กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: nutc

จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-12-2016 10:03:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 3-12-2016 09:32
หากเห็นเช่นคุณอัครา ทำไมพระองค์ไม่ทรงตรัสว่า จงอบรม ...

ขอแสดงความเห็นครับ
1. ก็เป็นลักษณะการใช้คำของพระพุทธเจ้า ครับ เพื่อความเข้าใจ ชัดเจน ตามลักษณะ
เช่น ถ้าพูดเรื่องขันธ์ 5 ก็จะเป็นวิญญาณ
         พูดไม่ครบขันธ์ 5 ก็เป็น จิต
         พูด เกี่ยวกับตัวมันเอง ก็เป็น มโนวิญญาณ
อะไรประมาณนี้ครับ ผมยังไม่ได้ สืบค้น สรุป ในประเด็นนี้
แต่ที่เข้าใจ คือ จิต มโน วิญญาณ คือ สิ่งเดียวกัน

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 3-12-2016 20:31:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 4-12-2016 20:44

ที่ไม่ตรัสเช่นนั้น ก็เป็นเหตุผลย้อนกลับไปที่ทำไมถึงบัญญัติถึง สามคำ แล้วเราจะไปบัญญัติ มโน กับ จิต อยู่ขันธ์ใด ถ้าไม่ใช่ วิญญาณขันธ์

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 08:11:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ที่เข้าใจ คือ จิต มโน วิญญาณ คือ สิ่งเดียวกัน
***********************
ลักษณะของสิ่งๆเดียวกัน ที่ตรัส แต่มีหลายชื่อ เช่น อริยมรรค ๘ ประการ ไม่ว่าจะตรัสในวาระ ตำแหน่งใดก็ตาม แม้แตกต่างชื่อ ก็ลงความเข้ากันได้กันหมดในตำแหน่งนั้นๆ โดยไม่มีคำ ๒ คำ ที่ใช้เรียกแทนชื่ออริยมรรค ๘ ประการ ที่ตรัสปรากฏอยู่ร่วมกันในประโยคนั้นๆ
แต่ มโน วิญญาณ และ จิต นั้น จะสังเกตุว่า มีการใช้คำเหล่านี้ปรากฏร่วมกันในประโยค เช่น

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยส่วนสอง วิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยส่วนสองเป็นอย่างไร  ...มโนวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัย ใจ(มโน) และธรรมารมณ์

ดังนั้นในที่นี้ จึงเห็นว่า วิญญาณ กับ มโน นั้น เป็นส่วนแยกกัน การเกิดขึ้นของวิญญาณ ต้องอาศัยส่วนสอง คำว่าอาศัยกันแล้วเกิดขึ้น ก็คือไม่ใช่สิ่งเดียวกัน  แต่ ๓ อย่างนี้ ควรเรียกว่า มีคุณสมบัติ เป็นอย่างเดียวกัน คือ มีความเกิด และ ดับ และสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 08:11:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มโน กับ จิต อยู่ขันธ์ใด ถ้าไม่ใช่ วิญญาณขันธ์
*********************
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกๆธรรมธาตุที่ทรงตรัสเรียกบัญญัติขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะจับลงไปเทียบเคียงในขันธ์ ๕ อย่าง
พระองค์ไม่ได้ตรัสรู้เพียงอุปาทานขันธ์ ๕ แต่ทรงตรัสรู้ธรรมทั้งปวงถึงความประชุมลงไปในอริยสัจ ๔ ไม่เว้นแม้แต่อุปาทานขันธ์ ๕
มโน จิต วิญญาณ เป็นหมวดแห่งทุกขสัจ ในอริยสัจ ๔

มโน ทรงตรัสว่า เป็นหนึ่งใน อายตนะ ๖ ก็เป็นส่วนแห่งทุกข์

จิต และ วิญญาณ ทรงตรัสว่า อาศัย นามรูป ในการเกิด และ ดับ เป็นส่วนแห่ง ทุกข์ เช่นกัน

ตัณหา อวิชชา เป็น ทุกขสมุทัย กลุ่มธรรมแห่ง ตัณหา ก็ประกอบด้วย ความเพลิน ราคะ ฉันทะ จึงจัดลงในทุกขสมุทัย
(คงไม่มีใครจัด ตัณหา หรือ อวิชชา ลงไปในขันธ์ใดได้นะครับ)

วิชชา วิมุตติ ตัณหักขย จัดลงไปในส่วนแห่งนิโรธ
(คงไม่มีใครจัด วิชชา วิมุตติ ธรรมคือความสิ้นไปแห่งตัณหาไปไว้ในส่วนขันธ์ใดขันธ์หนึ่งนะครับ)

สมถะ วิปัสสนา อริยมรรค ๘ ประการ จัดลงไว้ในส่วน มรรค




32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 20:11:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้น
ชื่อว่าเห็นปฏิจจสมุปบาท ดังนี้. ก็อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ใด อุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ชื่อว่าปฏิจจสมุปปันนธรรมแล. ความพอใจ ความอาลัย ความยินดี ความชื่นชอบ ในอุปาทาน
ขันธ์ ๕ เหล่านี้อันใด อันนี้ชื่อว่าทุกขสมุทัย การกำจัดความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจ
การละความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจ ในอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ อันใด อันนั้นชื่อว่า
ทุกขนิโรธแล. ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ด้วยเหตุแม้มีประมาณเท่านี้แล คำสอนของพระผู้มี
พระภาค เป็นอันภิกษุทำให้มากแล้ว.
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...

32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 21:04:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย nutc เมื่อ 4-12-2016 21:09

[๖๘๓]  ก็ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า  ไม่พึงประมาทปัญญา  พึงตามรักษาสัจจะ  พึงเพิ่มพูน
จาคะ  พึงศึกษาสันติเท่านั้น  นั่น  เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว  ดูกรภิกษุอย่างไรเล่า  ชื่อว่าไม่
ประมาทปัญญา  ดูกรภิกษุ ธาตุนี้มี  ๖  คือ  ปฐวีธาตุ  อาโปธาตุ  เตโชธาตุ  วาโยธาตุ  อากาสธาตุ
วิญญาณธาตุ  

[๖๘๔]  ดูกรภิกษุ  ก็ปฐวีธาตุเป็นไฉน  คือ  ปฐวีธาตุภายในก็มี  ภายนอกก็มี  ก็ปฐวีธาตุภายในเป็นไฉน  ได้แก่สิ่งที่แค่นแข็ง  กำหนดได้  มีในตน  อาศัยตนคือ  ผม  ขนเล็บ  ฟัน
หนัง  เนื้อ  เอ็น  กระดูก  เยื่อในกระดูก  ม้าม  หัวใจตับ  พังผืด  ไต  ปอด  ไส้ใหญ่  ไส้น้อย
อาหารใหม่  อาหารเก่า  หรือแม้  สิ่งอื่นไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่แค่นแข็ง  กำหนดได้  มีในตน  อาศัยตน
นี้เรียกว่า  ปฐวีธาตุภายใน  ก็ปฐวีธาตุทั้งภายในและภายนอก  นี้แล  เป็นปฐวีธาตุทั้งนั้น  พึง
เห็นปฐวีธาตุนั้นด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า  นั่นไม่ใช่ของเรา  ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่
อัตตาของเรา  ครั้นเห็นแล้วจะเบื่อหน่ายปฐวีธาตุ  และจะให้จิตคลายกำหนัดปฐวีธาตุได้  ฯ
.....................................................................................................................

ที่เคี้ยว  ที่ลิ้ม  และเป็นทางระบายของที่กิน  ที่ดื่ม  ที่เคี้ยว  ที่ลิ้มแล้วออกทางเบื้องล่าง  หรือ
แม้สิ่งอื่น  ไม่ว่าชนิดไรๆ  ที่ว่าง  ปรุโปร่ง  กำหนดได้  มีในตน  อาศัยตน  นี้เรียกว่า  อากาสธาตุ
ภายใน  ก็อากาสธาตุทั้งภายในและภายนอก  นี้แล  เป็นอากาสธาตุทั้งนั้น  พึงเห็นอากาสธาตุนั้น
ด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า  นั่นไม่ใช่ของเราไม่ใช่เรา  ไม่ใช่อัตตาของเรา
ครั้นเห็นแล้ว  จะเบื่อหน่ายอากาสธาตุ  และจะให้  จิตคลายกำหนัดอากาสธาตุได้  ฯ
        [๖๘๙] ต่อนั้นสิ่งที่จะเหลืออยู่อีกก็คือวิญญาณอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง  บุคคลย่อมรู้อะไรๆ
ได้ด้วยวิญญาณนั้น
คือ  รู้ชัดว่า  สุขบ้าง  ทุกข์บ้าง  ไม่ทุกข์ไม่สุข  บ้าง
ดูกรภิกษุ  เพราะอาศัย
ผัสสะเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา  ย่อมเกิดสุขเวทนา  บุคคลนั้นเมื่อเสวยสุขเวทนา  ย่อมรู้สึกว่า
กำลังเสวยสุขเวทนาอยู่  
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 21:05:52 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เพราะอะไร ตัณหา อวิชชา วิชา วิมุติ จึงไม่สามารถจัดลงไปในขันธ์ได้ครับ

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-12-2016 21:41:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ
1. ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
- ใจ อยู่ตรงไหนครับ?
- ใจ เป็นช่องทางรับรู้ ธรรมมารมย์ (เวทนา สัญญา สังขาร) ได้!!!
- ใจ กับ จิต จะเปรียบเป็นอะไรในร่างกาย?
   ถ้าให้ วิญญาณเป็นร่างกาย
           ใจ กับ จิต จะเป็นอวัยวะบางส่วน,ทั้งหมดของร่างกาย หรือ เป็นเชื้อโรค หรือ ปรสิตในร่างกาย (ไม่ใช่ร่างกาย แต่อาศัยร่างกาย หรือร่างกายอาศัยมันในการทำงานบางอย่าง)

2. คำที่เเปลในกลุ่มคำว่า เกิด ก็มีหลายคำ เช่น ชาติ สมุทัย อุบัติ นิทาน ทำไมต้องมีหลายคำ? (ผมเข้าใจว่าเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ตรงตามลักษณะ ไม่สับสน) --> ผมเห็นว่าเป็นลักษณะเดียวกันกับ จิต มโน วิญญาณ

3."แต่ตถาคตเรียกร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้างวิญญาณบ้างปุถุชนผู้มิได้สดับ ไม่อาจเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในจิต เป็น
ต้นนั้นได้เลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าจิตเป็นต้นนี้ อันปุถุชนมิได้สดับ รวบรัดถือไว้
ด้วยตัณหา ยึดถือด้วยทิฐิว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา  ดังนี้
ตลอดกาลช้านานฉะนั้น ปุถุชนผู้มิได้สดับ จึงไม่อาจจะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้น
ในจิตเป็นต้นนั้นได้เลย ฯ"
----------
ถ้าแทนจิต ด้วย วิญญาณก็เข้ากันได้อยู่นะครับ หรือ ถ้าตั้งสมมติฐานว่า ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แล้วผมนึกภาพไม่ออกว่า มันจะแตกต่างจนไม่ใช่สิ่งเดียวกันได้อย่างไร

4.ผมก็ยังคิดว่า จิต มโน วิญญาณ คือ สิ่งเดียวกัน
โดยพูดถึง ขันธ์ทั้ง5 ใช้ วิญญาณ
              ไม่ครบขันธ์ทั้ง 5 ใช้ จิต
              อายตนะ           ใช้ มโน
หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิด อย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-12-2016 07:16:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
- ใจ อยู่ตรงไหนครับ?
-----------------------
ใจ เป็นนามธรรม ไม่ได้ทรงตรัสกำหนดที่อยู่ไว้ แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏมี

- ใจ เป็นช่องทางรับรู้ ธรรมมารมย์ (เวทนา สัญญา สังขาร) ได้!!!
----------------------------------------------------------------------
มโน หรือ ใจ เป็นทวาร หรือ อายตนะในการเชื่อมต่อไปในธรรมารมณ์ ให้เกิดการรับรู้มีขึ้นด้วย มโนวิญญาณ


ถ้าให้ วิญญาณเป็นร่างกายใจ กับ จิต จะเป็นอวัยวะบางส่วน,ทั้งหมดของร่างกาย หรือ เป็นเชื้อโรค หรือ ปรสิตในร่างกาย
---------------------------------------------------------------------------
ร่างกายนี้ ทรงอุปมาว่าเป็นเมือง ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ มีวิญญาณเปรียบเหมือนเจ้าเมืองครอง  ดังนั้น วิญญาณจะไม่ใช่ร่างกาย แต่ วิญญาณเป็นสิ่งที่ครองร่างกายนี้อยู่ ตรงนี้ผมมองว่า วิญญาณนี้เป็นคำสำคัญในเรื่องของการดำเนินเรื่องไปยังส่วนอื่นๆ เช่น การตายของพระวักกลิ มารก็หาวิญญาณของท่านปรากฏเป็นกลุ่มควัน วิญญาณเป็นตัวนำไปสู่การได้ภพใหม่หากมีเหตุปัจจัยของการเกิดขึ้น (นามรูปก็จะต้องเกิดตามมา) ฟอร์มตัวให้มีอายตนะครบ (ใจก็เป็นหนึ่งในนั้น) ถึงการเกิดสภาวะเป็นอัตตา เมื่อมีการทำงานของวิญญาณ นามรูป จิตก็เกิดในที่นั้น หากยังมีกิเลสก็เป็นการกล่าวถึงสภาพแห่งการถูกย้อม(จิต)ได้ หากไม่มีกิเลสแล้ว ก็เป็นจิตที่ผุดผ่อง ผมมองรูปแบบจำลองเป็นอย่างนี้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 5-12-2016 07:21:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
2. คำที่เเปลในกลุ่มคำว่า เกิด ก็มีหลายคำ เช่น ชาติ สมุทัย อุบัติ นิทาน ทำไมต้องมีหลายคำ?
(ผมเข้าใจว่าเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ตรงตามลักษณะ ไม่สับสน) --> ผมเห็นว่าเป็นลักษณะเดียวกันกับ จิต มโน วิญญาณ

-----------------
การใช้กลุ่มคำเหล่านั้น(ในความหมายว่า เป็นเหตุ) ปรากฏมีการใช้ร่วมกัน ติดต่อกัน ในประโยคเดียวกันเลย ซึ่งแตกต่างจาก การใช้คำว่า จิต มโน วิญญาณ หากเป็นสิ่งเดียวกันแล้วเหมือนกลุ่มคำเหล่านั้น ก็คงสามารถพบเห็นได้ในหลายๆสูตร ที่ใช้ ๓ คำนี้(จิต มโน วิญญาณ) ในประโยคเดียวกัน แต่ที่เราพบเห็นทั้งหมด ไม่ได้ตรัส ๓ คำนี้ ติดๆกันเหมือนกลุ่มคำเหล่านั้นเลย แต่ตรัสกระจายกันอยู่ตามสูตร ต่างๆ จะมีแต่ วิญญาณ กับ มโน ที่ตรัสว่าเป็นเหตุและผลของกันกล่าวคือ มีมโน ด้วย มีธรรมารมณ์  ด้วย จึงเกิดวิญญาณ(ที่ชื่อ มโนวิญญาณ)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 16-9-2019 05:21 , Processed in 0.052887 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน