กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 560|ตอบกลับ: 2

ขอพระสูตรเต็ม ว่าด้วย คนพาลประสบทุกข์เพราะบาปกรรม

[คัดลอกลิงก์]

33

กระทู้

3

เพื่อน

1144

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
630
ความดี
274
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
27-6-2017
โพสต์เมื่อ 27-6-2017 07:04:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมอยากได้พระสูตรเต็มที่เกี่ยวกับ"คนพาลประสบทุกข์เพราะบาปกรรม"
ผมค้นหาแล้วแต่ได้แค่พระสูตรสั้นๆที่ว่า

"พระศาสดา ทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุภิกษุณีอุบาสกอุบาสิกา ผู้ใด
ผู้หนึ่งเป็นพาล เมื่อทำกรรมลามก เป็นผู้ยินดีร่าเริงเป็นประดุจฟูขึ้นๆย่อมทำได้ ประดุจบุรุษเคี้ยวกินรสของหวาน มีจำพวกน้ำผึ้ง       และน้ำตาลกรวดเป็นต้น  บางชนิด" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
"คนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำผึ้ง ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล; ก็เมื่อใด บาปให้ผล;เมื่อนั้นคนพาล ย่อมประสพทุกข์.

อยากอยากได้เรื่องราวทังหมดของพระสูตรนี้เลยครับ ลบกวนท่านผู้รู้ช่วยทีครับ



32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 31-8-2017 20:52:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
๙.  พาลบัณฑิตสูตร  (๑๒๙)
        [๔๖๗]  ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
        สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน  อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี  สมัยนั้นแล  พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว  ฯ
        [๔๖๘]  พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ลักษณะเครื่องหมาย  เครื่องอ้าง
ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี  ๓  อย่าง  ๓  อย่างเป็นไฉน  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  คนพาลในโลกนี้มักคิด
ความคิดที่ชั่ว  มักพูดคำพูดที่ชั่ว  มักทำการทำที่ชั่ว  ถ้าคนพาลจักไม่เป็นผู้คิดความคิดที่ชั่ว  พูดคำ
พูดที่ชั่ว  และทำการทำที่ชั่ว  บัณฑิตพวกไหนจะพึงรู้จักเขาได้ว่า  ผู้นี้เป็นคนพาล  เป็นอสัตบุรุษ
เพราะคนพาลมักคิดความคิดที่ชั่ว  มักพูดคำพูดที่ชั่ว  และมักทำการทำที่ชั่ว  ฉะนั้น  พวกบัณฑิต
จึงรู้ได้ว่า  นี่เป็นคนพาล  เป็นอสัตบุรุษ  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  คนพาลนั้นนั่นแล  ย่อมเสวยทุกข์
โทมนัส  ๓  อย่างในปัจจุบัน  ฯ
        [๔๖๙]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ถ้าคนพาลนั่งในสภาก็ดี  ริมถนนรถก็ดีริมทางสามแพร่งก็ดี
ชนในที่นั้นๆ  จะพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขา  ถ้าคน  พาลมักเป็นผู้ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้  มักประ  พฤติผิดในกาม  มักพูดเท็จ  มีปรกติตั้งอยู่ในความประมาท
เพราะดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย  ในเรื่องที่ชนพูดถ้อยคำที่พอเหมาะพอสมแก่เขานั้นแล  คนพาล
จะมีความรู้สึกอย่างนี้ว่า  ปรกติเหล่านั้นมีอยู่ในเรา  และเราก็ปรากฏในปรกติเหล่านั้น ด้วย  ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย  คนพาลย่อมเสวยทุกข์ โทมนัสข้อที่หนึ่งดังนี้ในปัจจุบัน  ฯ
        [๔๗๐]  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ประการอื่นยังมีอีก  คนพาลเห็นราชา  ทั้งหลายจับโจรผู้ประพฤติ
ผิดมาแล้ว  สั่งลงกรรมกรณ์ต่างชนิด  คือ

เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...

32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 31-8-2017 21:05:07 |ดูโพสต์ทั้งหมด
[๓๗๕] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้วจึงได้ทรง  ภาษิตพระคาถา
เหล่านี้ในเวลานั้นว่า
บุรุษจะแย่งชิงเขาได้ ก็ชั่วกาลที่การแย่งชิงของเขายังพอสำเร็จได้ แต่
เมื่อใด คนเหล่าอื่นย่อมแย่งชิง ผู้แย่งชิงนั้น ย่อมถูกเขากลับแย่งชิง
เมื่อนั้น ฯ
เพราะว่า คนพาลย่อมสำคัญว่า เป็นฐานะตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล
แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น ฯ
ผู้ฆ่าย่อมได้รับการฆ่าตอบ ผู้ชำนะย่อมได้รับการชนะตอบ  ผู้ด่า
ย่อมได้รับการด่าตอบ และผู้ขึ้งเคียดย่อมได้รับความขึ้งเคียดตอบ
ฉะนั้น เพราะความหมุนเวียนแห่งกรรม ผู้แย่งชิงนั้น ย่อมถูกเขากลับ
แย่งชิงคืน ฯ
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 14-12-2018 23:31 , Processed in 0.128137 second(s), 4 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน