กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1889|ตอบกลับ: 16

ความชำนาญมันเกิดกับจิต หรือว่าเกิดกับสัตตานังครับ, ฝึกจิต?

[คัดลอกลิงก์]

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 2-1-2017 11:31:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสฺสาน เมื่อ 2-1-2017 11:32

ถ้าเราทำอะไรบ่อยๆ ทำให้มาก เจริญให้มาก มันก็จะเกิดความชำนาญ
ผมเคยได้ยินมาว่าบางคนที่ฝึกอานาปานสติจนคล่องแคล้วแล้ว  แค่สูดลมหายใจเดียวก็สามารถเข้าถึงฌานได้เลย

ผมเลยสงสัยว่าในเมื่อ...  จิตดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ตลอดวันตลอดคืน ...

ก็แปลว่า ที่เรากำลังพยายามฝึกทำอานาปานสติ หรือฝึกอะไรก็ตาม ที่พยายามทำบ่อยๆ ทำให้เกิดความชำนาญ
ที่เรากำลังฝึกอยู่เนี่ย คือ กำลังฝึกสัตตานังใช่ไหมครับ?  สมมุติว่าผมกำลังดูลมหายใจอยู่  แต่ก็ดันหลุดไปคิดเรื่องอื่น
แล้วก็รีบรู้ตัวกลับมาที่ลมหายใจอีกที  จิตดวงใหม่ที่ผมกลับมารู้ลมหายใจอีกเนี่ย  มันก็ต้องยังไม่เคยผ่านการฝึกอยู่กับลมหายใจซิครับ
เพราะมันเป็นจิตดวงใหม่ที่ผมเพิ่งจะไปเกาะ

ดังนั้น ที่เรากำลังพยายามทำบ่อยๆ ทำให้มากๆเนี่ย  ก็คือกำลังฝึกสัตตานังใช่ไหมครับ   เราแค่ฝึกจิตดวงนั้นได้แป๊ปเดียวขณะที่เราเกาะอยู่ พอจิตดวงนี้ดับไป  ก็กลายเป็นจิตดวงใหม่ที่ไม่เคยผ่านการฝึกอะไรมาเลย

ผมสงสัยครับ  



1

กระทู้

1

เพื่อน

380

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
238
ความดี
70
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-8-2017
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 12:03:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่านทราบแล้วว่าจิต เกิด-ดับ แล้วที่รับรู้อยู่ จะเป็นจิตได้อย่างไรครับ ???

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:22:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-1-2017 14:26

ที่เรากำลังพยายามฝึกทำอานาปานสติ หรือฝึกอะไรก็ตาม ที่พยายามทำบ่อยๆ ทำให้เกิดความชำนาญ
ที่เรากำลังฝึกอยู่เนี่ย คือ กำลังฝึกสัตตานังใช่ไหมครับ?

++++++++
การเจริญกระทำให้มากซึ่งอาปานสติสมาธินั้น
เพื่อความอบรมปัญญา และ สติ อันอาศัยสมาธิที่ตั้งมั่นนั้น
ปัญญาอันสมาธิอบรมแล้วอย่างดี ย่อมอบรมจิต  จึงถึงความสิ้นอาสวะได้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:28:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สมมุติว่าผมกำลังดูลมหายใจอยู่  แต่ก็ดันหลุดไปคิดเรื่องอื่น
แล้วก็รีบรู้ตัวกลับมาที่ลมหายใจอีกที  จิตดวงใหม่ที่ผมกลับมารู้ลมหายใจอีกเนี่ย  มันก็ต้องยังไม่เคยผ่านการฝึกอยู่กับลมหายใจซิครับ
เพราะมันเป็นจิตดวงใหม่ที่ผมเพิ่งจะไปเกาะ

+++++++++++++++++++++
สติหลงไปในกายเพราะความไม่ตั้งไว้ซึ่งกายคตาสติ

การที่นำความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ให้จิตกลับมาสู่ลมหายใจ เพราะได้เฉพาะซึ่งสติ

การดับ และ การเกิดขึ้นของจิต มีนามรูปเป็นปัจจัย

จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ยากที่จะอุปมา มีกายประกอบด้วยมหาภูรูป ๔ เป็นที่อาศัย ที่เกิดขึ้น จิตที่เกิดขึ้นและดับลงและเกิดขึ้นใหม่ ไม่ใช่จิตเดิม แต่ไม่ได้หมายถึงอาสวะที่สั่งสมมาจะหายไปพร้อมการดับของจิต อุปมาว่าเทียนหนึ่งเล่มที่ยังมีเชื้อ(การลุกโพลง)อยู่และดับลงขณะที่เทียนอีกเล่มจุดติดขึ้นจากเทียนเล่มนั้นที่ดับไป เปลวเทียนใหม่นี้ก็ไม่ใช่เปลวเทียนเดิม แต่ความปรากฏของเปลวเทียนใหม่นี้ อาศัยเชื้อที่ยังมีอยู่แล้วลุกโพลงขึ้น ความข้อนี้คือ ความสืบต่อของจิตเป็นเช่นอุปมานี้ จิตใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ยังต้องอาศัยซึ่งปัญญาอบรมอยู่ มีสติคอยอารักขา อันไม่ได้หายไปไหน เป็นอาสวะ (ส่วนแห่งบุญ) ที่ยังให้ผลอยู่ต่อไป

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 14:30:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ที่เรากำลังพยายามทำบ่อยๆ ทำให้มากๆเนี่ย  ก็คือกำลังฝึกสัตตานังใช่ไหมครับ   เราแค่ฝึกจิตดวงนั้นได้แป๊ปเดียวขณะที่เราเกาะอยู่ พอจิตดวงนี้ดับไป  ก็กลายเป็นจิตดวงใหม่ที่ไม่เคยผ่านการฝึกอะไรมาเลย
++++++++
บุคคลเจริญให้มาก(ภาวนา) ซึ่งสมาธิ เพื่อให้รู้ตามที่เป็นจริงซึ่งอุปาทานขันธ์ เมื่อรู้ตามที่เป็นจริง จิตย่อมพ้น(คลายกำหนัด) จากอุปาทานขันธ์  ไม่ใช่ฝึกสัตตานัง แต่เป็นการอบรมจิตให้บรรลุถึงคุณวิเศษ อาศัยสมาธิอันศีลอบรมมาอย่างดีแล้ว ปัญญาอันสมาธิอบรมมาอย่างดีแล้ว และจิตอันปัญญาอบรมมาอย่างดีแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากอาสวะโดยชอบ เป็นอย่างนี้

1

กระทู้

1

เพื่อน

380

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
238
ความดี
70
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-8-2017
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 19:58:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
“สิ่ง” สิ่งหนึ่งซึ่งบุคคลพึงรู้แจ้ง
เป็นสิ่งที่ไม่มีปรากฏการณ์ ไม่มีที่สุด
มีทางปฏิบัติเข้ามาถึงได้โดยรอบนั้น มีอยู่;

ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงได้;
ใน “สิ่ง” นั้นแหละ ความยาว ความสั้น
ความเล็ก ความใหญ่
ความงาม ความไม่งาม ไม่หยั่งลงได้;

ใน “สิ่ง” นั้นแหละ นามรูป ย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือ;
นามรูป ดับสนิท ใน “สิ่ง” นี้
เพราะการดับสนิทของวิญญาณ; ดังนี้แล.

-บาลี สี. ที. ๙/๒๘๙/๓๔๘.

เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขารทั้งหลาย
เพราะมีสังขารทั้งหลายเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ

จิต มโน วิญญาณ คือสิ่งเดียวกัน แต่ต่างสภาวะกัน

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 22:47:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ท่านทราบแล้วว่าจิต เกิด-ดับ แล้วที่รับรู้อยู่ จะเป็นจิตได้อย่างไรครับ ???

ใช้คำเรียกผมว่า "คุณ" ก็พอมั้งครับ, ที่รับรู้อยู่ก็คือจิตดวงใหม่  แต่มันเกิด-ดับ รวดเร็วมาก  อันนี้คือที่ผมเข้าใจนะครับ
ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือเปล่า

จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ยากที่จะอุปมา มีกายประกอบด้วยมหาภูรูป ๔ เป็นที่อาศัย ที่เกิดขึ้น จิตที่เกิดขึ้นและดับลงและเกิดขึ้นใหม่ ไม่ใช่จิตเดิม แต่ไม่ได้หมายถึงอาสวะที่สั่งสมมาจะหายไปพร้อมการดับของจิต อุปมาว่าเทียนหนึ่งเล่มที่ยังมีเชื้อ(การลุกโพลง)อยู่และดับลงขณะที่เทียนอีกเล่มจุดติดขึ้นจากเทียนเล่มนั้นที่ดับไป เปลวเทียนใหม่นี้ก็ไม่ใช่เปลวเทียนเดิม แต่ความปรากฏของเปลวเทียนใหม่นี้ อาศัยเชื้อที่ยังมีอยู่แล้วลุกโพลงขึ้น ความข้อนี้คือ ความสืบต่อของจิตเป็นเช่นอุปมานี้ จิตใหม่ที่เกิดขึ้น ก็ยังต้องอาศัยซึ่งปัญญาอบรมอยู่ มีสติคอยอารักขา อันไม่ได้หายไปไหน เป็นอาสวะ (ส่วนแห่งบุญ) ที่ยังให้ผลอยู่ต่อไป


โอ้วว ขอบคุณมากครับคุณคมสัน  อ่านตรงนี้พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง  แต่ก็ยังงงอยู่บางส่วน   ผมคงต้องสั่งสมสุตตะให้เยอะกว่านี้   สวัสดีปีใหม่นะครับ

1

กระทู้

1

เพื่อน

380

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
238
ความดี
70
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-8-2017
โพสต์เมื่อ 5-1-2017 05:03:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ยึดมั่นถือมั่นในจิต แล้วความเป็นวิมุติจะหยั่งถึงได้อย่างไร
สัตตานัง = วิมุติญาณทัสสนะ + อวิชชา จึงยึดมั่นถือมั่นในจิตว่าเป็นเรา

หมดแล้วซึ่งอวิชชา => การปล่อยวางจิตจึงเกิดขึ้น สภาวะวิมุติญาณทัสสนะจึงบังเกิด
ขอเจริญในธรรม

1

กระทู้

1

เพื่อน

380

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
238
ความดี
70
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-8-2017
โพสต์เมื่อ 5-1-2017 05:29:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แล้วใครเล่าที่จะตามรู้เห็นได้ว่า  จิตเกิด-ดับ ???

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 5-1-2017 22:58:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เดี๋ยวนะ  ตามที่ผมเข้าใจก็คือ  จิต, มโน หรือ วิญญาณ สามตัวเนี่ยมันคือตัวเดียวกัน  และมันก็คือสภาวะรู้
ซึ่งมันจะทำงานโดยที่มันต้องไปรู้ รูป, เวทนา, สัญญา หรือสังขาร อย่างใดอย่างหนึ่ง
ซึ่งถ้ามันรู้ลมหายใจอยู่(รู้รูป)  แล้วจู่ๆก็ไปคิดเรื่องอดีต(ไปเกาะสัญญาแล้ว)   จิตดวงที่รู้รูปก็ดับไป และที่มารู้เรื่องสัญญาก็คือจิตดวงใหม่

แล้วใครเล่าที่จะตามรู้เห็นได้ว่า  จิตเกิด-ดับ ???


อันนี้ผมไม่รู้อ่ะ  แล้วสรุปคือใครเหรอครับที่จะตามรู้ได้ว่า จิตเกิด-ดับ  

แต่ผมเข้าใจว่าสัตตานังก็จะไปเกาะจิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้น  เพียงแต่มันเกิดรวดเร็วมาก จนเราเข้าใจว่าจิตวิ่งไปคิดเรื่องนั้น เรื่องนี้  ทั้งที่ความจริงมันเป็นจิตคนละดวง

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 22-9-2019 23:59 , Processed in 0.104266 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน