กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1776|ตอบกลับ: 12

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ สัญญา 6 ค่ะ

[คัดลอกลิงก์]

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 8-11-2016 04:51:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย crème เมื่อ 8-11-2016 05:03

ขอโอกาสค่ะ

สัญญา 6 ตามพุทธวจน มีคำที่ใช้เรียกแค่ รูปสัญญา สัททสัญญา คันทสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพพสัญญา ธัมมสัญญา เท่านั้น ใช่ไหมคะ
ส่วน จักขุสัญญา โสตสัญญา ... มนสัญญา อะไรนี่ ไม่มีเรียกกันแบบนี้ ใช่ไหมคะ

และ สัญญา 6 (รูปสัญญา สัททสัญญา คันทสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพสัญญา ธัมมสัญญา) นั้นก็คือ ธรรมารมณ์อย่างหนึ่ง เป็นอายตนะภายนอก ที่จะเข้าคู่กับอายตนะภายใน คือ มโน ใช่ไหมคะ
โพสต์ได้ถูกลบไปแล้ว
โพสต์ได้ถูกลบไปแล้ว

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 8-11-2016 18:41:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย crème เมื่อ 11-11-2016 11:35

เหตุคือช่วงนี้สนใจศึกษา สัตตัฏฐานสูตร กับ นานัตตวรรคที่ ๑ อยู่
แล้วเมื่อเช้าไปเห็นเว็บสารานุกรมเสรีเว็บหนึ่ง เรียก สัญญา 6 ต่างออกไปจากพระสูตรข้างต้น
ก็เลยสงสัยน่ะค่ะ ว่าพระพุทธเจ้าจะมีเรียกแบบนี้ด้วยหรือ

ในเบื้องต้น ลองค้นดูคร่าวๆ ใน e-tipitaka ก็ไม่พบ
แต่ก็ยังไม่กล้ายืนยันฟันธงว่า จะต้องไม่มี
ก็เลยลองมาตั้งกระทู้ถามดูก่อนดีกว่าน่ะคะ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 9-11-2016 22:05:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 9-11-2016 22:08

สัญญา 6 ตามพุทธวจน มีคำที่ใช้เรียกแค่ รูปสัญญา สัททสัญญา คันทสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพพสัญญา ธัมมสัญญา เท่านั้น ใช่ไหมคะ
-----------------------------------
ใช่ครับ หมวดแห่งสัญญา มี ๖ ครับ

ส่วน จักขุสัญญา โสตสัญญา ... มนสัญญา อะไรนี่ ไม่มีเรียกกันแบบนี้ ใช่ไหมคะ
------------------------------------
จักขุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ เป็นหมวดแห่งธาตุ ๑๘ เพราะอาศัยความต่างกันของธาตุ จึงมีความต่างกันของสัญญา อย่างนี้ครับ


และ สัญญา 6 (รูปสัญญา สัททสัญญา คันทสัญญา รสสัญญา โผฏฐัพสัญญา ธัมมสัญญา) นั้นก็คือ ธรรมารมณ์อย่างหนึ่ง
------------------------------------
ใช่ครับ ธรรมารมณ์รู้แจ้งด้วยใจผ่านทางมโนทวาร

เป็นอายตนะภายนอก ที่จะเข้าคู่กับอายตนะภายใน คือ มโน ใช่ไหมคะ
----------------------------------
พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมในฝ่ายบัญญัติอายตนะ อันได้แก่อายตนะภายในและอายตนะภายนอก อย่างละ ๖ เหล่านี้ คือ จักษุกับรูป โสตกับเสียง ฆานะกับกลิ่น ชิวหากับรส กายกับโผฏฐัพพะ และมนะกับธรรมารมณ์

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 10-11-2016 06:27:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 9-11-2016 22:05
สัญญา 6 ตามพุทธวจน มีคำที่ใช้เรียกแค่ รูปสัญญา สัททสั ...

ธาตุ 18 มีดังนี้ คือ
จักขุธาตุ       รูปธาตุ            จักขุวิญญาณธาตุ
โสตธาตุ       สัททธาตุ          โสตวิญญาณธาตุ
ฆานธาตุ       คันธธาตุ           ฆานวิญญาณธาตุ
ชิวหาธาตุ      รสธาตุ            ชิวหาวิญญาณธาตุ
กายธาตุ       โผฏฐัพพธาตุ    กายวิญญาณธาตุ
มโนธาตุ       ธัมมธาตุ           มโนวิญญาณธาตุ
ดังนี้ ตาม ธาตุสูตร ใช่ไหมคะ





แสดงความคิดเห็น

คมสัน  ใช่ครับ ธาตุ ๑๘ อย่างนี้ เป็นเหตุของความต่างกันของผัสสะ  โพสต์เมื่อ 10-11-2016 07:31

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 10-11-2016 06:42:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย crème เมื่อ 10-11-2016 06:44

แต่ทีนี้ ตอนที่เรามองอะไรบางอย่าง เช่น เมื่อมองลูกแมว
เราก็หมายรู้ที่ลูกแมว จำลูกแมว(รูปธาตุ)  เราไม่ได้จำดวงตาเรา(จักขุธาตุ) ไม่ใช่หรอคะ

หรือ เมื่อฟังเสียงเพลง
เราก็หมายรู้ที่เสียงเพลง จำเสียงเพลง(สัททธาตุ)  เราไม่ได้จำหูเรา(โสตธาตุ) ไม่ใช่หรอคะ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 10-11-2016 07:32:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ทีนี้ ตอนที่เรามองอะไรบางอย่าง เช่น เมื่อมองลูกแมว
เราก็หมายรู้ที่ลูกแมว จำลูกแมว(รูปธาตุ)  เราไม่ได้จำดวงตาเรา(จักขุธาตุ) ไม่ใช่หรอคะ


หรือ เมื่อฟังเสียงเพลง
เราก็หมายรู้ที่เสียงเพลง จำเสียงเพลง(สัททธาตุ)  เราไม่ได้จำหูเรา(โสตธาตุ) ไม่ใช่หรอคะ


------------------------------
รูปที่เห็นด้วยตาแล้ว จักขุวิญญาณย่อมเข้าไปรู้แจ้งในสิ่งนั้นว่า นี้คือ รูป นี้เรียกว่า จักขุสัมผัส
เพราะผัสสะเป็นปัจจัยแห่งการบัญญัติซึ่งเวทนา สัญญา สังขาร
สัญญาจำสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้งสิ่งนั้น จึงมีการหมายรู้ว่า นี้เป็นรูปสัญญา
รูปสัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยรูปธาตุ ด้วยเหตุอย่างนี้

เสียงก็เป็นเช่นเดียวกัน เพราะอาศัยธาตุนานัตตะจึงมีการเกิดขึ้นแห่งสัญญานานัตตะ

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 10-11-2016 08:40:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย crème เมื่อ 10-11-2016 08:42

เมื่อไหร่ที่สะดวก
คุณคมสันช่วยดูจาก 2 พระสูตรนี้ให้หน่อยสิคะ

เวทนาสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=16&item=339&items=2
[๓๓๙]
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความต่างแห่งผัสสะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งเวทนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งผัสสะ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน?
                       จักขุธาตุ
                       โสตธาตุ
                       ฆานธาตุ
                       ชิวหาธาตุ
                       กายธาตุ
                       มโนธาตุ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.


[๓๔๐]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งผัสสะ  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งเวทนา   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งผัสสะ เป็นไฉน?

ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักขุสัมผัส               บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย จักขุธาตุ
                       จักขุสัมผัสสชาเวทนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย จักขุสัมผัส

                       โสตสัมผัส               บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โสตธาตุ
                       โสตสัมผัสสชาเวทนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โสตสัมผัส

                       ฆานสัมผัส               บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ฆานธาตุ
                       ฆานสัมผัสสชาเวทนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ฆานสัมผัส

                       ชิวหาสัมผัส              บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ชิวหาธาตุ
                       ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ชิวหาสัมผัส

                       กายสัมผัส                บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย กายธาตุ
                       กายสัมผัสสชาเวทนา   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย กายสัมผัส

                       มโนสัมผัส                บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย มโนธาตุ
                       มโนสัมผัสสชาเวทนา   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย มโนสัมผัส.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความต่างแห่งผัสสะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งเวทนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งผัสสะ อย่างนี้แล.
...

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 10-11-2016 08:41:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย crème เมื่อ 10-11-2016 08:47

กับ สัญญาสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=16&item=344&items=2
[๓๔๔]
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความต่างแห่งสัญญา     บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งสังกัปปะ  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสัญญา
                       ความต่างแห่งฉันทะ      บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสังกัปปะ
                       ความต่างแห่งปริฬาหะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งฉันทะ
                       ความต่างแห่งปริเยสนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งปริฬาหะ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งธาตุเป็นไฉน?
                       รูปธาตุ
                       สัททธาตุ
                       คันธธาตุ
                       รสธาตุ
                       โผฏฐัพพธาตุ
                       ธัมมธาตุ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เราเรียกว่า ความต่างแห่งธาตุ.


[๓๔๕]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความต่างแห่งสัญญา   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งสังกัปปะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสัญญา
                       ความต่างแห่งฉันทะ      บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสังกัปปะ
                       ความต่างแห่งปริฬาหะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งฉันทะ
                       ความต่างแห่งปริเยสนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งปริฬาหะ เป็นไฉน?

   ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปสัญญา            บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รูปธาตุ
                       รูปสังกัปปะ          บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รูปสัญญา
                       รูปฉันทะ             บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รูปสังกัปปะ
                       รูปปริฬาหะ          บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รูปฉันทะ
                       รูปปริเยสนา         บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รูปปริฬาหะ

                       สัททสัญญา         บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย สัททธาตุ
                       สัททสังกัปปะ       บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย สัททสัญญา
                       สัททฉันท            บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย สัททสังกัปปะ
                       สัททปริฬาหะ        บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย สัททฉันทะ
                       สัททปริเยสนา       บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย สัททปริฬาหะ

                       คันธสัญญา           บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย คันธธาตุ
                       คันธสังกัปปะ        บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย คันธสัญญา
                       คันธฉันทะ            บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย คันธสังกัปปะ
                       คันธปริฬาหะ         บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย คันธฉันทะ
                       คันธปริเยสนา        บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย คันธปริฬาหะ

                       รสสัญญา             บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รสธาตุ
                       รสสังกัปปะ           บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รสสัญญา
                       รสฉันทะ              บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รสสังกัปปะ
                       รสปริฬาหะ           บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รสฉันทะ
                       รสปริเยสนา          บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย รสปริฬาหะ

                       โผฏฐัพพสัญญา     บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โผฏฐัพพธาตุ
                       โผฏฐัพพสังกัปปะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โผฏฐัพพสัญญา
                       โผฏฐัพพฉันทะ      บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โผฏฐัพพสังกัปปะ
                       โผฏฐัพพปริฬาหะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โผฏฐัพพฉันทะ
                       โผฏฐัพพปริเยสนา   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย โผฏฐัพพปริฬาหะ

                       ธัมมสัญญา             บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ธัมมธาตุ
                       ธัมมสังกัปปะ           บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ธัมมสัญญา
                       ธัมมฉันทะ              บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ธัมมสังกัปปะ
                       ธัมมปริฬาหะ           บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ธัมมฉันทะ
                       ธัมมปริเยสนา          บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ธัมมปริฬาหะ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความต่างแห่งสัญญา     บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งธาตุ
                       ความต่างแห่งสังกัปปะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสัญญา
                       ความต่างแห่งฉันทะ      บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งสังกัปปะ
                       ความต่างแห่งปริฬาหะ   บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งฉันทะ
                       ความต่างแห่งปริเยสนา  บังเกิดขึ้น เพราะอาศัย ความต่างแห่งปริฬาหะ อย่างนี้แล.
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-9-2019 22:09 , Processed in 0.110295 second(s), 23 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน