กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1772|ตอบกลับ: 25

ถ้า สะเกิดไฟ คือ ได้ภพแล้ว

[คัดลอกลิงก์]

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 11:31:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 3-3-2017 11:38

บุคคล 7 จำพวก สมมุติถ้า ทุกจำพวก ได้ภพแล้ว และอธิบายต่อว่า
วิญญาณทั้งหลายย่อมต้องตั้งบนวิญญาณฐิติ
ถ้าสะเก็ดไฟได้ภพแล้ว อะไรคืออารมณ์ของวิญญาณซึ่งทำให้เกิดกรรม เมื่อมีนันทิราคะในอารมณ์นั้นก็ทำให้เกิดภพในที่สุด อารมณ์เดียวกับจิตสุดท้ายหรืออารมณ์ในของชั้นอกนิฏฐา

**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด|ปฏิสนธิจิต(กรรม)ใหม่)**
***จุติจิตในที่นี้คือจุติจิตที่ละสังโยชน์5ได้แล้ว***

พอมาถึงตรงนี้ผมมีความคิดขึ้นมาสดๆ เลยว่าตอนพิมพ์อยู่นี้ว่า

เป็นไปได้ไหมที่ปฏิสนธิจิต เกิดกรรมขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากความความเข้มของอินทรีย์ทำให้ละความเพลินได้ในขณะจิตเดียวนี้ล่ะ
คือปฏิสนธิจิตนี้ ทำให้ไม่เกิดตัณหา อุปาทาน ซึ่งทำให้ไม่เกิดภพ และละสังโยชน์ได้ 10 ในขณะปฏิสนธิจิตนี้ละ แล้วนิพพาน
ดังนั้นสะเก็ดไฟ 3 อันแรกอาจกล่าวได้ว่ายังไม่ได้ภพ

ส่วนสะเก็ดไฟอันที่ 4 ละนันทิไม่ได้ก่อนกระทบถึงพื้นจึงได้ภพ แต่พอได้ภพ ก็ละภพได้ ทำให้ไม่ได้ชาติ แล้ว นิพพาน

สรุปคือ สะเก็ดไฟ ทั้ง 4 ล้วน นิพพานในขณะจิตเดียว คือ ปฏิสนธิจิต โดยมีอารมณ์ของชั้นอกนิฐาเป็นอารมณ์

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 13:44:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด|ปฏิสนธิจิต(กรรม)ใหม่)**
***จุติจิตในที่นี้คือจุติจิตที่ละสังโยชน์5ได้แล้ว***

หรือจะเป็นไปได้ไหมที่สภาวะของสะเก็ดไฟ คือช่วงในระหว่าง "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด"
ถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากยังไม่ได้ภพแล้ว ยังไม่ได้กรรมด้วย แต่ก็มีข้อที่น่าสังเกตุว่า  "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด" เป็นสภาวะที่มีการปรุงแต่ง เป็นสังขตธรรมหรือไม่
ุ้้ถ้าเป็นสังขตธรรม ก็น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้
ถ้าเป็นอสังขตธรรม ก็ไม่น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้ เพราะเข้าใจว่ากระบวนการดับไปของอวิชชาเป็นกระบวนการด้านของสังขตธรรม

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:24:06 |ดูโพสต์ทั้งหมด
บุคคล 7 จำพวก สมมุติถ้า ทุกจำพวก ได้ภพแล้ว และอธิบายต่อว่า
วิญญาณทั้งหลายย่อมต้องตั้งบนวิญญาณฐิติ
ถ้าสะเก็ดไฟได้ภพแล้ว อะไรคืออารมณ์ของวิญญาณซึ่งทำให้เกิดกรรม
เมื่อมีนันทิราคะในอารมณ์นั้นก็ทำให้เกิดภพในที่สุด
อารมณ์เดียวกับจิตสุดท้ายหรืออารมณ์ในของชั้นอกนิฏฐา

************************
ขอให้นึกถึงคำสั่งสอนที่ทรงตรัสว่า ตัณหานั้นเป็นเชื้อของสัตว์เมื่อทอดทิ้งกายนี้ไป
เพราะบุคคลผู้ทรงตรัสว่า อันตราฯ - อกนิฏฐา ยังเป็นผู้ละสังโยชน์ ๕ เบื้องสูงไม่ได้
ก็ย่อมทำลายตัณหายังไม่ได้ การไปเกิดใหม่ย่อมสมควรอยู่แล้ว
อารมณ์ของวิญญาณนั้นก็คือสัญญาที่เขาได้เจริญสมถะ และ วิปัสสนาอันไม่เสื่อม แล้วน้อมจิตไป

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:26:06 |ดูโพสต์ทั้งหมด
**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด|ปฏิสนธิจิต(กรรม)ใหม่)**
***จุติจิตในที่นี้คือจุติจิตที่ละสังโยชน์5ได้แล้ว***

***************************
สังโยชน์ ๕ ละได้ ตั้งแต่ความเป็นผู้มีอินทรีย์(ปฏิบัติ สมถะ และ วิปัสสนามาก่อนแล้วตอนเป็นมนุษย์) รองจากพระอรหันต์ แต่ยังไม่ได้บรรลุอรหันต์ ละกายนี้ไป ด้วยอำนาจของตัณหาที่ยังมีอยู่ เป็นเชื้อแห่งการได้กายใหม่  

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:28:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พอมาถึงตรงนี้ผมมีความคิดขึ้นมาสดๆ เลยว่าตอนพิมพ์อยู่นี้ว่า

เป็นไปได้ไหมที่ปฏิสนธิจิต เกิดกรรมขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากความความเข้มของอินทรีย์ทำให้ละความเพลินได้ในขณะจิตเดียวนี้ล่ะ
คือปฏิสนธิจิตนี้ ทำให้ไม่เกิดตัณหา อุปาทาน ซึ่งทำให้ไม่เกิดภพ และละสังโยชน์ได้ 10 ในขณะปฏิสนธิจิตนี้ละ แล้วนิพพาน
ดังนั้นสะเก็ดไฟ 3 อันแรกอาจกล่าวได้ว่ายังไม่ได้ภพ

****************************
ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า อันตราฯเป็ผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้แล้ว แต่ยังละสังโยชน์อันเป็นปัจจัยเพื่อให้ได้ภพ และ อุบัติ ไม่ได้
คุณปังคุงจะอธิบายว่าอย่างไร ในความหมายว่า ยังละสังโยชน์(เครื่องผูก)อันเป็นปัจจัย(เหตุ) เพื่อให้ได้ภพ ยังไม่ได้
มันไม่ใช่มีความหมายเดียวกันกับความว่า ภพย่อมมีเพราะละเหตุของเครื่องผูกในภพไม่ได้(คืออะไร คงทราบนะครับ)
ดังนั้น อันตราฯ จึงย่อมได้ภพ แน่นอนครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:28:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ส่วนสะเก็ดไฟอันที่ 4 ละนันทิไม่ได้ก่อนกระทบถึงพื้นจึงได้ภพ แต่พอได้ภพ ก็ละภพได้ ทำให้ไม่ได้ชาติ แล้ว นิพพาน
****************************
ได้ภพ ได้ชาติ แล้วครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:29:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สรุปคือ สะเก็ดไฟ ทั้ง 4 ล้วน นิพพานในขณะจิตเดียว คือ ปฏิสนธิจิต โดยมีอารมณ์ของชั้นอกนิฐาเป็นอารมณ์
****************************
การปรินิพพาน ของเหล่าเทวดาผู้โอปปาติกะเพราะสิ้นสังโยชน์ ๕ ในที่นั้น มี แต่ไม่ได้เกิดในขณะปฏิสนธิจิต

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:30:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด|ปฏิสนธิจิต(กรรม)ใหม่)**
***จุติจิตในที่นี้คือจุติจิตที่ละสังโยชน์5ได้แล้ว***

หรือจะเป็นไปได้ไหมที่สภาวะของสะเก็ดไฟ คือช่วงในระหว่าง "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด"

*********************
เกิดแล้วครับ  เมื่อตายไปข้อที่วิญญาณอันจะเป็นไปในภพนั้นๆ เพราะอำนาจของตัณหายังทำลายไม่สิ้น ย่อมนำไปสู่ภพอันเสพจนคุ้นเคยในสัญญานั้นๆไม่เสื่อมไป เป็นโอปปาติกะ ผุดมีขึ้น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-3-2017 22:30:46 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากยังไม่ได้ภพแล้ว ยังไม่ได้กรรมด้วย แต่ก็มีข้อที่น่าสังเกตุว่า  "ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปยังไม่เกิด" เป็นสภาวะที่มีการปรุงแต่ง เป็นสังขตธรรมหรือไม่
ุ้้ถ้าเป็นสังขตธรรม ก็น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้
ถ้าเป็นอสังขตธรรม ก็ไม่น่าจะนิพพานในระหว่างนี้ได้ เพราะเข้าใจว่ากระบวนการดับไปของอวิชชาเป็นกระบวนการด้านของสังขตธรรม

**************************
เมื่อได้ภพแล้ว จะป่วยกล่าวไปใยถึงกรรม เพราะกรรม ย่อมได้มาก่อนเกิดภพอีกครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 10:24:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 4-3-2017 10:28
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 3-3-2017 22:26
**จุติจิต|ช่องว่างที่จิตสุดท้ายดับไปและจิตดวงต่อไปย ...
[size=31.5241px]สังโยชน์ ๕ ละได้ ตั้งแต่ความเป็นผู้มีอินทรีย์(ปฏิบัติ สมถะ และ วิปัสสนามาก่อนแล้วตอนเป็นมนุษย์) รองจากพระอรหันต์ แต่ยังไม่ได้บรรลุอรหันต์ ละกายนี้ไป ด้วยอำนาจของตัณหาที่ยังมีอยู่ เป็นเชื้อแห่งการได้กายใหม่  

น่าจะมองออกนะครับว่าผู้โพสไม่ไดเหมายความอย่างนั้น
ก็ไม่ได้บอกนี่ครับว่าดวงก้อนหน้าละไม่ได้

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  นั่นคือ ยังต้องมีเชื้อไปเกิดได้อีก ผมหมายถึงเช่นนั้นเป็นสำคัญ  โพสต์เมื่อ 4-3-2017 11:01
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 14:28 , Processed in 0.070783 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน