กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 808|ตอบกลับ: 8

อนาคามี แบบ คลายกามฉันทะ อยู่พรหมโลก ได้มั้ย

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

0

เพื่อน

47

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
31
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
12-4-2017
โพสต์เมื่อ 8-4-2017 11:22:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีมาแล้ว ข้าพระองค์ได้ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ แม้ในเวลานั้น เขารู้จักพระองค์อย่างนี้ว่า
สหกภิกษุๆ เพราะความที่อินทรีย์ ๕ เหล่านี้ อันข้าพระองค์เจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ข้าพระองค์จึงคลายกามฉันท์ในกามทั้งหลายเสียได้ เมื่อตายไป ได้เข้าถึงสุคติพรหมโลก แม้ใน
พรหมโลกนั้น เขาก็รู้จักข้าพระองค์อย่างนี้ว่า ท้าวสหัมบดีพรหมๆ.

ฉบับหลวง เล่มที่ 19 หน้า 253 ข้อที่ 1050    พรหมสูตร
ในกรณีนี้ ใครมี คำ อธิบาย ช่วย สงเคราะห์ หน่อย ครับ



19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 8-4-2017 22:34:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 8-4-2017 22:39

อนาคามี แบบ คลายกามฉันทะ อยู่พรหมโลก ได้มั้ย
ในกรณีนี้ ใครมี คำ อธิบาย ช่วย สงเคราะห์ หน่อย ครับ

**************************
ขอสรุปคร่าวๆก่อนนะครับ เพราะดึกแล้ว สิ่งที่ต้องทราบเป็นข้อมูลก่อน คือ
1. ในสังคีติสูตรที่พระศาสดาทรงรับรอง ว่า อนาคามี มี ๕ จำพวก คือ
อันตราปรินิพพายี อุปหัจจปรินิพพายี อสังขารปรินิพพายี สสังขารปรินิพพายี และ อุฏฐังโสโตปรินิพพายี  
2.อริยบุคคล มี ๔ จำพวก เท่านั้น คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และ อรหันต์
3. ในสูตรที่ตรัสถึง บุคคล ๙ จำพวก  ตรัสไล่มาตั้งแต่ อันตราฯ - อกนิฏฐคามี ๕ จำพวกแรก และถัดลงมาต่อคือ สกทาคามี และ โสดาบัน อีก ๓ ประเภท รวมเป็น ๙ จำพวก ก็สอดรับกับข้อ ที่ ๒ ว่า อันตราฯ - อกนิฏฐคามี คือ อนาคามี
4.การที่ตรัสว่า ละกามสังโยชน์ได้แล้วเป็นอนาคามี(ไม่จำเป็นต้องละ พยาบาทคือสังโยชน์ที่ ๕ ก็เรียกว่าอนาคามีได้แล้ว) นั้นหาไม่ได้ เพราะแม้พระอรหันต์ ยังทรงตรัสในสูตรว่า "บุคคล  ควรเป็นผู้มีสติ  ทุกเมื่อ,  พึงเว้นขาดจากกาม,  ละกามแล้ว  พึงข้ามโอฆะเสียได้  ดุจบุคคลอุดยาเรือดีแล้ว  ก็พึงข้ามไปถึงฝั่งโน้น (นิพพาน) ได้  ฉะนั้น  แล" หากพิจารณาแล้ว ไม่จำเป็นต้องตรัสสังโยชน์เบื้องสูงอีก ๕ ข้อ ก็พยากรณ์เป็นพระอรหันตืได้ เช่นกัน ดังนั้น การที่กล่าวว่า ละแค่กามแล้ว ได้เป็นอนาคามีได้ จึงต้องศึกษาสูตรอื่นอีกเพื่อรองรับเหตุผลว่า อนาคามีจำเป็นต้องละกามสังโยชน์และพยาบาทสังโยชน์ได้อีก 2 ข้อ จึงเรียกว่า เป็นผู้สิ้นสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการ
5. ในปุคคลวรรคที่ ๔ ที่ตรัสว่า ละโอรัมภาคิยสังโยชน์ได้ ละสังโยชน์อันเป็นปัจจัยเพื่อให้ได้อุบัติได้ แต่ยังละสังโยชน์อันเป็นปัจจัยเพื่อให้ได้ภพไม่ได้ ซึ่งตรงที่ตรัสว่ายังละสังโยชน์(เครื่องร้อยรัด) เพื่อให้ได้ (คือต้องได้) ภพ (สถานที่มีวิญญาณ นามรูป หยั่งลงด้วยความน้อมไปคือ มีตัณหา เป็นต้น อยู่) ยังไม่ได้ นั้นคือ ยังมีอุปธิเหลืออยู่ (ตรงกับอานาปานสติสูตรส่วนที่หากยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ก็ต้องเป็นอนาคามี)  --> จากตรงนี้ ย่อมทำให้เข้าใจได้ว่า อันตราฯ ก็เป็นอนาคามี และยังต้องไปได้ภพ อีกครั้งเดียวจึงปรินิพพานในภพที่ได้นั้น และไม่เวียนกลับจากโลกนั้น ก็คือ ภพที่ได้นั้น(เป็นครั้งสุดท้าย)
6.  ปุริสคติสูตร เรื่องสะเก็ดไฟ ที่ยังไม่ทันตกกระทบพื้น ไม่ได้หมายถึง ความที่วิญญาณยังไม่ได้ภพแล้วปรินิพาน(คนละอุปมากับ เมล็ดพืชที่ตกลงผืนนา)ดังนั้น อันตราฯ  ๓ กลุ่มแรกที่อุปมาด้วยสะเก็ดไฟที่ร้อนหลุดออกไปแล้วยังไม่ตกกระทบพื้น เป็นเพียงการอุปมาถึงระยะเวลาที่มีอยู่ของสะเก็ดไฟเท่านั้นในอากาศ ว่าถึงความดับลงไปได้ไว เหมือนกับ อันตราฯ ที่ได้ภพแล้ว แต่ยังไม่ได้อุบัติ ก็ปรินิพพาน ณ ที่ได้ภพนั่นเอง นั่นคือ ความไวของสะเก็ดไฟที่ดับ เปรียบได้กับความไวของการปรินิพานเพราะอินทรีย์กล้ากว่า

เมื่อทราบข้อมูล(คร่าวๆ) จากข้างบน จึงสรุปได้ว่า
อนาคามี เป็นอริยบุคคลจำพวกที่ ๓ ที่มีความบริบูรณ์ในศีล ในสมาธิ และทำพอประมาณได้ในปัญญา
เพราะความสิ้นไปของสังโยชน์เป็นส่วนเบื้องต่ำ ๕ ประการ จึงเรียกว่า อนาคามี
ดังนั้น อนาคามี เป็นผู้ที่ไม่กลับมาสู่ความเป็นอย่างนี้ คือ ปรินิพพานแล้วในโลก(ภพ)ที่ได้ ไม่ต้องกลับมาจากโลกนั้น(คือภพที่ได้) ดังนั้น การที่ตรัสว่าไม่กลับมาสู่โลกนี้ จึงไม่ได้หมายถึงโลกแห่งกามภพ
มีอันปรินิพานในภพที่ไปเกิดหลังกายแตกทำลาย (เมื่อบรรลุอนาคามีแล้ว)
เพราะอนาคามียังไม่สามารถละสังโยชน์ที่จะไปได้ภพได้ (ตัณหา คือ สังโยชน์) จึงยังต้องมีภพรองรับอยู่
ท้าวสหัมบดีพรหม ที่เคยประพฤติพรหมจรรย์ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ ด้วยการเจริญอินทรีย์ ๕ ซึ่งหากเจริญให้มากแล้ว มีอรหัตตผลเป็นที่หวังได้ แต่หากไม่ได้ มีอุปธิเหลือก็จะเป็นอนาคามี
นั่นคือ ท้าวสหัมบดีพรหม เป็นอนาคามี นั่นเองครับ

1

กระทู้

0

เพื่อน

47

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
31
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
12-4-2017
โพสต์เมื่อ 9-4-2017 09:12:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 8-4-2017 22:34
อนาคามี แบบ คลายกามฉันทะ อยู่พรหมโลก ได้มั้ย
ในกรณีน ...

  สาธุ ครับ

*** เพียงแต่ผมไม่เข้าใจ ทำไม  ไม่ เป็น อนาคามี ในชั้น สุทธาวาส  เทวดา อริยบุคคล อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี หรือ แม้แต่ ใน  อกนิฏฐา
ในเมื่อเป็น อริย สาวก ผู้มีคุณสมบัติ  กามฉันท วิราเชตวา

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 9-4-2017 11:58:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนาคามี ก็มีภพที่อาศัยในสุทธาวาส เท่านั้น

5

กระทู้

1

เพื่อน

304

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
202
ความดี
52
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2018
โพสต์เมื่อ 10-4-2017 10:45:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อมร เมื่อ 10-4-2017 11:01

สุทธาวาส ก็เป็นหนึ่งในพรหมโลกไม่ใช่เหรอครับหรือผมเข้าใจผิด ผมเข้าใจอย่างนี้ครับว่า สวรรค์ แบ่งออกเป็น2 กลุ่มใหญ่ เทวโลก และ พรหมโลก มีโซนพิเศษ [size=31.5241px]สุทธาวาส และสองกลุ่มยังแบ่งออกเป็น ฝั่งสัมมาทิฐิกับมิจฉาทิฐิ เทวโลกจึงมีอสูร พรหมโลกจึงมีมาร ผิดถูกอย่างไรแนะนำด้วยนะครับ

1

กระทู้

0

เพื่อน

47

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
31
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
12-4-2017
โพสต์เมื่อ 10-4-2017 23:22:46 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อมร ตอบกลับเมื่อ 10-4-2017 10:45
สุทธาวาส ก็เป็นหนึ่งในพรหมโลกไม่ใช่เหรอครับหรือผมเ ...

อันที่ จริงแล้ว พรหม ก็เป็นเทวดา พวกหนึ่ง ที่อยู่ในรูปภพ  สุทธาวาส ก็เป็นรูปภพ
แตเนื่องด้วย บท พยัญชนะ   ของ ตถาคต พระองค์ เรียกว่า พรหม ส่วน พรหมมกายิกา เลยจากนั้น  พระองค์ เรียกว่า เทวดา เหมือน เดิม เหมือน กามภพ
พระสูตร
12/376/491
14/172/318
17/281/537

ถ้าได้มุมมองใหม่ ๆ  อย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะ ครับ

5

กระทู้

1

เพื่อน

304

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
202
ความดี
52
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2018
โพสต์เมื่อ 11-4-2017 11:07:17 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มีสัก ตอบกลับเมื่อ 10-4-2017 23:22
อันที่ จริงแล้ว พรหม ก็เป็นเทวดา พวกหนึ่ง ที่อยู่ใน ...

ขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 12-4-2017 07:17:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อันที่ จริงแล้ว พรหม ก็เป็นเทวดา พวกหนึ่ง ที่อยู่ในรูปภพ  สุทธาวาส ก็เป็นรูปภพ
แตเนื่องด้วย บท พยัญชนะ   ของ ตถาคต พระองค์ เรียกว่า พรหม ส่วน พรหมมกายิกา เลยจากนั้น  พระองค์ เรียกว่า เทวดา เหมือน เดิม เหมือน กามภพ
พระสูตร
12/376/491
14/172/318
17/281/537

ถ้าได้มุมมองใหม่ ๆ  อย่าลืมเล่าสู่กันฟังนะ ครับ

**********************
ในเตวิชชสูตร กล่าวถึงหนทางแห่งการไปเป็นพรหม  ทรงตรัสว่าเช่นไร พระสูตรนี้ยาว แต่สดับแล้วจะทราบว่า พรหมโลก หมายถึงที่ใด ที่ไม่ใช่มีเพียงพรหมกายิกา ซึ่งต้องไปผนวกกับพระสูตร เมตตาสูตร ส่วนคำว่า เทวดานั้น ทรงตรัสใช้โดยทั่วไป คือนัยของอมนุษย์

0

กระทู้

0

เพื่อน

148

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
67
ความดี
39
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-6-2017
โพสต์เมื่อ 6-5-2017 08:25:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย somphob78900 เมื่อ 6-5-2017 08:36

สาธุๆ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-9-2019 23:02 , Processed in 0.029665 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน