ชื่อเสียง
5
ล่าสุด
20-4-2017
โพสต์เมื่อ 19-10-2011 07:41:53 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระสูตรเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีอยู่พอสมควร จะยกตัวอย่างพอสังเขป ดังนี้

พระสูตรที่ 1

...บุคคลนั้น
เมื่อสุขเวทนาถูกต้องอยู่ ย่อมเพลิดเพลิน ย่อมพร่ำสรรเสริญ เมาหมกอยู่ ; อนุสัยคือราคะ ย่อมตามนอน (เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น (ตสฺส ราคานุสโย อนุเสติ) ;

เมื่อทุกขเวทนาถูกต้องอยู่ เขาย่อมเศร้าโศก ย่อมระทมใจ ย่อมคร่ำครวญ ย่อมตีอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหลอยู่ ;
อนุสัยคือปฏิฆะ ย่อมตามนอน (เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น.

เมื่อเวทนาอันไม่ใช่ทุกข์ไม่สุขถูกต้องอยู่ เขาย่อมไม่รู้ตามเป็นจริง ซึ่งเหตุให้เกิดเวทนานั้นด้วย
ซึ่งความดับไม่เหลือแห่งเวทนานั้นด้วย ซึ่งอัสสาทะ (รสอร่อย) ของเวทนานั้นด้วย ซึ่งอาทีนวะ (โทษ) ของเวทนานั้นด้วย
ซึ่งนิสสรณะ (อุบายเครื่องออกพ้นไป) ของเวทนานั้นด้วย ;
อนุสัยคืออวิชชา ย่อมตามนอน (เพิ่มความเคยชินให้) แก่บุคคลนั้น.

อุปริ.ม. ๑๔/๕๑๖/๘๒๒.


พระสูตรที่ 2

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุตรึกตามตรองตามถึงอารมณ์ใด ๆ มาก จิตย่อมน้อมไปโดยอาการอย่างนั้น ๆ :

ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึงกามวิตกมาก ก็เป็นอันว่า ละเนกขัมมวิตกเสีย กระทำแล้วอย่างมากซึ่งกามวิตก;
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในกาม.

ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึงพ๎ยาปาทวิตกมาก ก็เป็นอันว่าละอัพ๎ยาปาทวิตกเสีย กระทำแล้วอย่างมากซึ่งพ๎ยาปาทวิตก;
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการพยาบาท.

ถ้าภิกษุตรึกตามตรองตามถึงวิหิงสาวิตกมาก ก็เป็นอันว่าละอวิหิงสาวิตกเสีย กระทำแล้วอย่างมากซึ่งวิหิงสาวิตก;
จิตของเธอนั้นย่อมน้อมไปเพื่อความตรึกในการทำสัตว์ให้ลำบาก.
มู. ม. ๑๒/๒๓๒/๒๕๒


นตฺถิ  นุ  โข  ตํ  กิญฺจิ  โลกสฺมึ  ยมหํ  อุปาทิยมาโน  นวชฺชวา  อสฺสํ
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดๆ เลย ที่เมื่อเรายึดถืออยู่ เราจักเป็นผู้หาโทษมิได้

8

กระทู้

20

เพื่อน

1244

เครดิต

ผู้ดูแลพิเศษ

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
929
ความดี
26
ชื่อเสียง
5
ล่าสุด
20-4-2017
โพสต์เมื่อ 3-11-2011 20:31:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอเพิ่มเติมพระสูตรอีกนิด

ภิกษุทั้งหลาย  ถ้าบุคคลย่อมคิดถึงสิ่งใดอยู่, ย่อมดำริถึงสิ่งใดอยู่,
และย่อมมีใจฝังลงไปในสิ่งใดอยู่ ; สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ.

เมื่ออารมณ์ มีอยู่, ความตั้งขึ้นเฉพาะแห่งวิญญาณย่อมมี ;
เมื่อวิญญาณนั้น ตั้งขึ้นเฉพาะ เจริญงอกงามแล้ว,
เครื่องนำไปสู่ภพใหม่ ย่อมมี ;
เมื่อเครื่องนำไปสู่ภพใหม่ มี,
การมาการไป ย่อมมี ;
เมื่อการมาการไป มี,
การเคลื่อนและการบังเกิด ย่อมมี ;
เมื่อมีการเคลื่อนและการบังเกิด มี,
ชาติชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัส อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วนต่อไป :
ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมี ด้วยอาการอย่างนี้.

นิทาน. สํ. ๑๖/๖๘๐/๑๔๙

นตฺถิ  นุ  โข  ตํ  กิญฺจิ  โลกสฺมึ  ยมหํ  อุปาทิยมาโน  นวชฺชวา  อสฺสํ
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดๆ เลย ที่เมื่อเรายึดถืออยู่ เราจักเป็นผู้หาโทษมิได้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 17-10-2019 04:48 , Processed in 0.099500 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน