กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 690|ตอบกลับ: 3

สอบถามครับ

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

0

เพื่อน

22

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
12
ความดี
4
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-5-2017
โพสต์เมื่อ 22-5-2017 21:34:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย powerinvincible เมื่อ 22-5-2017 22:51

คนที่เป็นแบบนี้อยู่ในระดับไหนแล้วครับหรือปกติไหม
1.ไม่รักใคร ๆ ไม่มีกำหนัดทางกามคิดยังไงก็ไม่มีอารมณ์ทางเพศ
2.ไม่อยากได้อะไรในโลกนอกจากปัจจัยในการดำรงชีวิตตามมีตามได้เพื่อรอการทำกาละ ขณะกินยังบอกว่าก้อนทุกข์นี้กำลังเข้าไปในกายที่เป็นทุกข์ถ้าเพลิดเพลินก็ชื่อว่าไม่พ้นจากทุกข์ เป็นต้น หรือลมเย็นสบายพัดมาสัมผัสกายก็บอกลมนี้คือทุกข์มาผัสสะกายทุกข์นี้เราไม่เพลิดเพลินดังเดิมแล้วเพราะเราจะเป็นทุกข์หากเพลิดเพลินหรือมีความสุขจากผัสสะ
3.ไม่โกรธโดนยั่วหนัก ๆ ก็ตามก็มีตำหนิกลับมาแต่แปปเดียวแบบกระพริบตาสองทีเขายิ้มเบาๆให้แล้ว
4.ไม่หลงในอะไรๆมองและรู้สึกต่อธรรมชาติแม้แต่ฝนลมแดดคนสรรเสริญ หรือด่าว่า ว่าเป็นแค่ทุกข์สัจบ้าง ไตรลักษณ์บ้างที่มากระทบกายอันเป็นทุกข์ เช่นกัน ย่อมทุกข์เป็นธรรมดาสามัญ แต่ใจไม่ทุกข์เวทนาไปด้วย
เขาเป็นแบบนี้หลังจากได้ฟังพุทธวจนบทนี้และใคร่ครวญพระสูตรนี้ต่อโลกทั้งหมดประมาณ 1 อาทิตย์แล้วก็ยังเป็นแบบเดิมนับแต่วันแรกที่เขาได้ฟังพระสูตรขณะที่พายุลมฝนกำลังตกหนักเขาก็ใช้โอกาสนั้นฟังบังเอิญพระสูตรนี้ขึ้นมาพอดีตอนเปิดมือถือต่อลำโพงไร้สายฟังเสียงอ่านอินทรีย์สังวรในยูทูปแล้วจากเป็นคนขี้เกียจนี่กวาดถูทำนั่นนี่โน่นทั้งวัน ปกตินอนกลางวันเดี๋ยวนี้อ่านแต่หนังสือฟังธรรมบอกเสมือนอยู่ต่อหน้าพระพุทธองค์
------------------
นี่คือพระสูตรที่ว่า

ภิกษุทั้งหลาย !
ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน รูป
ผู้นั้น เท่ากับเพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน เวทนา
ผู้นั้น เท่ากับเพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน สัญญา
ผู้นั้น เท่ากับเพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน สังขารทั้งหลาย
ผู้นั้น เท่ากับเพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์...
ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน วิญญาณ
ผู้นั้น เท่ากับเพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์
เรากล่าวว่า
“ผู้ใด เพลิดเพลินอยู่ ใน สิ่งที่เป็นทุกข์
ผู้นั้น ย่อมไม่หลุดพ้นไปได้จากทุกข์” ดังนี้.
ขนฺธ. สํ. ๑๗/๓๙/๖๔.



19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 31-5-2017 07:16:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ทรงตรัสเสมอว่า กาม และ สัญญาในกามนั้น เป็นเครื่องกระทำความคับแค้น และ เร่าร้อนให้เกิดมีขึ้น เป็นสิ่งล่อลวง เป็นที่บ่นถึงของคนพาล ในกามนั้นย่อมมีอกุศลธรรมเกิดขึ้นที่ใจ คือ ความกำหนัดด้วยอำนาจของความพอใจอันเกิดจากการมีจิตอันราคะกระทบ มีความดำริแห่งไปในทางประทุษร้าย พยาบาท และความโกรธตอบ ผู้ใดมีจิตไม่หวนกลับไปในกามอีก เหมือนพึงเว้นเท้าของตนด้วยหัวของงู มีสติเว้นรอบอยู่ ผู้นั้นชื่อว่ามีจิต ย่อมหวนกลับ งอกลับ ถอยกลับ
ไม่ยื่นเข้าไปในการดื่มด่ำ อยู่ในเมถุนธรรม มีปฏิกูลสัญญา หรืออยู่ด้วยอุเบกขามีการเสวย ปิติ และ สุข ที่ประณีตกว่าการได้จากกามคุณ ๕ พึงประกอบการเสวยหาสุขนั้นให้ยิ่งขึ้นไปเถิด เป็นสุขที่ไม่ควรกลัว พึงเจริญ กระทำให้มาก ย่อมก้าวล่วงพ้นตัณหา ข้ามโอฆะได้

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 11-6-2017 12:24:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มีพระสูตรครับ พระอาจารย์ก็บรรยายไ้ม่น้อย ว่าด้วยอริยบุคคล แสวงหามาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณา ตัวเองรู้ดีกว่าใครครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 11-6-2017 12:26:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 14:50 , Processed in 0.067076 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน