กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 91|ตอบกลับ: 2

ปฏิจจฯ สายดับ

[คัดลอกลิงก์]

52

กระทู้

1

ติดตาม

1154

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
577
ความดี
313
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2017
โพสต์เมื่อ 16-3-2017 11:01:52 |ดูโพสต์ทั้งหมด
        [๔๕๐] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กล่าวนั้น ถูกละ พวกเธอกล่าวอย่างนี้ แม้เราก็กล่าว
อย่างนี้ เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้ก็ดับ คือ เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ
เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ
เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ
เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ......
///////
อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ
สงฺขารนิโรธา วิฺาณนิโรโธ     
วิฺาณนิโรธา นามรูปนิโรโธ
เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ
เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ
เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ
///////
คำว่านิโรธ หรือที่ภาษาไทยแปลว่าดับ นั้ัน
นิโรธ อย่างไร ดับ อย่างไร
พระอรหันต์ อวิชชาสิ้นไป แต่ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ยังมีอยู่
คำว่า สงฺขารนิโรโธ หรือ สังขารจึงดับ ดับในที่นี้คือดับจากเครื่องปรุงแต่งคืออวิชชา หรือว่าดับแปลว่าไม่ปรากฏ
แต่พระอรหันต์ อวิชชาสิ้นไป แต่ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ยังปรากฏอยู่
ดังนั้น นิโรธ หรือ ดับ ในที่่นี้หมายถึง ไม่ประกอบด้วยอวิชชาใช่หรือไม่ครับ
ไม่ใช่แปลว่าไม่ปรากฏใช่หรือไม่

19

กระทู้

45

ติดตาม

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5665
ความดี
3446
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-4-2017
โพสต์เมื่อ 16-3-2017 21:48:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คำว่านิโรธ หรือที่ภาษาไทยแปลว่าดับ นั้ัน
นิโรธ อย่างไร ดับ อย่างไร
พระอรหันต์ อวิชชาสิ้นไป แต่ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ยังมีอยู่
คำว่า สงฺขารนิโรโธ หรือ สังขารจึงดับ ดับในที่นี้คือดับจากเครื่องปรุงแต่งคืออวิชชา หรือว่าดับแปลว่าไม่ปรากฏ
แต่พระอรหันต์ อวิชชาสิ้นไป แต่ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร ยังปรากฏอยู่
ดังนั้น นิโรธ หรือ ดับ ในที่่นี้หมายถึง ไม่ประกอบด้วยอวิชชาใช่หรือไม่ครับ
ไม่ใช่แปลว่าไม่ปรากฏใช่หรือไม่

************************
คงจะทรงจำพุทธพจน์ที่ตรัสว่า อวิชชา ย่อมแทรกอยู่ในธรรมทั้งหลายเหล่านั้น คือส่วนของ กายสังขาร วจีาสังขาร และ จิตตสังขาร อันเป็นปัจจัยให้เกิดขึ้นของ สุข และ ทุกข์ (ซึ่งแน่นนอนว่าต้องไล่ลงมาจากอวิชชา --> สังขาร ๓ --> วิญญาณ--> นามรูป-->
สฬายตนะ--> ผัสสะ --> เวทนา) ดังนั้น เมื่อ อวิชชาถูกทำลายไป อวิชชาย่อมไม่มีแทรกในสังขาร ๓

หากกล่าวถึงความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้น ก็ย่อมเป็นเหตุ ผล สืบกันมา ตั้งแต่ อวิชชาดับ สังขารจึงดับ ไล่มาจนถึงความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้น คือ ความปรินิพพาน (ตรัสรู้ - กายแตกทำลายไป)
แต่หากยังกล่าวถึงสภาวะที่กายยังไม่ได้แตกทำลายไป แต่ตรัสรู้ธรรมแล้ว สังขารทั้งหลายยังมีอยู่แน่นอน แต่ไม่ได้เป็นไปเพื่อการเกิดขึ้นของกองทุกข์ เพราะสังขาร ๓ นั้น ยังคงมีอยู่ ตัวอย่างที่พระองค์ยังทรงมี การเจริญอานาปานสติสมาธิ มีวิตก วิจาร มีการกำหนดการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปแห่ง สัญญา และ เวทนา(แต่ไม่ได้ตรัสสังขาร ตรัส วิตก แทน)  เป็นต้น

สังขาร ๓ ประการ ก็จะเป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีอวิชชา ก็คือจะไม่มีตัณหา เพราะอวิชชาไม่เจริญ ย่อมยังไม่ทำตัณหาให้เจริญ ดังนั้น พระอรหันต์จึงย่อมไม่มีความยินดี (อภิรตา คือ ความกำหนดด้วยความพอใจ คือชื่อของตัณหา) เมื่อไม่มีความยินดี ย่อมไม่ถึงซึ่งการปรุงแต่งสังขารทั้งหลายอันเป็นเหตุให้เกิดขึ้นของทุกข์ได้อีกต่อไป

แสดงความคิดเห็น

pungkung  สาธุครับ  โพสต์เมื่อ 17-3-2017 10:00

52

กระทู้

1

ติดตาม

1154

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
577
ความดี
313
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2017
โพสต์เมื่อ 17-3-2017 10:02:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 25-4-2017 21:28 , Processed in 0.087865 second(s), 8 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน