กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1881|ตอบกลับ: 12

การเกิดของมนุษย์

[คัดลอกลิงก์]

3

กระทู้

0

เพื่อน

64

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
48
ความดี
8
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
10-10-2017
โพสต์เมื่อ 10-6-2017 12:31:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สงสัยเกี่ยวกับการเกิดของมนุษย์ ที่ว่ามันยากแสนยากที่จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่ตามความเป็นจริงจำนวนประชากรของโลกเพิ่มขึ้นมาทุกๆปีไม่เคยลดลงเลย และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ไม่ทราบว่าถ้ามันเกิดยากขนาดทุกร้อยปีเต่าตาบอดโผล่ขึ้นมาหายใจแล้วเจอแอกไม้ในมหาสมุทร แล้วคนตั้ง 6-7 พันล้านคนมันมาจากไหน
ถ้าบอกว่ามาจากภพอื่นก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผล เพราะแม้แต่ภพภูมิมนุษย์หรือแม้แต่ภพภูมิเทวดายังเกิดเป็นมนุษย์ได้ยากแสนยาก มันจะมีภพภูมิไหนอีกที่สามารถกลับมาเกิดเป็นคนได้อีก จนประชากรโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 11-6-2017 05:41:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 11-6-2017 08:04

ผู้ถามเปรียบเทียบจำนวนประชากรมนุษย์ในโลก ที่กำลังมีเพิ่มมากกว่าที่มีในอดีต
นั้นเป็นการเปรียบเทียบประชากรของมนุษย์ด้วยกันเองในปัจจุบันกับอดีต
แต่เพราะสัตว์ตามความหมายของพระศาสดา
ไม่ได้มีเพียงมนุษย์บนโลกนี้เท่านั้นแต่มีความหมายรวมถึงทั่วโลกธาตุ

โลกสัตว์นรก
โลกเดรัจฉาน
โลกเปตติวิสัย
โลกมนุษย์
โลกเทวดา
พรหมโลก
นี้รวมเรียกว่า โลก

เพราะสัตว์ทั้งหลายที่มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น ตัณหาเป็นเครื่องผูก ยังคงว่ายเวียนอยู่ในสังสารวัฏ
ย่อมกล่าวว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ไม่หลุดพ้นไปจากโลกได้

การเปรียบเทียบที่ถูกตามหลักการแล้ว
ควรเปรียบเทียบทั้งปริมาณของสัตว์ประเภทเดียวกันและปริมาณของสัตว์ข้ามประเภทด้วย
เช่น การเกิดของมดในครั้งหนึ่งๆ มีปริมาณมากกว่ามาก เมื่อเทียบกับการเกิดของมนุษย์ในครั้งหนึ่งๆ

นี้เป็นการเปรียบเทียบประเภทของสัตว์เดรัจฉานกับมนุษย์ในแง่ของปริมาณการเกิด
(เปรียบเทียบสัตว์ข้ามประเภทและเปรียบเทียบปริมาณการเกิดที่แตกต่างกัน)
และนี้เป็นแค่การเปรียบเทียบภพที่สัมผัสได้ด้วยตาของมนุษย์เท่านั้น
จะป่วยกล่าวไปใย ถึงภพอื่นที่มีกายละเอียดไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยตาของมนุษย์

พระศาสดาทรงเคยยกอุปมาให้บุรุษตัดไม้ ตัดหญ้า กิ่งไม้ทั้งชมพูทวีป
รวบรวมไว้แล้วหลาวเพื่อพึงร้อยสัตว์ในมหาสมุทร
สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ก็ใช้ไม้ที่หลาวใหญ่เพื่อร้อยสัตว์นั้น
สัตว์ที่มีขนาดกลาง ขนาดเล็ก ก็ใช้ไม้ที่หลาวแต่ละขนาดเพื่อร้อยสัตว์แต่ละขนาดนั้น
สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ในมหาสมุทรยังไม่ทันหมด
แต่ไม้ที่ใช้หลาวเพื่อร้อยสัตว์ใหญ่นั้นหมดสิ้นไปก่อนแล้ว
จะป่วยกล่าวไปถึงสัตว์ขนาดกลางและเล็กที่มีมากกว่ามาก
พระองค์ตรัสว่าอบายนั้นใหญ่โตดังฉันนั้น
ผู้พ้นจากอบายคือผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ ในอริยสัจ ๔ พึงเอาตัวเองรอดจากอบายใหญ่เช่นนี้ได้

ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติ(ตาย)จากมนุษย์ไปแล้ว
จะกลับมาเกิดในพวกมนุษย์ มีน้อย
โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว
กลับไปเกิดในกำเนิดสัตว์นรก และสัตว์ดิรัจฉาน มีมากกว่า

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 11-6-2017 05:42:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สมมติว่า ภายในบ้าน ก่อนที่คุณผู้ถามจะเกิดขึ้นมาเป็นลูกคนแรก
ประกอบด้วย พ่อ และ แม่ เป็นมนุษย์อยู่อาศัยภายในบ้านนี้เท่านั้น
แต่ภายในบ้านนี้นั้น มีสัตว์อิงอาศัยต่างๆชนิด เช่น มี มด จิ้งจก ยุง แมงสาบ เป็นต้นอยู่
ปริมาณสัตว์เหล่านี้ก่อนที่จะแพร่พันธ์ได้ลูกมันออกมา
เมื่อเทียบกับ ปริมาณคน ภายในบ้าน ซึ่งมีพ่อและแม่
อย่างไหนมีปริมาณมากกว่ากัน

เมื่อคุณผู้ถามได้เกิดออกมาเป็นสมาชิกในบ้านนี้
และพร้อมๆกับสัตว์ทั้งหลายนี้ ก็ได้แพร่พันธ์ลูกๆของมันออกมาอิงอาศัยอยู่ในบ้านนี้ด้วยนั้น
ปริมาณสัตว์(รวม คุณผู้ถามด้วย) ที่เกิดออกมานั้น  
เมื่อเทียบกันแล้วระหว่าง มนุษย์ กับ สัตว์ทั้งหลายนั้น
อย่างไหนมีปริมาณมากกว่ากัน

สัตว์ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ย่อมมีน้อยกว่ามาก
เมื่อเทียบกับสัตว์ที่บังเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเหล่านั้น
แล้วจะป่วยกล่าวไปใยถึง สัตว์อื่นที่เราไม่ได้มองเห็นได้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 11-6-2017 05:44:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดใน
พวกเทวดามีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์
ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๗๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากเทวดาแล้ว จะกลับมา
เกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก ใน
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๗๙๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากเทวดาแล้ว จะกลับ
ไปเกิดในพวกมนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากเทวดาไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก ใน
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๗๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว จะกลับ
ไปเกิดในพวกมนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก ใน
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ
[๑๗๙๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว จะกลับ
ไปเกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากนรกไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก ใน
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๗๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานไป
แล้ว กลับไปเกิดในพวกมนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานไปแล้ว
กลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๗๙๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานไป
แล้ว จะกลับไปเกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานไปแล้ว
กลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๘๐๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว จะ
กลับไปเกิดในพวกมนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว กลับไปเกิดใน
นรก ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ในปิตติวิสัย มีมากกว่า ฯลฯ
[๑๘๐๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว จะ
กลับไปเกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก
มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๘๐๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัย ไปแล้ว
จะกลับไปเกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว กลับไปเกิด
ในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน มีมากกว่า ฯลฯ.
[๑๘๐๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว
จะกลับไปเกิดในพวกเทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากปิตติวิสัยไปแล้ว กลับไปเกิดใน
ปิตติวิสัย มีมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ อริยสัจ ๔ เป็นไฉน?
คือ ทุกขอริยสัจ ทุกขสมุทยอริยสัจ ทุกขนิโรธอริยสัจ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลาย พึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า
นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณ-
*ภาษิตนี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นชื่นชมยินดีพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล.

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 17-6-2017 04:15:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ทุกภพภูมิ เป็นมนุษย์ได้ทั้งนั้นครับ ต่อให้ อยู่ในนรกก็ตาม เพราะอยู่บนพรหรม ยังพุ่งมานรกได้เลย

พระเทวทัตน์ อยู่ในอเวจี แต่พ้นกรรมก็จะเกิดเป็นมนุษย์ แล้วจะบรรลุเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าครับ 6-7 พันล้านคน จิ๊บๆ

ในนรกขุมใหญ่ๆ สวรรค์ พรหม ที่กว้างมากๆๆๆๆๆ จะมีดวงจิตที่รอมาเกินจนนับไม่ได้ ครับ 6-7พันล้านน่ะ ถือว่านิดเดียว

3

กระทู้

0

เพื่อน

64

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
48
ความดี
8
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
10-10-2017
โพสต์เมื่อ 18-7-2017 07:27:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ก็ยังสบสนกับอีกพระสูตรที่ว่า "เรา" เคยเกิดเป็นมนุษย์บ่อยมากขนาดน้ำตาที่ไหลจากเธอมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่

แสดงว่าเราเกิดเป็นมนุษย์บ่อยมากๆ
แต่อีกพระสูตรบอกว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ได้ยากมากๆ

ผมเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าฦ

แต่ลึกๆในใจก็อาศัยความศรัทธาล้วนๆ เชื่อในคำพูดของพระพุทธเจ้าด้วยเหตุผล 2 ประการ

1. ยังไม่เคยมีใครในโลกนี้สามารถบอกหรือพิสูจน์ได้ว่าคำพูดของพระพุทธเจ้าผิดแม้แต่คำเดียว การค้นพบใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์ล้วนแต่สอดคล้องกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้พูดไว้เมื่อสองพันกว่าปี

2. หลายเรื่องที่เหลือเชื่ออาจเนื่องจากองค์ความรู้เราในปัจจุบันยังน้อย จึงยังไม่สามารถพิสูจน์สิ่งที่พระพุทธจากพูดได้
และก็ไม่สามารถพิสูจน์หรือบอกได้ว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าพูดนั้นไม่จริง

จึงต้องอาศัยความศรัทธาล้วนๆเชื่อ

1

กระทู้

1

เพื่อน

380

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
238
ความดี
70
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-8-2017
โพสต์เมื่อ 20-7-2017 06:17:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จากคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า จะเทียบหลักทางวิทยาศาสตร์ ได้ว่า สังสารวัฏนี้ยาวนานนัก โลกใบนี้ไม่ใช่ใบเดียวที่มีในสังสารวัฏ มีการเกิดดับมาแล้วนับไม่ถ้วนเช่นกัน

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 21-7-2017 21:38:20 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แสดงว่าเราเกิดเป็นมนุษย์บ่อยมากๆ
++++++++++++++++++
แต่ใช่ว่าเราจะไม่ได้เกิดเป็นสัตว์อื่นๆมากเช่นกัน สังสารวัฏนั้นยาวไกลมาก เราเกิดมานับครั้งไม่ถ้วนในสังสารวัฏที่ยาวนานไกลมากๆจนนับเป็นปีๆไม่ได้ แต่ตรัสเรียกอสงไขย  มีรากศัพท์คือ อสังขยะ = นับไม่ได้

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 28-7-2017 11:26:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อย่าใช้คำว่าบ่อยครับ เราเกิดเป็นมนุษย์ไม่บ่อย แต่ น้ำตาที่ไหลมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่  แสดงว่า ระยะเวลานั้นนานแค่ไหนล่ะ ที่เราวนเวียนอยู่แค่นี้ ขนาดเกิดไม่บ่อยนะ แต่น้ำตาที่ไหลออกมายังเยอะขนาดนี้ แสดงว่า เราอยู่ใน สังสารวัฏ นี้มายาวนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไงล่ะครับ

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-8-2017 14:07:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
นับเทวดารวมกับคนเท่ากับเศษดินปลายเล็บส่วนที่เหลือเช่นเดรัจฉานเปรตนับเทียบเท่ากับดินในโลก แต่แปลพระสูตรเพิ่มเพี้ยนเป็นเทวดากับคนเกือบทั้งหมดตายแล้วเกิดเป็นเปรตเดรัจฉานหรือต่ำกว่า เทวดากับคนอาจเกิดตายวนเวียนสับกันไปมานานๆจะเกิดเป็นเดรัจฉาน เดรัจฉานสัตว์น้ำสัตว์บกก็เกิดตายวนเวียนสับกันไปมาเพราะกัดกินกันเองไม่ค่อยมีบุญกุศลนานๆจะเกิดเป็นคน ก็เป็นไปได้

สะสมบุญบารมีจนได้เกิดเป็นตถาคตยากยาวนานกว่าได้เกิดเป็นปุถุชนคนธรรมดาแน่นอน บางสำนักแปลพระสูตรเพี้ยนเป็นยากเสมอกัน ไปดูสำนักอื่นแปลเปรียบเทียบกันด้วย และตีความผิดต่อไปอีกว่าเกิดเป็นคนได้เฉพาะตอนมีตถาคตเกิดขึ้นในโลกเท่านั้น ถ้าจริงแล้วตอนนี้ไม่มีตถาคตบนโลกแล้วแต่มีเราเกิดเป็นคนอยู่บนโลกนี่

ที่มา https://www.facebook.com/Buddhaw ... 473?_rdc=1&_rdr
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 10:14 , Processed in 0.103954 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน