กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1404|ตอบกลับ: 5

สังขารเป็นปัจจัย

[คัดลอกลิงก์]

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 2-12-2016 15:20:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ สังขารในที่นี้คืออะไร และเป็นเหตุปัจจัยให้มีวิญญาณ อย่างไร

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 2-12-2016 16:16:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zmata เมื่อ 2-12-2016 18:36

เพราะมีอวิชชา(ไม่รู้) จึงมี สังขาร(เห็นผิดหรือมิจฉาทิฐิ) จึงนำวิญญาณธาตุ (๑ ในธาตู ๖) ไปตั้งอาศัยในนามรูปอันน่ารักใคร่น่าพอใจแล้วเพลินเวียนว่ายเกิดดับจนกว่าจะภาวนา(อบรมจิตวิญญาณให้พ้นความเป็นสัตว์)ให้มีวิชชาไม่นำจิตวิญญาณไปตั้งอาศัยอะไรอีก(จิตหลุดพ้น) วิญญาณจึงนิพพานเป็นอิสระ(เหมือนเมล็ดพืชตกบนผืนนาก็ไม่งอกเพราะไม่มีน้ำเลี้ยงหรือเครื่องยนต์ดับเพราะน้ำมันหมด) สิ้นอายุขัยแล้วจิตวิญญาณก็ปรินิพพานนิ่งสนิทไม่รับรู้อะไรอีก มีแต่ตถาคตเท่านั้นเห็นวิญญาณที่ปรินิพพานแล้ว?

[๑๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้ได้อย่างไร เห็นอย่างไร อาสวะทั้งหลาย
ได้สดับแล้ว จึงสิ้นไปโดยลำดับ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ในโลกนี้ ไม่ได้
เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในอริยธรรม มิได้รับแนะนำในอริยธรรม ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ
ไม่ฉลาดในสัปปุริสธรรม ไม่ได้รับแนะนำในสัปปุริสธรรม ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตน.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การตามเห็นดังนั้นแล เป็นสังขาร(เห็นผิด) ก็สังขารนั้น มีอะไรเป็นเหตุ มีอะไร
เป็นเครื่องก่อให้เกิดขึ้น มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด? ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขาร
นั้น เกิดจากตัณหาที่เกิดขึ้น แก่ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้ว ผู้อันความเสวยอารมณ์ที่เกิดแต่อวิชชา
สัมผัสถูกต้องแล้ว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้แล แม้สังขารนั้นก็ไม่เที่ยง ปัจจัยปรุงแต่ง
อาศัยเหตุเกิดขึ้น แม้ตัณหานั้น แม้เวทนานั้น แม้ผัสสะนั้น แม้อวิชชานั้น ก็ไม่เที่ยง
อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยเหตุเกิดขึ้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลรู้อยู่ แม้อย่างนี้ เห็นอยู่
อย่างนี้ อาสวะทั้งหลาย ย่อมสิ้นไปโดยลำดับ.
ที่มา http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=17&A=2111&Z=2227

...ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะถือมั่นธาตุ ๖ สัตว์(วิญญาณ)จึงลงสู่ครรภ์ เมื่อมีการลงสู่ครรภ์ จึงมีนามรูป...
ที่มา http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=4571&Z=4686

พระสูตร พระอานนท์กล่าวตู่ตถาคต?
พระอานนท์เป็นผู้หมดความแช่มชื่นมีตานองไปด้วยน้ำตา ได้กล่าวด้วยเสียงอันน่าสงสารว่า...
พระโคตมีภิกษุณีนั้นถึงความสงบ เหมือนดวงดาวในเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น
พระนางยังความรู้พร้อมกันว่า เป็นพระพุทธมารดา
ให้ดำรงอยู่แล้วไปสู่นิพพานในที่ใด ถึงคนมี ๕ ตาก็เห็นไม่ได้ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคซึ่งเป็นผู้นำทรงเห็นได้...
ที่มา http://84000.org/tipitaka/pitaka ... &Z=4887&pagebreak=0

พระสูตร ธาตุ ๖
ที่มา http://www.84000.org/tipitaka/pi ... hp?book=35&item=122

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 2-12-2016 22:41:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 3-12-2016 09:24

สังขาร คือความปรุงแต่งอันประกอบด้วยความเห็นผิด เป็นนิยามที่ตระหนักเป็นครั้งแรก น่าสนใจมากครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-12-2016 09:44:06 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ สังขารในที่นี้คืออะไร และเป็นเหตุปัจจัยให้มีวิญญาณ อย่างไร
**********************************************************************
สังขารในที่นี้ คือ สังขารทั้งหลาย ๓ อย่าง คือ กายสังขาร วจีสังขาร และ จิตตสังขาร
เพราะมีสังขาร จึงมีวิญญาณ เนื่องจากสัตว์ที่มีอวิชชา (ไม่รู้ในอริยสัจ ๔ ด้วยปัญญาตรงตามที่เป็นจริง)
ประกอบพร้อมด้วยตัณหา ย่อมยินดีในสังขารทั้งหลาย  
เมื่อยินดีแล้วก็ให้ถึงเกิดการปรุงแต่งซึ่ง กายสังขาร วจีสังขาร และ จิตตสังขาร
เมื่อถึงการปรุงแต่งแล้่ว สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์ เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ
ซึ่งวิญญาณ ก็เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ได้ เจริญงอกงามอยู่ได้ ด้วยอาการอย่างนี้

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 3-12-2016 20:22:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ฟังดูก็สมเหตุสมผลแต่จะนำไปลงในสายปฏิจจได้อย่างไร เพราะคำอธิบายไ ม่ได้เป็นสายตรงๆ สลับบนสลับล้างอย่างนี้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-12-2016 07:27:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 3-12-2016 20:22
ฟังดูก็สมเหตุสมผลแต่จะนำไปลงในสายปฏิจจได้อย่างไร เ ...

ทรงตรัสว่า คำว่า “รากเหง้าแห่งกาย” นี้เป็นชื่อของ ตัณหา
การเกิดของตัณหานั้น ไม่ใช่ว่าจะต้องผ่านมาเป็นขั้นตอนแห่งปฏิจจสมุปบาท
แต่ ตัณหาในปฏิจจสมุปบาท นั้น เป็นการแสดงถึงการเกิดขึ้นใหม่อีกแห่งตัณหา
ที่สัตว์ยังทำให้เป็นสภาวะมีรากอันขาดแล้วไม่ได้ อยู่
การเกิดใหม่ ทุกข์ ย่อมมีอยู่ร่ำไป อย่างนี้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 21-9-2019 03:24 , Processed in 0.197316 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน