กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2683|ตอบกลับ: 14

สีลัพพตปรามาส เป็นอย่างไรครับ

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-2-2017 17:31:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สีลัพพตปรามาส เป็นอย่างไรครับ
1.เนื่องจากผมยังไม่เห็นพระสูตรที่อธิบายตรงๆ หรือถ้ามี ช่วยกรุณาชี้แนะ ขอบคุณครับ ซึ่งเป็น1ในสังโยชน์เบื้องต่ำซึ่งมีความสำคัญมาก
2.ผมมีความเห็น แง่มุมต่างอยู่บ้าง กับความหมายที่หาได้ใน google
บ้างว่า  สีลัพพตปรามาส คือ ความยึดถือว่าบุคคลจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้ด้วยศีลและวัตร (คือ ถือว่าเพียงประพฤติศีลและวัตรให้เคร่งครัดก็พอที่จะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้ ไม่ต้องอาศัยสมาธิและปัญญาก็ตาม ถือศีลและวัตรที่งมงาย หรืออย่างงมงายก็ตาม), ความถือศีลพรตโดยสักว่า ทำตามๆ กันไปอย่างงมงาย หรือโดยนิยมว่าขลังว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่เข้าใจความหมายและความมุ่งหมายที่แท้จริง, ความเชื่อถือศักดิ์สิทธิ์ด้วยเข้าใจว่า จะมีได้ด้วยศีลหรือพรตอย่างนั้นอย่างนี้ล่วงธรรมดาวิสัย (ข้อ ๓ ในสังโยชน์ ๑๐)
บ้างว่า สีลัพพตปรามาส หมายความถึงความยึดมั่นถือมั่นอยู่ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือศีลพรตภายนอกพระพุทธศาสนา หรือความยึดมั่นถือมั่นในการบำเพ็ญเพียงกายและวาจาตามหลักธรรมพระพุทธศาสนา (ศีล) ของตนว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐ ซึ่งเป็นเหตุให้ละเลยการปฏิบัติทางด้านจิตใจหรือการใช้ปัญญาเพื่อหลุดพ้น[2]

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-2-2017 09:45:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ

ธรรม อันเป็นเหตุ สีลัพพตปรามาส
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๔
76...ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลไม่ละธรรม ๓ประการแล้ว
ก็ไม่อาจละสักกายทิฏฐิวิจิกิจฉาสีลัพพตปรามาสได้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ การกระทำไว้
ในใจโดยอุบายไม่แยบคาย ๑ การเสพทางผิด ๑ความหดหู่แห่งจิต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลไม่ละธรรม ๓ ประการนี้แลก็ไม่อาจละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้…..

วามหดหู่แห่งจิต บาลีใช้ เจตโส  ลีนตฺตํ

ธรรม อันเป็นเหตุ ถีนมิทธ
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๐ [๑๔]
ดูกรภิกษุทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเหตุให้ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือถีนมิทธะที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์เหมือนความไม่ยินดีความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจความเมาอาหาร และความที่จิตหดหู่ (เจตโส  จ ลีนตฺตํ)ดูกรภิกษุทั้งหลายเมื่อบุคคลมีจิตหดหู่ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และถีนมิทธะที่เกิด
ขึ้นแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ ฯ

ธรรม ละ ถีนมิทธ
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๐
[๑๙] ดูกรภิกษุทั้งหลายเราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเหตุให้
ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิด ไม่เกิดขึ้นหรือถีนมิทธะที่เกิดขึ้นแล้ว อันบุคคลย่อมละได้ เหมือน
ความริเริ่ม ความพากเพียรความบากบั่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เมื่อบุคคลปรารภความเพียรแล้ว
ถีนมิทธะที่ยังไม่เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้นและถีนมิทธะที่เกิดขึ้นแล้ว อันบุคคลย่อมละได้ ฯ

หรือ
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๙
[๕๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมัยใด จิตหดหู่ (ลีน  จิตฺต) สมัยนั้น เป็นกาลเพื่อเจริญธัมม
วิจยสัมโพชฌงค์ เป็นกาลเพื่อเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ เป็นกาลเพื่อเจริญปีติสัมโพชฌงค์....

---------------------------
1.ดูแล้วเหมือน สีลัพพตปรามาส คือ ปฏิบัติ ศีล พรต (แม้ในศีลเเบบพุทธศาสนา) เเบบขี้เกียจ ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง (ไม่มีความเพียร )ซึ่งมันจะทำให้ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย

2.นั่นคือ โสดาบันจะต้องมีศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้วไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย ตามโสตาปัตติยังคะ 4
3.ผมมองการละสังโยชน์อย่างนี้ ในแง่มุมโสตาปัตติยังคะ4
สักกายทิฎฐิ --> พระธรรม
วิจิกิจฉา      --> พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
สีลัพพตปรามาส --> ศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย (มีความเพียรจน ไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย)


หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิด อย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น

zmata  ถูกใจ  โพสต์เมื่อ 10-2-2017 09:14

1

กระทู้

0

เพื่อน

47

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
31
ความดี
7
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
12-4-2017
โพสต์เมื่อ 10-2-2017 12:26:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอ โอกาส ครับ ในความเข้าใจของผม
สีลพพตปรามาส  ก็คือ ข้อปฏิบัติ อันประจำ ทางกาย และ วาจา  เช่น การบูชาไฟ การบูชาน้ำ และ พิธีปลงบาป ของชาณุสโสณีพราหมณ์ การ ยืนนิ่งๆ ของ นิครณ์ เป็นต้น

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 10-2-2017 18:04:53 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
1.ที่ได้ฟังมา ผมก็เข้าใจประมาณนั้นครับ
แต่สมมติว่า ผมเปลี่ยนมารักษาศีล5 หรือ กุศลกรรมบถ10 แต่ยังรักษาเเบบขาดทะลุด่างพร้อย ผมว่าก็น่าจะยังไม่สิ้นสังโยชน์ตัวที่3
2.ผมจึงคิดว่า โสตาปัตติยังคะ4 มีเหตุผล ยังไง ที่ทำให้สิ้นสังโยชน์3 ไปได้
ซึ่งพระพุทธเจ้า ก็บอกอยู่แล้วว่า ไม่ขาด ไม่ทุลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย
-ซึ่งสอดรับกับคุณสมบัติโสดาบันอีกอันคือ บริบูรณ์ในศีล
3.ผมจึงมีความเห็นว่า ความไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย หรือ บริบูรณ์ในศีล ก็มีความสำคัญยิ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีการเน้นย้ำกัน มากนัก มีแต่บอกให้รักษาศีล
หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิด อย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-3-2017 23:45:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
///แม้แต่ความคิดว่า ศีลทั้งหลายดังนี้ ย่อมไม่มีแก่เด็กกุมารอ่อนผู้ยังนอนหงายอยู่ สีลัพพตปรามาสในศีลทั้งหลาย จักเกิดขึ้น
แก่เด็กนั้นแต่ที่ไหน///
เกี่ยวกับศีลอย่างแน่นอน

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 5-3-2017 00:37:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สีลัพพตปรามาส/สีล+วตฺต+ปรามส/ข้องดเว้น+ข้อปฏิบัติ+การยึดมั่น/ การยึดมั่นในข้องดเว้นและข้อปฏิบัติซึ่งก็น่าจะด้วยอำนาจของมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งทำให้มัสักกายทิฏฐิ และวิจิกิจฉา ไปด้วย

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 5-3-2017 00:41:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยเจ้า เป็นมิจฉาทิฏฐิ
ยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เขาย่อมเข้าถึงอบาย
ทุคติ วินิบาต นรก

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-3-2017 10:34:52 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1.ที่ได้ฟังมา ผมก็เข้าใจประมาณนั้นครับ
แต่สมมติว่า ผมเปลี่ยนมารักษาศีล5 หรือ กุศลกรรมบถ10 แต่ยังรักษาเเบบขาดทะลุด่างพร้อย ผมว่าก็น่าจะยังไม่สิ้นสังโยชน์ตัวที่3

******************************
การรักษาศีล หรือ กุศลกรรมบถ 10 ยังอาจพลาดไปอบายได้ (คงจำสูตรมหากัมมวิภังคสูตรได้)  การที่จะไม่พลาดคือ เห็นความเกิด ความดับ ของความมีศีล และ ความทุศีล ของบุคคลนั้น รวมถึง ทราบอุบายเป็นเครื่องออกไปได้
ศีลนั้น มีจิตเป็นที่เกิด  เมื่อมีความขาด ทะลุ ด่าง พร้อย เป็นศีลที่ยังเป็นอกุศล ให้เห็นความดับของศีลที่เป็นอกุศลนั้นด้วยการ เจริญสัมมัปธาน ๔ เพื่อเป็นอุบายเครื่องออกของการปฏิบัติเพื่อความดับของศีลที่เป็นอกุศลธรรมนั้น นี้ถือว่าเป็นผู้ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้ กลัวต่อบาปอกุศลธรรม เมื่อกระทำเช่นนี้อยู่ ความขาด ทะลุ ด่าง พร้อย ย่อมไม่มีอีก ด้วยเจตนาสำคัญ คือ จิต


2.ผมจึงคิดว่า โสตาปัตติยังคะ4 มีเหตุผล ยังไง ที่ทำให้สิ้นสังโยชน์3 ไปได้
ซึ่งพระพุทธเจ้า ก็บอกอยู่แล้วว่า ไม่ขาด ไม่ทุลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย
-ซึ่งสอดรับกับคุณสมบัติโสดาบันอีกอันคือ บริบูรณ์ในศีล

*********************************
คงต้องเป็นเช่นนั้น ศีล นั้นมีจิตเป็นที่ตั้ง จิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ จึงเป็นไปเพื่อยอดสุข มีสุขเป็นกำไร เป็นผล อย่างนี้

3.ผมจึงมีความเห็นว่า ความไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย หรือ บริบูรณ์ในศีล ก็มีความสำคัญยิ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีการเน้นย้ำกัน มากนัก มีแต่บอกให้รักษาศีล
*************************
คำว่า รักษาศีลนั้น คือต้องอาศัยจิตที่ตั้งไว้ในสัมมัปปธาน ๔ คือ ปลูกความพอใจ ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้ ไม่ให้อกุศลเกิด ทำอกุศลให้ดับ ทำกุศลให้เกิด และ ทำกุศลให้ตั้งมั่นไม่เลือนหายไป เจริญงอกงามขึ้นไป ด้วย ๔ ข้อนี้ จะครบองค์แห่งการรักษาศีลเพื่อไม่ให้ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย ไปในตัว

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ  โพสต์เมื่อ 6-3-2017 09:18

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-3-2017 10:16:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
1.ขอบคุณทุกท่านที่ไม่ปล่อยให้ผมคิดเอง เออเอง
2.การรักษา ศีล ให้ไม่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แม้จะบริบูรณ์ในศีล ก็ยังไม่สิ้นสังโยขน์ ข้อ3 เพราะ
2.1 บริบูรณ์ในศีล เพราะ ข่มใจ บังคับ ฝืน หรือ รักษาได้ไม่ยากไม่ลำบาก รักษาได้แต่ไม่รู้มันเป็นเอง(เด็กอ่อน) หรือเพราะเห็นว่าพระพุทธเจ้าไม่ให้ทำ หรือ เพื่อให้ได้ชื่อว่า บริบูรณ์ในศีล เพื่อให้ได้ตามคุณสมบัติ โสตาปัติยังคะ4 >> เป็นการทำเพื่อให้ได้ตามคุณสมบัติ ไม่ได้รู้เหตุผลที่แท้จริง ทำไมต้องรักษาศีลเเบบนี้ไม่รักษาศีลเเบบอื่นบ้าง รักษาเพื่ออะไร
3.ข้อที่จะทำให้ สิ้นสังโยชน์ คือ (นำไปใช้หาเหตุผลกับสังโยชน์ทุกตัวได้)
3.1 รู้ทั่วถึง - คือ รู้ว่าต้องรักษาศีลเเบบไหน ทำไมไม่รักษาศีลเเบบอื่น >> ศีลที่ ทำแล้ว1.วิญญูชนสรรเสริญ 2.ตัณหาและ3.ทิฐิไม่ลูบคลำ                           4.เป็นไปเพื่อสมาธิ >> พ้นจากภัยเวร5ประการ+กุศลกรรมบถ10 หรือ ศีลในมรรค8
3.2 เหตุเกิด - อยากอยู่อย่างมีความสุข ไม่ทุกข์ >> หาวิธีให้สิ้นสังโยชน์ตัวที่3
3.3 ความดับ - รักษาศีลเเบบไหนแล้วจะสิ้นสุด(สิ้นสังโยชน์ที่3) ไม่ต้องทำเพราะข่มใจ บังคับใจ ("มีปกติ"อยู่ด้วยการสิ้นสังโยขน์ที่3)
3.4 คุณ - ของการรักษาศีลเเบบนั้น
3.5 โทษ - ของการไม่รักษาศีลเเบบนั้น
3.6 อุบายให้ถึงความดับของการรักษาศีล ผิดๆ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย >>สัมมปทาน4 สติปัฏฐาน4 ... (โพธิปักขิยธรรม37)

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 6-3-2017 11:08:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความบริบูรณ์ในศีล น่าจะมีหลายระดับ ที่ต่างกันไปในบุคคล พระอรหันต์เต็มร้อยแน่นอน
แต่ก็มีข้อความว่าอริยสาวกบางครั้งก็ต้องอาบัติบ้างออกจากอาบัติบ้าง คำว่าไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย สำหรับผู้ที่ยังไม่ถึงอรหันต์ จะตีความคือเป้าหมายหรือเปล่า ศีลบางประเภทอริยะก็ผิดได้ ศีลบางประเภทก็ไม่ใช่ฐานะที่จะผิด และจะอธิบายคำว่าไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย กว้างแคบอย่างไร และมุ่งหมายถึงอะไร
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 12:19 , Processed in 0.143946 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน