กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: pungkung

ถ้า สะเกิดไฟ คือ ได้ภพแล้ว

[คัดลอกลิงก์]

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 10:32:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อารมณ์ของวิญญาณนั้นก็คือสัญญาที่เขาได้เจริญสมถะ และ วิปัสสนาอันไม่เสื่อม แล้วน้อมจิตไป

แล้วเป็นอารมณ์ของอกนิฏฐภพใช่หรือไม่ครับ มันแน่นอนอยู่แล้วว่ากุศลจิตของอริยย่อมมาจากภาวนา

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 10:37:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด

สรุปคือ สะเก็ดไฟ ทั้ง 4 ล้วน นิพพานในขณะจิตเดียว คือ ปฏิสนธิจิต โดยมีอารมณ์ของชั้นอกนิฐาเป็นอารมณ์
****************************
การปรินิพพาน ของเหล่าเทวดาผู้โอปปาติกะเพราะสิ้นสังโยชน์ ๕ ในที่นั้น มี แต่ไม่ได้เกิดในขณะปฏิสนธิจิต

เพราะเหตุใดครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 10:41:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากยังไม่ได้ภพแล้ว ยังไม่ได้กรรมด้วย แต่ก็มีข้อที่น่าสังเกตุว่า  "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด" เป็นสภาวะที่มีการปรุงแต่ง เป็นสังขตธรรมหรือไม่
ุ้้ถ้าเป็นสังขตธรรม ก็น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้
ถ้าเป็นอสังขตธรรม ก็ไม่น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้ เพราะเข้าใจว่ากระบวนการดับไปของอวิชชาเป็นกระบวนการด้านของสังขตธรรม
**************************
เมื่อได้ภพแล้ว จะป่วยกล่าวไปใยถึงกรรม เพราะกรรม ย่อมได้มาก่อนเกิดภพอีกครับ

อย่าตัดตอนข้อความครับ เงื่อนไขก่อนหน้าก็บอกอยู่ว่า ในระหว่างจุติกับปฏิสนธิ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 10:48:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด

พอมาถึงตรงนี้ผมมีความคิดขึ้นมาสดๆ เลยว่าตอนพิมพ์อยู่นี้ว่า

เป็นไปได้ไหมที่ปฏิสนธิจิต เกิดกรรมขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากความความเข้มของอินทรีย์ทำให้ละความเพลินได้ในขณะจิตเดียวนี้ล่ะ
คือปฏิสนธิจิตนี้ ทำให้ไม่เกิดตัณหา อุปาทาน ซึ่งทำให้ไม่เกิดภพ และละสังโยชน์ได้ 10 ในขณะปฏิสนธิจิตนี้ละ แล้วนิพพาน
ดังนั้นสะเก็ดไฟ 3 อันแรกอาจกล่าวได้ว่ายังไม่ได้ภพ
****************************
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า อันตราฯเป็ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้แล้ว แต่ยังละสังโยชน์อันเป็นปัจจัยเพื่อให้ได้ภพ และ อุบัติ ไม่ได้
คุณปังคุงจะอธิบายว่าอย่างไร ในความหมายว่า ยังละสังโยชน์(เครื่องผูก)อันเป็นปัจจัย(เหตุ) เพื่อให้ได้ภพ ยังไม่ได้
มันไม่ใช่มีความหมายเดียวกันกับความว่า ภพย่อมมีเพราะละเหตุของเครื่องผูกในภพไม่ได้(คืออะไร คงทราบนะครับ)
ดังนั้น อันตราฯ จึงย่อมได้ภพ แน่นอนครับ

คำตอบเช่นนี้แสดงถึงความยุ่งยากในการตอบ เพราะถ้าไม่ยุ่งยากแนวตอยจะไม่ใช่เช่นนี้ อีกทั้งโยงไปถึงโยงไปด้านคำหรือการแปลด้วย ไม่รับรองไม่คัดค้านครับ จะจำไว้ด้วยดีแล้วเทียบเคียงศึกษาต่อไป เพราะผมยอมรับว่ายังไม่ใช่พหูสูต และไม่ยืนยัน100℅ในความเห็นของตัวเองด้วยครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 11:08:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-3-2017 11:09
pungkung ตอบกลับเมื่อ 4-3-2017 10:32
อารมณ์ของวิญญาณนั้นก็คือสัญญาที่เขาได้เจริญสมถะ แล ...

บุคคล 7 จำพวก สมมุติถ้า ทุกจำพวก ได้ภพแล้ว

********************
ขอแจงความเข้าใจ ที่กล่าวคำว่า บุคคล 7 จำพวก นี้หมายถึง ตั้งแต่ อันตรา(3) ไปจนถึง อุฏฐังโสโต ใช่ไหมครับ

และอธิบายต่อว่าวิญญาณทั้งหลายย่อมต้องตั้งบนวิญญาณฐิติ
********************
ถูกต้องครับ วิญญาณอันจะเป็นไปในภพนั้นๆเมื่อกายแตกทำลายไป ในที่นี้ มีเชื้อคือตัณหา มีที่หยั่งลงของวิญญาณ และมีความเจริญของสังขารทั้งหลายไปจนถึงความเป็นภพ เรียบร้อยแล้ว

ถ้าสะเก็ดไฟได้ภพแล้ว อะไรคืออารมณ์ของวิญญาณซึ่งทำให้เกิดกรรม
เมื่อมีนันทิราคะในอารมณ์นั้นก็ทำให้เกิดภพในที่สุด

*********************
ดังที่บอกกล่าวไว้ อารมณ์ของวิญญาณแก่ผู้ทำสมถะ วิปัสสนาไม่เสื่อม ชอบใจ พอใจ คุ้นไปในสมาบัติอันเกิดจากสัญญานั้นๆ นั่นคือ การหยั่งลงของวิญญาณในภพนั้นๆ

อารมณ์เดียวกับจิตสุดท้ายหรืออารมณ์ในของชั้นอกนิฏฐา
***********************
แต่ไม่ใช่ อกนิฏฐภพ เท่านั้นครับ เพราะอกนิฏฐภพ มีเพียงแก่อุฏฐังโสโต อกนิฏฐคามี ผู้เดียว
อีก ๖ พวกที่เหลือ ยังสัญญาให้ไปเกิดในสุทธาวาส (แต่ไม่ได้ทรงตรัสว่า ชั้นไหน)

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 11:33:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 4-3-2017 10:41
ถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากยังไม่ได้ภพแล้ว ยังไม่ได้กรรม ...

**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด|ปฏิสนธิจิต(กรรม)ใหม่)**
***จุติจิตในที่นี้คือจุติจิตที่ละสังโยชน์5ได้แล้ว***

หรือจะเป็นไปได้ไหมที่สภาวะของสะเก็ดไฟ คือช่วงในระหว่าง "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด"
ถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากยังไม่ได้ภพแล้ว ยังไม่ได้กรรมด้วย แต่ก็มีข้อที่น่าสังเกตุว่า  "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด" เป็นสภาวะที่มีการปรุงแต่ง เป็นสังขตธรรมหรือไม่
ุ้้ถ้าเป็นสังขตธรรม ก็น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้
ถ้าเป็นอสังขตธรรม ก็ไม่น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้ เพราะเข้าใจว่ากระบวนการดับไปของอวิชชาเป็นกระบวนการด้านของสังขตธรรม

******************
ผมไม่ตัดความแล้วนะ แต่จะอธิบายความที่เขียนมาให้ฟังว่า จิตที่ดับไป(จุติจิต) เมื่อกายแตกทำลาย แต่เพราะยังทำลายตัณหาไม่ได้ สัตว์นี้จึงมีเชื้อเหลืออยู่(สอุปาทิเสสบุคคล) ย่อมไปได้ภพ (เป็นเช่นนั้นเอง) จิตขณะนี้คุณปังคุงจะเรียกมันว่าอะไรละครับ  เกิดขึ้นหรือยัง หรือ ยังไม่เกิดครับ

ผมจึงบอกว่า ภพนั้นเกิดขึ้นแล้วในขณะนี้(มีตัณหา อุปาทาน ภพ เกิดแน่นอน) จะป่วยกล่าวไปใยถึงกรรม
ผมไม่ได้แย้งข้อความที่คุณปังคุงบอกว่า "ยังไม่ได้ภพด้วย ยังไม่ได้กรรมด้วย" แต่ผมแย้งข้อความที่กล่าวก่อนหน้านี้นั่นเองครับ ว่า จิตที่ดับไปแล้วยังต้องเกิดต่อไป(เป็นกระแส ไม่ใช่ดวงๆ)มีเพราะยังทำลายตัณหาไม่ได้ เมื่อวิญญาณที่จะเป็นไปในภพนั้นๆมีเกิดขึ้นเพราะตัณหา ย่อมยังภพให้เกิดมีขึ้นเป็นธรรมดา

และช่องว่างระหว่างจิตไม่มีบัญญัติและจิตไม่ใช่มีลักษณะเป็นดวงครับ




66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 14:06:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าบอกว่าช่องว่างระหว่างจิต ไม่ได้มีบัญญัติ ผมไม่คัดค้านไม่รับรองครับ

ที่ว่าจิตคือกระแส มิใช่ดวงๆ นี่ก็เป็นประเด็นควรศึกษาครับ กระแส มีลักษณะอย่างไร การเกิดดับของกระแสมีลักษณะอย่างไร จิตเป็นกระแสเทียบได้กับระบบอนาล็อก จิตเป็นดวงเปรีบยได้กับระบบดิติทัล

เรื่องช่องว่างของจิต จิตเป็นดวง หรือเป็นกระแส รวมไปถึงเรื่องของสัตว์ และประเด็นช่องว่างในที่คับเคบคือนิพพาน เหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกัน และความเห็น การอ้างอิง แนวตรรกะ ที่ต่างกันเหล่านี้ ก็จะขยายตัว เป็นความเห็นต่าง ในหลายๆกระทู้ ในหลายๆประเด็น ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ก็จะไม่ยึดถือความเห็นของใคร ว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่า สำหรับผู้ที่ยังไม่ใช่พหูสูต เมื่อครูอาจารย์ มีความเห็นิย่างนี้ก็สันนิษฐานว่าน่าจะถูก เพราะยอมรับว่าปัญญาน้อยกว่าครูอาจารย์ผู้รู้ทั้งหลาย แต่ก็ไม่ฟันธงตาม ต้องมาทานกับพระพุทธวจน ตามหลักกาลามสูตร และหลักการตามรักษาจวามจริง

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 14:13:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เพราะอกนิฏฐภพ มีเพียงแก่อุฏฐังโสโต อกนิฏฐคามี ผู้เดียว
อีก ๖ พวกที่เหลือ ยังสัญญาให้ไปเกิดในสุทธาวาส (แต่ไม่ได้ทรงตรัสว่า ชั้นไหน)

พิจารณาได้จากพระสูตรใดครับ คือผมไม่เคยได้ยินการอ้างอิงความเห็นนี้มาก่อน เคยได้ยินแต่ฝ่ายความเห็นอื่น

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 14:48:11 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จิตที่ดับไป(จุติจิต) เมื่อกายแตกทำลาย แต่เพราะยังทำลายตัณหาไม่ได้ สัตว์นี้จึงมีเชื้อเหลืออยู่(สอุปาทิเสสบุคคล) ย่อมไปได้ภพ (เป็นเช่นนั้นเอง) จิตขณะนี้คุณปังคุงจะเรียกมันว่าอะไรละครับ  เกิดขึ้นหรือยัง หรือ ยังไม่เกิดครับ
//ถ้าพิจารณาตามข้อความ ก็เงื่อนไขบังคับก่อนแล้วว่า ย่อมไปได้ภพ แล้ว คำว่าย่อมไปได้ภพ ได้หรือยังในขณะนี้ หรือต้องมีการไปก่อนถึงจะได้ ถ้ามีการไปมันก็ต้องมีในระหว่าง และที่ถามว่าจิตขณะนี้จะเรียกมันว่าอะไร ก็สรุปไปแล้วด้วยคำว่า "จิตขณะนี้" เมื่อมี"จิตขณะนี้" มันก็ต้องมีกรรม มันก็ต้องเรียกว่า ภพ เพราะมันถูกบังคับด้วยสมมติฐานไนประโยคแต่ต้นแล้ว เพื่อรองรับตรรกะนี้ ก็ว่าจิตเป็นกระแสมิใช่ดวงและไม่มีบัญญัติช่องว่างระหว้างวิญญาณ//

จิตที่ดับไป(จุติจิต) เมื่อกายแตกทำลาย แต่เพราะยังทำลายตัณหาไม่ได้ สัตว์นี้จึงมีเชื้อเหลืออยู่(สอุปาทิเสสบุคคล) + และปฏิสนธิจิตยังไม่เกิดขึ้น ถ้าถามตรงนี้ผมไม่ทราบว่ามันคืออะไร แต่ใม่ใช่ ชาติ จะว่าภพ ได้ ไหม ก็ไม่น่าจะได้ เพราะสมมติฐานน้ียังไม่มีจิต ท่านก็เห็นว่าช่องว่างระหว่างวิญญาณไม่มีบัญญัติ บอกตามตรงว่าไม่มีอะไรจะยืนยันเพราะฟังท่านอื่นมาแล้วพิจารณาเพิ่มเติมบ้าง เท่าที่ความรู้มีอยู่

ตัณหา ราคะ นันทิอันใดในขันธ์5 คือสัตว์ สัตว์นี้ท่องเที่ยวไปตลอดกาลยืดยาวนานถึงเพียงนี้เพราะการไม้รู้ซึ่งอริยสัจทั้ง4

ถ้าจะให้เรียกว่าอะไร ก็เห็นว่า เรียกว่าสัตว์ นี่ล่ะ แต่เปฌนสัตว์ที่ยังไม่ได้กรรม ภพ หรือชาติ จะเรียกสัมภเวสีสัตว์ได้หรือไม่

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-3-2017 10:38:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 5-3-2017 12:39
pungkung ตอบกลับเมื่อ 4-3-2017 14:06
ความเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าบอกว่าช่องว่างระหว่างจิต ไ ...

ความเห็นส่วนตัวนะครับ ถ้าบอกว่าช่องว่างระหว่างจิต ไม่ได้มีบัญญัติ ผมไม่คัดค้านไม่รับรองครับ
********************************
จิต มีมาจากภาษาบาลี คือแปลว่า สั่งสม สภาวะจิต เป็นเหมือนอาสวะ ที่สั่งสมผลของ บุญ และ บาป ไว้  ผมขอยกอุปมาซึ่งไม่ใช่พุทธพจน์ แต่เป็นลักษณะเหมือนเปลวไฟที่เกิดขึ้นจากเทียน เปลวไฟที่เกิดดูเหมือนเป็นเปลวไฟเดิม ที่มีติดอยู่อย่างนั้น แต่หากพิจารณาลงไป เปลวไฟอาศัยเชื้อ ความร้อน และ ออกซิเจน ในการลุกโพลงอยู่ได้ เปลวไฟเดิมที่เห็นขณะหนึ่ง จะไม่ใช่เปลวไฟเดิมที่เห็นได้อีกขณะหนึ่ง (เพราะเชื้อเพลิงมีการหมดไปๆ)การเกิดต่อเนื่องของเปลวไฟของเทียน แท้จริงแล้วเปลวหนึ่งเกิดขึ้น เปลวหนึ่งดับไปตลอด ความร้อนที่เกิดมีการแผ่ออกไปก็เป็นความร้อนที่เกิดจากเปลวเดิมแต่แรกมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ความร้อนเดิมและจะเป็นความร้อนใหม่เลยก็ไม่ใช่ แต่เป็นความร้อนที่สั่งสมมาจนทำให้เทียนที่เป็นเชื้อ เกิดเปลวไฟต่อเนื่องและความร้อนต่อไปได้  (แต่เนียนมากจนเห็นเป็นกระแสต่อเนื่อง) ก็เป็นคล้ายๆกับจิตที่มีการเกิดดับตลอดเวลา บุญ และ บาป ที่สัตว์กระทำไว้ สั่งสมเป็นวิบากของอาสวะ ก็เช่นกัน ไม่ได้หายไปไหน มีการส่งผ่านเป็นกระแส อย่างนี้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 17:53 , Processed in 0.109076 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน