กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2569|ตอบกลับ: 10

รายการเจาะใจ.P2.วิจารณ์ อาการจิต

[คัดลอกลิงก์]

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 21-3-2012 15:59:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jongkol เมื่อ 21-3-2012 16:09

              อาการของจิตตามแบบปฏิจจสมุปบาท แบบบูรณาการณ์ จากรวม 3พระสูตร
ตามความเข้าใจใจส่วนตัวสามารถ เสนอ แนะนำ วิภาค วิจารย์ ได้ตามอารายะครับ
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร
เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ
เพราะ สฬายตนะ( ธาตุ ) เป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ
          ความต่างแห่ง  ผัสสะ          อาศัยความต่างแห่ง ธาตุ  เกิดขึ้น                  
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
          ความต่างแห่ง  เวทนา          อาศัยความต่างแห่งผัสสะ เกิดขึ้น
          ความต่างแห่ง  สัญญา         อาศัยความต่างแห่งเวทนา เกิดขึ้น
          ความต่างแห่ง  ความดำริ ( สังขารปรุงแต่ง )อาศัยความต่างแห่งสัญญาเกิดขึ้น              
          ความต่างแห่ง  ฉันทะ(ความพอใจ ) อาศัยความต่างแห่งความดำริ( สังขารปรุงแต่ง )เกิดขึ้น
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 21-3-2012 16:03:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jongkol เมื่อ 21-3-2012 16:16

เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
          ความต่างแห่ง  ความเร่าร้อน( ตัณหา ) อาศัยความต่างแห่งฉันทะ(ความพอใจ ) เกิดขึ้น
     เพราะอาศัยตัณหา (ความอยาก) จึงมี การแสวงหา(ปริเยสนา);
     เพราะอาศัยการแสวงหา จึงมี การได้ (ลาโภ);
          ความต่างแห่ง  การแสวงหา  อาศัยความต่างแห่งความเร่าร้อน( ตัณหา ) เกิดขึ้น   
          ความต่างแห่ง  การได้  อาศัยความต่างแห่งการแสวงหาเกิดขึ้น
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
     เพราะอาศัยการได้ จึงมี ความปลงใจรัก (วินิจฺฉโย);
     เพราะอาศัยความปลงใจรัก จึงมี ความกำหนัดด้วยความพอใจ (ฉนฺทราโค);
     เพราะอาศัยความกำหนัดด้วยความพอใจ จึงมีความสยบมัวเมา (อชฺโฌสานํ)
     เพราะอาศัยความสยบมัวเมา จึงมี ความจับอกจับใจ(ปริคฺคโห);
     เพราะอาศัยความจับอกจับใจ จึงมี ความตระหนี่(มจฺจริยํ);
     เพราะอาศัยความตระหนี่ จึงมี การหวงกั้น
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
     เพราะอาศัยการหวงกั้น จึงมี เรื่องราวอันเกิดจาก
     การหวงกั้น (อารกฺขาธิกรณํ); กล่าวคือ การใช้อาวุธไม่มีคม
     การใช้อาวุธมีคม การทะเลาะ การแก่งแย่ง การวิวาท
เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติเพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิด ด้วยประการฉะนี้.

แสดงความคิดเห็น

นันทิยะ  แต่อันนี้ผมไม่ขอรับรองนะครับเพราะไม่เคยเห็น แต่ก็ยังไม่คัดค้านนะ  โพสต์เมื่อ 21-3-2012 22:05
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

10

กระทู้

8

เพื่อน

994

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
679
ความดี
5
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
15-3-2013
โพสต์เมื่อ 21-3-2012 23:49:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมว่าอย่าไปปนกันจะดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะสับสน อะไรที่เป็นของเดิมน่ะดีอยู่แล้ว

แสดงความคิดเห็น

jongkol  ขอบคุณครับคุณ นันทิยที่ร่วมแสดงความคิดเห็น....  โพสต์เมื่อ 22-3-2012 19:05
สิ่งใดมีความเกิด เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมด มีความดับไป เป็นธรรมดา

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 22-3-2012 19:20:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
. คำพูดที่พูดมาทั้งหมดนับแต่วันตรัสรู้นั้น สอดรับไม่ขัดแย้งกัน
ภิกษุทั้งหลาย ! นับตั้งแต่ราตรี ที่ตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ จนกระทั่งถึง
ราตรีที่ตถาคตปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ, ตลอดเวลาระหว่างนั้น ตถาคตได้กล่าวสอน
พร่ำสอน แสดงออก ซึ่งถ้อยคำใด ถ้อยคำเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้ากันได้โดยประการเดียวทั้งสิ้น
ไม่แย้งกันเป็นประการอื่นเลย.
อิติวุ. ขุ. ๒๕ / ๓๒๑ / ๒๙๓
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ น. ๒๘๕

คือได้แรงจูงใจ จากพระสูตรนี้ ก็เลยลองเอาทั้ง3พระสูตรเอามาสนธิกัน ทำให้มุมมองการดูรู้อาการจิตของสรรพสัตว์ได้กว้างขึ้น ระเอียดขึ้น(แบบตามความเข้าใจของกระผมุ) ถ้าเป็นไปได้ ลองCopyเอาไปเป็นคำถามพระอาจารย์ก็หน้าจะดีไม่น้อย แล้วฝากเอามาบอกกันบ้างน่ะครับ  ติชมกันได้ครับ วิจารณ์กันได้เต็มที่ครับ

แสดงความคิดเห็น

นันทิยะ  ผมว่าคุณคิดเองก็นำไปให้อาจารย์พิจารณาเองจะดีกว่านะจะได้โดนเต็มๆอิๆ  โพสต์เมื่อ 22-3-2012 22:56
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 23-3-2012 13:26:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย jongkol เมื่อ 22-3-2012 19:20
๓. คำพูดที่พูดมาทั้งหมดนับแต่วันตรัสรู้นั้น สอดรับไ ...

อะนะ คิดว่าช่วยๆกัน คงจะโดนไม่เยอะหรอก เพื่อความรุั้

แสดงความคิดเห็น

ติดตัง  รับๆ ไปเถอะค่ะ จะได้รู้ด้วยคน  โพสต์เมื่อ 23-3-2012 16:51
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

3

กระทู้

37

เพื่อน

3710

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
1
สตางค์
3254
ความดี
199
ชื่อเสียง
59
ล่าสุด
11-9-2017
โพสต์เมื่อ 23-3-2012 16:48:17 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คิดได้ไงเนี่ย....55555

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

แสดงความคิดเห็น

jongkol  อิ อิ ไม่รู้ว่าใครอยู่ใกล้พระอาจารย์ จะช่วยและก็กล้าหาญถามให้ได้  โพสต์เมื่อ 24-3-2012 19:05
ปฏิจจสมุปบาท > หนทางแห่งความไม่ตาย  

1

กระทู้

4

เพื่อน

489

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
312
ความดี
54
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-11-2016
โพสต์เมื่อ 25-3-2012 16:45:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
รวบรวมได้น่าสนใจมากนะครับ
เพียงแต่ เข้าใจ คำว่า "ความต่าง"
ว่ายังไงครับ
เห็นแจกแจงได้น่าสนใจไม่น้อย

ว่าแต่ประโยชน์จากการรวบพระสูตร คือ ?

แสดงความคิดเห็น

jongkol  ขอบคุณ คณอสฺมิฐา ครับ วิจารย์ ติ ชมได้เต็มที่ครับ ถ้าแนะนำได้ยิ่งดี  โพสต์เมื่อ 26-3-2012 21:03
แนะนำอ่าน
ธาตุวิภังคสูตร   มูลปริยายสูตร มหานิทานสูตร มหาตัณหาสังขยาสูต

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 26-3-2012 20:30:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ธรรม ๙ อย่างที่แทงตลอดได้ยากเป็นไฉน ได้แก่ความต่างกัน ๙ คือ  
      เรามาดูที่ตัวธาตุก่อน ธาตุในที่นี้คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตาหู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป รส กลิ่น เสียง โผฐัพผะ
ธรรมมารมฌ์ รูปธาตุ คันธธาตุ สัจจะธาตุ ธาตุนาๆชนิด นี้ความต่างของธาตุ ดูไปดูมามันก็คือ สฬายตนะ คืออายตนะภายใน ภายนอก นั้นเอง
      ความต่างแห่งผัสสะ  ก็จเห็นได้ว่า ช่วงผัสสะ วิญญาณเข้าไปเกิดไปรู้ เมื่อ ตากระทบรูป เป็นจักษูวิญญาณ วิญญาณเข้าไปเกิดไปรู้ เมื่อหูกระทบเสียง เป็นโสตะวิญญาณ  .... นี้คือความต่างผัสสะ                                
        อธิบายได้ว่าความต่างแห่งผัสสะ ย่อมบังเกิดเพราะอาศัยความต่างแห่งธาตุ
        ความต่างแห่ง  เวทนา อาศัยความต่างแห่งผัสสะ เกิดขึ้น
ความต่างแห่งผัสสะ ต่างที่ ต่างวาระ ต่างธาตุ  ย่อมเป็นปัจจัย เกิดความต่างเวทนา คือ วิญาณเข้าไปเกิด ไปรู้เวทนา คือสูขบ้าง ทุกข์บ้าง อุเบกขาบ้าง
        ความต่างแห่ง สัญญา อาศัยความต่างแห่งเวทนา เกิดขึ้น
ความต่างแห่งเวทนา  ต่างที่ ต่างวาระ ต่างธาตุ  ต่างผัสสะ สูข ทุกข์ อุเบกขา ย่อมนำไปสู่ ความต่างสัญญา คือวิญญาณเข้าไปเกิด ไปรู้สัญญา คือความจำมั้นหมาย ในอดีต
        ความต่างแห่ง  ความดำริ ( สังขารปรุงแต่ง )อาศัยความต่างแห่งสัญญาเกิดขึ้น
ความต่างแห่งสัญญา ต่างที่ ต่างวาระ ต่างธาตุ  ต่างผัสสะ สูข ทุกข์ อุเบกขา ต่างสัญญา ย่อมนำไปสู่ ความต่างแห่งความดำริ
คือวิญญาณเข้าไปเกิด ไปรู้ สังขาร คือการปรุงแต่ง
        ความต่างแห่ง  ฉันทะ(ความพอใจ ) อาศัยความต่างแห่งความดำริ( สังขารปรุงแต่ง )เกิดขึ้น................จนถึง
ความต่างแห่ง  การได้  อาศัยความต่างแห่งการแสวงหาเกิดขึ้น.......
                                        ธรรม ๙ อย่างที่แทงตลอดได้ยาก จริงๆ
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 26-3-2012 21:00:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
            มิได้มีเจตนารวบเป็นพระสูตรเดียวแต่อย่างใด เพียงแต่นำเอา พระสูตรหนึ่ง มาอธิบายอีกพระสูตรหนึ่ง แล้วเสริมความละเอียดโดยใช้อีกพระสูตรหนึ่งเข้าช่วย ประโยชน์ตรงที่ก็จะได้เห็นลำดับ
วิญญาณเข้าไปเกิด ไปรู้ ตามปัจจัย ความต่าง ความอาศัย ตามลำดับ ผัสสะ เวทนา สัญญา สังขาร ฉันทะ ตัณหา การแสวงหา การได้ อุปทาน ความปลงใจรัก  ความกำหนัดด้วยความพอใจ  จึงมีความสยบมัวเมา ความจับอกจับใจ ความตระหนี่ การห่วงกั้น  เป็นปัจจัยให้เกิด ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส :

เพิ่ม เติม แนะนำ วิจารย์ ชี้แนะได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น

อสฺมิฐา  ต่อพระสูตรเข้ากันพอดีเลย ครับ เยี่ยมไปเลย  โพสต์เมื่อ 28-3-2012 11:14
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 29-3-2012 15:30:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย jongkol เมื่อ 29-3-2012 15:33
ต้นฉบับโพสต์โดย jongkol เมื่อ 26-3-2012 21:00
มิได้มีเจตนารวบเป็นพระสูตรเดียวแต่อย่างใด เพ ...


ขอบคุณครับ... .แนะนำ เพิ่มเติมได้ครับ
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 14-10-2019 17:35 , Processed in 0.031634 second(s), 21 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน