กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 965|ตอบกลับ: 8

ภิกษุโคตรภู มี ผ้ากาสาวะพันคอ เป็นอย่างไร

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 23-8-2017 11:28:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
"ก็ในอนาคตกาล  จักมีแต่เหล่าภิกษุโคตรภู  มี  ผ้ากาสาวะพันคอ"สงสัยว่าภิกษุโคตรภู เป็นอย่างไร ที่มีผ้ากาสาวะพันคอ แต่งกายยังไง
--------------------------------------------
พระสูตรที่สงสัย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๔
[๗๑๓]  ดูกรอานนท์  ก็ในอนาคตกาล  จักมีแต่เหล่าภิกษุโคตรภู  มี  ผ้ากาสาวะพันคอ
เป็นคนทุศีล  มีธรรมลามก  คนทั้งหลายจักถวายทานเฉพาะสงฆ์ได้ในเหล่าภิกษุทุศีลนั้น  ดูกร

อานนท์  ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์แม้ในเวลานั้นเราก็กล่าวว่า  มีผลนับไม่ได้  ประมาณไม่ได้
แต่ว่าเราไม่กล่าวปาฏิปุคคลิกทานว่ามีผลมากกล่าวทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์โดยปริยายไรๆ  เลย  ฯ

พระสูตรเกี่ยวกับ โคตรภู
1.พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๓
อาหุเนยยสูตร
     [๒๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๙ จำพวกนี้ เป็นผู้ควรของคำนับ เป็นผู้ควรของ
ต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรกระทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า

๙ จำพวกเป็นไฉน คือ พระอรหันต์ ๑ ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์ ๑ พระอนาคามี ๑
ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ๑ พระสกทาคามี ๑ ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้ง
ซึ่งสกทาคามิผล ๑ พระโสดาบัน ๑ ท่านผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ๑โคตรภู
บุคคล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๙ จำพวกเหล่านี้แล เป็นผู้ควรของคำนับ ฯลฯ เป็นนาบุญ
ของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ฯ

2.พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๔
                                  อาหุเนยยสูตร
     [๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๑๐ จำพวกนี้ เป็นผู้ควรของคำนับเป็นผู้ควรของ
ต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
๑๐ จำพวกเป็นไฉน คือ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า ๑ ท่าน
ผู้เป็นอุภโตภาควิมุต ๑ ท่านผู้เป็นปัญญาวิมุต ๑ ท่านผู้เป็นกายสักขี ๑ ท่านผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ ๑
ท่านผู้เป็นสัทธาวิมุต ๑ ผู้เป็นธัมมานุสารี ๑ ท่านผู้เป็นสัทธานุสารี ๑ ท่านผู้เป็นโคตรภู ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๑๐ จำพวกนี้แล เป็นผู้ควรของคำนับ ฯลฯ เป็นนาบุญของโลก ไม่มี
นาบุญอื่นยิ่งกว่า ฯ

(มีต่อ)

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 23-8-2017 13:10:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระสูตรเกี่ยวกับ ผ้ากาสาวะพันคอ

1.พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑
หน้า 333 ข้อ 230....นิคมคาถา
        ภิกษุใด ประกาศตนอันมีอยู่โดยการอื่น ด้วยอาการอย่างอื่น โภชนะนั้น
อันภิกษุนั้น ฉันแล้ว ด้วยอาการแห่งคนขโมย ดุจพรานนกลวงจับนก ฉะนั้น
ภิกษุผู้เลวทรามเป็นอันมาก มีผ้ากาสาวะพันคอ มีธรรมทราม ไม่สำรวมแล้ว
ภิกษุผู้เลวทรามเหล่านั้น ย่อมเข้าถึงซึ่งนรก เพราะกรรมทั้งหลายที่เลวทราม ภิกษุ
ผู้ทุศีล ผู้ไม่สำรวมแล้วบริโภคก้อนเหล็กแดงดังเปลวไฟ ประเสริฐกว่า การฉันก้อนข้าว
ของชาวรัฐ จะประเสริฐอะไร.

2.พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๕
คาถาธรรมบท นิรยวรรคที่ ๒๒
        [๓๒] บุคคลผู้กล่าวคำไม่จริงย่อมเข้าถึงนรก หรือแม้ผู้ใดทำบาปกรรมแล้ว
        กล่าวว่ามิได้ทำ ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรกเช่นเดียวกันแม้คนทั้งสองนั้นเป็น
        มนุษย์ผู้มีกรรมเลวทรามละไปแล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในโลกหน้า คน
        เป็นอันมากผู้อันผ้ากาสาวะพันคอแล้ว มีธรรมอันลามก ไม่สำรวม
        เป็นคนชั่วช้า ย่อมเข้าถึงนรกเพราะกรรมอันลามกทั้งหลาย ก้อนเหล็ก
        แดงเปรียบด้วยเปลวไฟ อันบุคคลบริโภคแล้วประเสริฐกว่าบุคคลผู้ทุศีล
        ไม่สำรวม พึงบริโภคก้อนข้าวของชาวแว่นแคว้น จะประเสริฐอะไร

3.พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๕

๑๑. อปายสูตร
        [๒๒๖] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็น
พระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชน ๒ พวก
นี้จักเกิดในอบาย จักเกิดในนรกเพราะไม่ละความประพฤติชั่วช้า ๓ พวกเป็นไฉน คือ ผู้
ไม่ใช่พรหมจารีปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี ๑ ผู้ตามกำจัดชนผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์
บริบูรณ์ ด้วยอพรหมจรรย์อันไม่มีมูล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชน ๒ พวกนี้แล จักเกิดในอบาย
จักเกิดในนรก เพราะไม่ละความประพฤติชั่วช้านี้ ฯ
        พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์
ดังนี้ว่า

        ชนผู้กล่าวคำไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก ก็หรือชนใดทำบาปกรรมแล้วกล่าว
        ว่า ไม่ได้ทำ แม้คนทั้ง ๒ นั้นย่อมเข้าถึงนรกเหมือนกัน ชนทั้ง ๒ พวก
        นั้นเป็นมนุษย์ผู้มีกรรมอันเลวทราม ละไปแล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันใน
        โลกหน้าคนเป็นอันมากอันผ้ากาสาวะพันคอ มีธรรมอันลามกไม่
        สำรวม คนลามกเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก เพราะกรรมอันลามกทั้งหลาย
        ก้อนเหล็กร้อนเปรียบด้วยเปลวไฟ อันผู้ทุศีลบริโภคแล้วยังประเสริฐ
        เสียกว่า ผู้ทุศีล ไม่สำรวมพึงบริโภคก้อนข้าวของชาวแว่นแคว้น จะ
        ประเสริฐอะไร ฯ
        เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้ว ฉะนี้แล ฯ
        จบสูตรที่ ๑๑
-------------------------
ขอแสดงความเห็น
1.ภิกษุโคตรภู คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เเหละ
  มีผ้ากาสาวะพันคอ แต่งกายตามธรรมวินัยนี่เเหละ แต่อาจแตกต่างตามนิกาย (ไม่ใช่ว่ามีแต่ผ้าพันคอที่ใช้แสดงตัวว่าเป็นภิกษุในธรรมวินัย)

แต่ที่สำคัญคือ เป็นคนทุศีล  มีธรรมลามก ซึ่งก็พอพบเห็นได้ในปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคต เกินที่เราจะไม่เห็น (มีตั้งแต่ครั้งพุทธกาล)

2. "ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์แม้ในเวลานั้นเราก็กล่าวว่า  มีผลนับไม่ได้  ประมาณไม่ได้"
แต่ก็ยังเป็นภิกษุโคตรภู อานิสงค์ในการให้ทาน ก็ยังมีผลนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 25-8-2017 20:39:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าจะเหมือนพระญี่ปุ่นอะครับ มีลูกเมียได้ ทำการค้าขายหาเลี้ยงครอบครัวได้ เจ้าอาวาสวัดญี่ปุ่นเนี่ย สืบต่อรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกนะครับ ไม่ใช่เหมือนบ้านเรา  

แต่ในอนาคตตามพระพุทธเจ้าบอกคงจะแย่กว่า เพราะการแต่งการคงเหมือนชาวบ้านทั่วๆไป มีแค่ ผ้าพันคอแฟชั่นสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นนักบวชของศาสนาพุทธแค่นั้นเอง

แต่ถึงกระนั้นก็ตามถ้าถวายสังฆทานให้พระเหล่านั้นอานิสงฆ์ก็ยังคงมากกว่า ถวายพระสมัยนี้เพียงรูปเดียว อยู่ดี

5

กระทู้

1

เพื่อน

304

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
202
ความดี
52
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2018
โพสต์เมื่อ 27-8-2017 18:50:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จะต้องรู้ อริยสัจแม้ยังไม่เข้าใจ และเดิน มรรค แม้จะย่อหย่อนแต่ต้องไม่เป็นผู้พ่ายแพ้(ปราชิก)

0

กระทู้

0

เพื่อน

30

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
17
ความดี
5
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-10-2017
โพสต์เมื่อ 3-10-2017 06:02:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kspy เมื่อ 3-10-2017 06:05
undeath13 ตอบกลับเมื่อ 25-8-2017 20:39
น่าจะเหมือนพระญี่ปุ่นอะครับ มีลูกเมียได้ ทำการค้าขา ...

ความจริง พระญี่ปุ่น ไม่มีสถานะเป็นภิกษุหรือนักบวชนะครับ เพราะสึกกันมาหมดตั้งแต่สมัยก่อนแก่ตัวไปหรือตายก็ยกวัดให้ทายาทเป็นทอดๆไป มีคนเริ่มสึกคนแรกก็เห็นว่าดีเป็นเจ้าของวัดด้วย มีเมียได้ด้วยวัดนั้นเห็นว่าดีตามจึงเอาอย่างกลายเป็นสึกเกือบหมด สถานะจริงๆคืออุบาษกและคนเผยแพร่ศาสนาเรียกว่าไรเนี่ยแหละจำไม่ได้แล้วครับ

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 3-10-2017 09:34:08 |ดูโพสต์ทั้งหมด
kspy ตอบกลับเมื่อ 3-10-2017 06:02
ความจริง พระญี่ปุ่น ไม่มีสถานะเป็นภิกษุหรือนักบวชน ...

ถ้ามองในมุมมองเถรวาทก็คงประมาณนั้นครับ แต่ถ้ามองในมุมของเค้า เค้าถือว่ายังเป็นพระภิกษุอยู่ เพราะวินัยมันคนละอย่างเลย พระพุทธเจ้าตรัสจึงว่าพวกนี้คือ เป็นคนทุศีล  มีธรรมลามก ยังไงล่ะครับ ดังนั้นไม่แปลกเลย ในอนาคตอันไกล มีคนที่เรียกตัวเองว่าภิกษุทั้งๆที่มีแค่ผ้าพันคอสีเหลืองเท่านั้น

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 10-11-2017 14:59:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 10-11-2017 15:06

ถ้าไม่ยึดถือธรรมวินัยเป็นเครื่องตัดสิน มันไม่มีทางตัดสินได้
ร้อยความเห็น ก็ร้อยความเป็น

ภิกษุโคตรภู  มีผ้ากาสาวะพันคอ เป็นคนทุศีล  มีธรรมลามก และจะต้องมีการบวชเป็นภิกขุถูกต้องตามธรรมวินัย เมื่อเป็นภิกขุแล้ว ก็ต้องไม่เป็นปาราชิก4

ถ้างั้นวันนี้ผมไปหาผ้าเหลืองมาพันคอก็เป็นภิกษุโคตรภู แล้วสิ
แล้วภิกขุที่ปาราชิก4 แล้วจะยังเรียกว่าเป็นภิกขุได้อย่างไร
คำว่า ภิกขุโคตรภู เป็นศัพท์บัญญัติของพระศาสดา ความเป็นภิกขุ ก็ต้องเป็นตามนิยามตามวินัยของท่าน
แล้วถ้าคนต่างศาสนาไปหาผ้าเหลืองมาพันคอ แล้วพากันยอมรับกันว่านี่ล่ะภิกขุ มันจะเป็นภิกขุโคตรภู แบบสุคตวินัยก็ได้หรือ?
พระปลอมถือว่าเป็น ภิกขุโคตรภู ได้หรือ?

คราวนี้ล่ะถ้าบวชถูกตามวินัย ไม่เป็นปาราชิก4 หรือลาสิกขาไปแล้ว จะทุศีล จะลามก อย่างไร ก็ยังเป็นภิกขุอยู่

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 17-12-2017 16:05:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 10-11-2017 14:59
ถ้าไม่ยึดถือธรรมวินัยเป็นเครื่องตัดสิน มันไม่มีทาง ...

โถ่คุณครับ พี่แกผิดวินัยขนาดนั้น ในยุคอนาคตขนาดนั้นยังจะเอา พระวินัยเถรวาทปัจจุบันมาเทียบได้หรือครับ พวกภิกขุเหล่านั้นไม่สนพระวินัยแล้วถ้าพี่แกสนพี่แกจะแต่งตัวแบบนั้นหรือครับ เผลอๆเขียนพระวินัยใหม่ด้วยซ้ำ ดังนั้นอย่าเอาพระวินัยเถรวาทไปเทียบครับ เพราะถ้าภิกขุเหล่านั้นยังถือพระวินัยฉบับเถรวาทอยู่คงไม่ทำตัวเช่นนั้นครับ พูดง่ายๆ มันกลายเป็นนิกายใหม่ไปแล้ว เป็นนิกายที่ไม่เคร่งอะไรเลย เอาแค่ปัจจุบันก็พอ พระญี่ปุ่นมีเมียสืบตำแหน่งเจ้าอาวาสโดยให้ยกชายลูกชายคนโต เหมือนยกกิจการให้ แต่เขายังเรียกตัวเองว่าภิกขุในศาสนาพุทธเลยคุณ แต่ยังเคร่งกว่า ภิกษุโคตรภู อีกนะอย่างน้อยก็มีเครื่องแบบ ไม่ใช่มีแค่ผ้าเหลือพันคอ ภิกษุโคตรภูจะเละเทะขนาดนั้นคิดดูเอาเองละกันครับ

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 17-12-2017 16:14:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ภิกษุโคตรภูนั้น เป็นสมณะแต่ชื่อ คือ ผู้มีชื่อว่ามีผ้ากาสาวะพันคอ.มีธรรมลามก ทุศีลอยู่เป็นนิจ ได้ยินว่า ภิกษุเหล่านั้นพันผ้ากาสาวะผืนหนึ่งที่มือหรือที่คอเที่ยวไป. ก็ประตูบ้าน แม้กรรมมีบุตรภริยากสิกรรมและวณิชกรรมเป็นต้นทั้งหลายของภิกษุผู้ทุศีลเหล่านั้น ก็จักเป็นปกติเทียว

ภิกขุ ในอนาคตกาลในยุคที่ใกล้สิ้นศาสนา(น่าจะเป็นยุคอวกาศแล้วครับ) กลายเป็นนักบวช หรือหมอผีร่างทรงอะไรเทือกนั้น ประจำหมู่บ้านไปแล้วครับ มีลูกมีเมีย มีกิจการการค้า หรือทำไร่ทำสวน มีหน้าที่แค่รับทำพิธีต่างๆเช่น ไล่ผี แต่งงาน สวดศพๆลๆ โดยมีสัญลักษณ์ เพียงแค่ผ้าเหลืองพันมือหรือพันพอแค่นั้น เพียงแค่นักบวชพวกนี้นับถือพระพุทธเจ้าและอ้างตัวเป็นสาวกของพุทธศาสนาเท่านั้น
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-9-2019 21:58 , Processed in 0.120348 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน