กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 939|ตอบกลับ: 4

ขออนุญาตสอบถามครับผม

[คัดลอกลิงก์]

3

กระทู้

0

เพื่อน

61

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
43
ความดี
9
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-1-2017
โพสต์เมื่อ 3-1-2017 19:53:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ ถ้าบุคคลมีใจผ่องใสแล้ว พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ความสุขย่อมไปตามเขา เพราะเหตุนั้น เหมือนเงาไปตามตัวฉะนั้น เป็น พุทธวจน หรือเปล่าครับผม ขอบพระคุณครับผม

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:32:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
การจะพิจารณาในธรรมใดที่ได้ยินได้เห็นมาว่าเป็นธรรมวินัยของพระศาสดาหรือไม่ พระองค์ทรงตรัสไว้แล้วว่า หากธรรมใดที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อสั่งสมกิเลสไว้ เป็นไปเพื่อความมักน้อย สันโดษ
เพื่อความเป็นผู้ว่าง่าย มีความสงบสงัด(วิเวก) ปรารภความเพียร ไม่ประกอบสัตว์ไว้ คือ ไม่มีความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความทะยานอยาก ความเข้าถึง ซึ่งอุปาทานขันธ์ ๕
ธรรมวินัยนั้นเป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:35:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความข้างบนที่ยกมานั้น มาจากคาถาธรรมบท  สอดคล้องกับพุทธพจน์บทอื่นๆ ไม่ขัดแย้งแต่ประการใด เป็นพุทธพจน์ครับ มีรายละเอียดดังนี้

" ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐที่สุด สำเร็จแล้วแต่ใจ ถ้าบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว กล่าวอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตามทุกข์ย่อมไปตามบุคคลนั้น เพราะทุจริต๓ อย่างนั้น เหมือนล้อหมุนไปตามรอยเท้าโคผู้ลากเกวียนไปอยู่ ฉะนั้น

ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจประเสริฐที่สุด สำเร็จแล้วแต่ใจ ถ้าบุคคลมีใจผ่องใส กล่าวอยู่ก็ตาม ทำอยู่ก็ตาม สุขย่อมไปตามบุคคลนั้นเพราะสุจริต ๓ อย่างเหมือน "

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:36:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-1-2017 14:39

ใจนั้นที่ว่าเป็นใหญ่ (เป็นหัวหน้า) เพราะ กุศลธรรม หรือ อกุศลธรรมใด ที่จะเกิดขึ้นมาได้นั่น กุศลธรรม หรือ อกุศลธรรมใดเหล่านั้น ที่เป็นกุศลหรืออกุศล
มีใจเกิดขึ้นก่อน เพราะความมนสิการ(พิจารณาด้วยใจ) นั้นเป็นแดนเกิดของธรรมทั้งปวงเหล่านั้น
เพราะความที่ยังมีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น ผูกพันด้วยตัณหา ย่อมปรุงแต่งมโนสังขารให้สุขและทุกข์(ผลแห่งมโนกรรมจากผัสสะจึงเสวยเวทนา)อันเป็นไปในภายในเกิดมีขึ้น

พระองค์ทรงตรัสว่า มโนกรรมที่จะให้ผลเป็นบาปนั้น มีโทษมากกว่า กายกรรม หรือ วจีกรรม นี้คือความที่ใจเป็นใหญ่

3

กระทู้

0

เพื่อน

61

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
43
ความดี
9
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-1-2017
โพสต์เมื่อ 11-1-2017 08:38:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบพระคุณมากๆครับพี่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 22-9-2019 04:23 , Processed in 0.105113 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน