กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 523|ตอบกลับ: 3

มาร

[คัดลอกลิงก์]

6

กระทู้

0

เพื่อน

174

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
129
ความดี
24
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
16-3-2018
โพสต์เมื่อ 21-9-2017 05:57:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มารมีจริงไหมหรือเป็นแค่สมมุติธรรม?

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 21-9-2017 14:51:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 21-9-2017 15:17

        [๑๕๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
        สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถปิณฑิก
เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล มนุษย์ทั้งหลายในพระนครสาวัตถีโดยมากเป็นผู้
ข้องแล้วในกามล่วงเวลา เป็นผู้กำหนัดแล้ว ยินดีแล้ว รักใคร่แล้ว หมกมุ่นแล้ว พัวพันแล้ว
มืดมนมัวเมาอยู่ในกามทั้งหลายครั้งนั้นแล เป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือ
บาตรและจีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี ได้ทรงเห็นพวกมนุษย์ในพระนครสาวัตถี
โดยมาก เป็นผู้ข้องแล้วในกามทั้งหลาย กำหนัดแล้ว ยินดีแล้ว รักใคร่แล้ว หมกมุ่นแล้ว
พัวพันแล้ว มืดมนมัวเมาอยู่ในกามทั้งหลาย ฯ
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า ฯ
        สัตว์ทั้งหลายผู้มืดมนเพราะกาม ถูกตัณหาซึ่งเป็นดุจข่ายปกคลุมไว้แล้ว
        ถูกเครื่องมุง คือ ตัณหาปกปิดไว้แล้ว ถูกกิเลสมารและเทวปุตตมาร
        ผูกพันไว้แล้ว ย่อมไปสู่ชราและมรณะ เหมือนปลาที่ปากไซ เหมือน
ลูกโคที่ยังดื่มนมไปตามแม่โค ฉะนั้น ฯ
         จบสูตรที่ ๔
///////////////
[๙๕] ครั้งนั้น มารผู้มีบาป เมื่อท่านพระอานนท์หลีกไปแล้วไม่นาน เข้าไปเฝ้าพระผู้
มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง มารผู้มีบาปยืนเรียบร้อย
แล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ  พระผู้มีพระภาคจงปรินิพพานในบัดนี้เถิด ขอ
พระสุคตจงปรินิพพานในบัดนี้เถิด บัดนี้ เป็นเวลาปรินิพพานของพระผู้มีพระภาค ก็พระผู้มี
พระภาคได้ตรัสพระวาจา   นี้ไว้ว่า ดูกรมารผู้มีบาป ภิกษุผู้เป็นสาวกของเราจักยังไม่เฉียบแหลม
ไม่ได้รับ  แนะนำ ไม่แกล้วกล้า ไม่เป็นพหูสูต ไม่ทรงธรรม ไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ไม่
ปฏิบัติชอบ ไม่ประพฤติตามธรรม เรียนกับอาจารย์ของตนแล้ว ยังบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง
เปิดเผย จำแนก กระทำให้ง่ายไม่ได้ ยังแสดง  ธรรมมีปาฏิหาริย์ข่มขี่ปรับปวาทที่บังเกิดขึ้นให้
เรียบร้อยโดยสหธรรมไม่ได้ เพียงใด  เราจักยังไม่ปรินิพพานเพียงนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ก็บัดนี้ ภิกษุผู้เป็นสาวก  ของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้เฉียบแหลมแล้ว ได้รับแนะนำแล้ว แกล้วกล้า
เป็น   พหูสูต ทรงธรรม ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรม  เรียนกับ
อาจารย์ของตนแล้ว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก  กระทำให้ง่ายได้ แสดง
ธรรมมีปาฏิหาริย์ข่มขี่ปรับปวาทที่บังเกิดขึ้นให้เรียบร้อย  โดยสหธรรมได้ ฯ
///////////////
มาร ตามพจนานุกรม
(ปุ.) สภาพผู้ฆ่า, สภาพผู้ทำลาย (ความดี)
, มาร, มารคือกามเทพ. วิ. สตฺตานํ กุสลํ มาเรตีติ มาโร (ยังความดีของสัตว์ให้ตาย). กุสลธมฺเม มาเรตีติ วา มาโร (ยังกุศลธรรมให้ตาย). มรฺ ปาณจาเค, โณ. ทางศาสนาจัด กิเลสกาม เป็นมารวัตถุกาม เป็นบ่วงแห่งมาร.
///////////////
ตามที่เคยได้ยินมา ศึกษามา ประมวลความเห็นส่วนตัวว่า
มารถ้าดูจากพระสูตร คำว่า มาร เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ และคำนำนาม ซึ่งคำคุณศัพท์มีนัยว่า ขัดขวางซึ่งความดี ถ้าเจาะจงก็น่าจะหมายถึงขัดขวางนิพพาน ส่วน มาร ที่เป็นคำนาม คือ เทวบุตรมาร
ดังนั้น ตามพระสูตรจึงมี กิเลสมาร   ซึ่งมิใช่สัตว์ในภพภูมิใดๆ แต่เป็นนามธรรม และมี เทวปุตตมาร   คือเทวดาประเภทที่ชอบขัดชอบขวางการทำความดีของคนโดยเฉพาะเพื่อการบรรลุธรรม บางครั้งสำนวนคนปัจจุบันก็ บอกว่าคนนั้นคนนี้เป็นมารพจญ มารในที่นี้เป็นคุณศัพท์แปลว่าขัดขวาง คำว่า มาร เฉยๆ จึงมีได้หลายความหมาย อีกอย่าง คือ ขันธมาร
//////////
มารที่มิใช่นามธรรมมีจริง คือ เทวปุตตมาร / เทวดาผู้เป็นมาร

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 21-9-2017 21:48:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สำหรับพระพุทธพจน์แล้ว ตรัสถึงนิยามของคำว่า มาร ไว้หลายนัย เช่น
1.มารคือความตาย
2.มารคืออุปาทานขันธ์๕
3.มารคืออกุศลที่บังเกิดขึ้นในจิต
4.มารคือเทวดากลุ่มหนึ่งที่มีมิจฉาทิฏฐิ
5.บุคคลผู้ยึดมั่นอยู่เรียกว่ามีเครื่องผูกแห่งมาร ผู้ไม่ยึดมั่นอยู่เรียกว่าพ้นแล้วจากเครื่องผูกแห่งมาร
6.มารคืออกุศลธรรมใดที่เกิดขึ้นแล้วด้วยผัสสะทั้งหลายเป็นแดนเกิด

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 2-10-2017 02:14:08 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คือเทวดาเนี่ย คือคนที่ชาติก่อนทำความดีไว้ เฉยๆ ดังนั้น ก่อนที่เขาจะตายเขาอาจจะทำความชั่วเลวทรามมาก่อนก็ได้ แต่ฟลุ๊คตอนตาย จิตดันคิดถึงบุญที่ทำเลยไปเป็นเทวดาก่อน พอเป็นเทวดาก็ยังไม่ลืมนิสัยเดิม กลายเป็นเทวดาแย่ๆไป เทวดาที่ดูหมิ่นศาสนาพุทธก็มี ไม่ชอบพระสงฆ์ก็มี เพราะโลกเรามีหลายศาสนา แต่ละศาสนาก็มีวิธีการทำบุญที่ได้บุญจริงๆเป็นของตัวเอง เช่นการ บริจาคของคริสต์หรือซะกาดของอิสลาม เลี้ยงข้าวเปิดโรงทานของซิกห์เป็นต้น  แต่พวกนี้จะเป็นได้แค่เทวดาที่มี มิจฉาทิฏฐิ พวกนี้แหละ มาร ครับ อีกพวกก็อยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-9-2019 23:47 , Processed in 0.069481 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน