กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: อัครา

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 07:27:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อิทธิบาท องค์คุณประโยชน์ทางโลก อยู่พระสูตรไหนครับ
**************************
องค์แห่งอิทธิบาท คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งคุณอัครา
คงจะทราบนิยามในแต่ละอย่างเป็นอย่างดี จึงอยากให้ใคร่ครวญว่า
การงานใดๆ ของคุณอัครา จึงกระทำให้สำเร็จได้ ความพอใจในงานคงต้องมีมาก่อน
เมื่อมีความพอใจย่อมต้องมีความเพียรในงานนั้น
มีความไม่ทอดทิ้งงานนั้นไปจากใจ คือตั้งใจมั่นในงานที่จะต้องกระทำ
และมีปัญญาสอดส่องในงานของตน ในเหตุและผลแห่งความสำเร็จของการงาน

คงไม่จำเป็นที่ต้องหาว่าอิทธิบาท ๔ สำหรับประโยชน์ทางโลกนี้ อยู่ในพระสูตรใด
แต่คำว่าธรรมะของพระศาสดาคือ สันทิฏฐิโก หมายถึง ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ หมายถึง อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 07:27:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เสขะ,อเสขะมีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้นใช่ไม๊ครับ
*************************
เสขะ ในความหมายที่ ผู้กำลังศึกษา(สิกฺขติ)เพื่อถ่ายถอนความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ดับไม่เหลือซึ่งทุกข์
นี้คงจะมีแต่ในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธะ

อเสขะ ในความหมายที่ เป็นผู้จบกิจแล้ว คือ พระอรหันต์ เป็นอริยบุคคลสูงสุดของพระศาสนาของพระองค์

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 07:28:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้าอิทธิบาท4 สงเคราะห์ทางโลกได้ ทำไมอินทรีย์5 สงเคราะห์ทางโลกไม่ได้
************************************
ผมกล่าวไปแล้วครับในเรื่องนี้ว่าอินทรีย์ ๕ สงเคราะห์ทางโลกอย่างไร
ในความเห็นส่วนตัว อิทธิบาท ๔ จะตรงมากกว่าสำหรับฆราวาสในการสงเคราะห์การทำการงานใดให้สำเร็จ ได้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 07:28:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมคิดว่าศรัทธาก่อน แล้วดูว่าอะไรคืออาหารของศรัทธา
****************************************
ก็อยู่ที่คุณอัคราจะพิจารณานะครับ
ส่วนความพอใจ (ฉันทะ) นั้น คือมูล(รากเหง้า)แห่งธรรมทั้งปวง (ที่เป็นสังขตธรรม)

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 07:29:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เจโตวิมุตกับปัญญาวิมุต หรือ ปัญญาวิมุตกับอุภโตภาควิมุต
หรือสอุปาทิเสสฯกับอนุปาทิเสสฯ

*********************

พระอรหันต์ที่หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติ อย่างเดียว ไม่ได้ทรงตรัสไว้
แต่จะตรัสควบคู่ด้วยปัญญาวิมุตติ ร่วมดัวยเสมอ กล่าวคือ

ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้
เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่


ผู้บรรลุอรหัตตผลจะต้องได้เจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ ครบทั้งสองอย่างทุกคน
ซึ่งเจโตวิมุตติเป็นผลของการอบรมสมถะ
ส่วนปัญญาวิมุตติเป็นผลของการอบรมวิปัสสนา
สมจริงตามคำของพระศาสดาว่า
สมถะ และ วิปัสสนา จะต้องเป็นธรรมที่เคียงคู่กันไป เข้ากันได้อย่างแนบแน่น (ธรรมที่เป็นส่วนแแห่งวิชชา)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะความที่อินทรีย์ ๕ อันตนเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ภิกษุจึงกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้
เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่


พระอรหันต์ มีการหลุดพ้น ๒ ประเภท เท่านั้น คือ
อุภโตภาควิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ

พระอรหันต์ปัญญาวิมุตติ ก็ไม่ได้หมายถึงต้องบรรลุอรหันต์ด้วยเอาปัญญาเป็นเอก
พระอรหันต์ปัญญาวิมุตติ จะมุ่งหน้าปฏิบัติบำเพ็ยแต่วิปัสสนา อาศัยสมถะเป็นบาทฐาน เพื่อการหลุดพ้น
แต่อรหันต์ทั้งสองประเภทนั้น จะต้องอาศัยอินทรีย์ทั้ง ๕ อบรมเจริญแล้วอย่างเต็มที่ ในเวลาแห่งการตรัสรู้
จะมีปัญญาเป็นใหญ่ทั้งหมด เพราะต้องเห็นด้วยปัญญาอันเป็นอริยะแทงตลอดซึ่งทุกข์ได้

ส่วนอรหันต์ ที่แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทสอุปาทิเสสฯกับอนุปาทิเสสฯ ไม่ได้ทรงตรัสนัยนั้น แต่ตรัส ถึงนิพพานธาตุ มี ๒ อย่าง








100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-11-2016 21:36:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 16-11-2016 07:27
อิทธิบาท องค์คุณประโยชน์ทางโลก อยู่พระสูตรไหนครับ[/ba ...

ขอบคุณครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
1.ค้นคำว่า "อิทธิบาท" มีทั้งหมด251หน้า จากการอ่านคร่าวๆไม่กี่พระสูตร อิทธิบาทสำหรับประโยชน์ทางโลกยังไม่เห็น เป็นการปรับใช้ในทางโลกเอง

2.อินทรีย์5 ที่ผมเห็นพระพุทธเจ้าใข้ก่อนตรัสรู้ คือ ตอนเรียนกับอาฬารดาบส กับอุททกดาบส

" เมื่อเราถามอย่างนี้ อุททกดาบส รามบุตร จึงบอกเนวสัญญานาสัญญายาตนสมาบัติแก่
เรา เราจึงคิดว่า มิใช่แต่เพียงอุททกดาบส รามบุตรเท่านั้น ที่มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
แม้เราก็มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เหมือนกัน ผิฉะนั้น เราต้องเริ่มบำเพ็ญเพียร
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่อุททกดาบส รามบุตรบอกว่า กระทำให้แจ้งเข้าถึงอยู่ได้ เพราะรู้ยิ่งโดย
ตนเอง"

- จะคิดว่าพระองค์ตรัสโดยเอาธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ มาสอน ก็ไม่น่าใช่ เพราะ จากประโยค เป็นความคิดขณะนั้น ยังเรียนอยู่
- จะมองว่าพระองค์เป็นเสขะบุคคล เลยใช้ อินทรีย์5  (คุณคมสันก็บอกว่า เสขะบุคคลมีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้น) >> แต่นี่พระองค์ใช้คำ อินทรีย์ 5 ตอนเรียน ยังไม่ตรัสรู้ ยังไม่ใช่พุทธศาสนา
- นั่นคือ อินทรีย์5 มีมาก่อนการตรัสรู้ ใช้ประกอบการพิจารณาว่า ได้ทำ ได้มี อย่างที่ควรหรือยัง
- อย่างน้อยผมก็มีตัวอย่างที่พระองค์ใช้ คำ อินทรีย์5 นอกพุทธศาสนา

3.
ความต่างกันของระดับในอินทรีย์5ในคนๆหนึ่งไม่เท่ากันได้  ไม่งั้นจะมีอรหันต์หลายประเภทเหรอครับ

เช่น อรหันต์ประเภท เอตทัคคะด้านต่างๆ ,หรือ การได้สมาธิ ระดับต่างกัน ปัญญาไม่เท่ากัน ก็ยังเป็นอรหันต์เหมือนกัน
สมมตฐานตามที่ผมเข้าใจคือ สมมุติว่า อินทรีย์ แต่ละตัว คะแนนเต็ม 10 , ครบ 10 คะแนน ทั้ง5อินทรีย์ ก็เป็นอรหันต์ รวม"ขั้นต่ำ"เป็น50 คะุแนน
- ส่วนใครจะทำ 50 51 52 55 60 คะแนน อยู่ที่ใครจะเจริญตัวไหนมากเป็นพิเศษ นั่นเเหละที่ผมเห็นว่า ระดับในอินทรีย์5ในคนๆหนึ่งไม่เท่ากันได้ในการเป็นอรหันต์

4.พระอรหันต์ที่หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติ อย่างเดียว ไม่ได้ทรงตรัสไว้
เพื่อให้ชัดเจนขึ้นของเจโตวิมุตติ คือ เจโตวิมุตติ อันไม่กลับกำเริบ

"[๓๕๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ดังพรรณนามาฉะนั้น พรหมจรรย์นี้ จึงมิใช่มีลาภ
มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งสมาธิเป็นอานิสงส์ สักการะและความสรรเสริญเป็นอานิสงส์ มิใช่มี
ความถึงพร้อมแห่งศีลเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ แต่พรหมจรรย์นี้มี
เจโตวิมุติอันไม่กำเริบ เป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด."
- ตรัสแค่เจโตวิมุติอันไม่กำเริบ ไม่ได้ตรัสถึงปัญญาวิมุติก็มีอยู่

"[๑๕๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้ามรรคนี้ ปฏิปทานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อละโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ เมื่อเป็นอย่างนั้น เพราะเหตุไร ภิกษุบางพวกในพระศาสนานี้ จึงเป็นเจโตวิมุติ
บางพวกเป็นปัญญาวิมุติเล่า.
     ดูกรอานนท์ ในเรื่องนี้ เรากล่าวความต่างกันแห่งอินทรีย์ ของภิกษุเหล่านั้น."
- เจโตวิมุติ กับ ปัญญาวิมุติ มีความต่างอย่างมีนัยยะสำคัญอยู่

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-11-2016 08:44:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-11-2016 08:46

- จะมองว่าพระองค์เป็นเสขะบุคคล เลยใช้ อินทรีย์5  
(คุณคมสันก็บอกว่า เสขะบุคคลมีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้น) >> แต่นี่พระองค์ใช้คำ อินทรีย์ 5 ตอนเรียน ยังไม่ตรัสรู้ ยังไม่ใช่พุทธศาสนา
****************************
เหมือนจะเข้าใจไม่ตรงกันเสียแล้ว ผมไม่ได้กล่าวว่า อินทรีย์ ๕ มีเฉพาะในเสขบุคคล
แต่เสขบุคคล(บุคคลที่ได้สดับในธรรมอริยเจ้าแล้ว) จะมีอินทรีย์ ๕ ที่แก่กล้ากว่าปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ
พระองค์แม้มีอินทรีย์ ๕ ในสมัยเป็นโพธิสัตว์ แต่เพราะไม่ทราบชัดในการเกิด การดับ แห่งอินทรีย์ ๕
กล่าวคือ อินทรีย์ ๕ ยังไม่บริบูรณ์ จึงยังไม่ตรัสรู้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-11-2016 08:47:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
- อย่างน้อยผมก็มีตัวอย่างที่พระองค์ใช้ คำ อินทรีย์5 นอกพุทธศาสนา
**************************
อินทรีย์ ๕ มีในทุกๆบุคคล (ทั้งใน และ นอกพระศาสนา)อยู่ที่ความแก่กล้า หรือ อ่อน เท่านั้น
แต่หากเมื่อเข้ามาสู่ธรรมวินัยแล้ว อินทรีย์ ๕ ย่อมดำเนินไปสู่การปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น
จึงมีการเปรียบเทียบระดับความแก่อ่อนของอินทรีย์ ๕ ใน สังขิตตสูตร

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-11-2016 08:48:17 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ส่วนใครจะทำ 50 51 52 55 60 คะแนน อยู่ที่ใครจะเจริญตัวไหนมากเป็นพิเศษ นั่นเเหละที่ผมเห็นว่า ระดับในอินทรีย์5ในคนๆหนึ่งไม่เท่ากันได้ในการเป็นอรหันต์
****************
พระศาสดาทรงตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นพระอรหันต์เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้เต็มบริบูรณ์

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-11-2016 08:49:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-11-2016 08:50

เจโตวิมุติอันไม่กำเริบ เป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด
**************************
เจโตวิมุตติ  มาจาก เจโต คือ จิต ส่วนวิมุตติ คือ ความพ้น
รวมความว่าความพ้นแห่งจิตได้แก่ พ้นจากอุปทานขันธ์ ๕  ในความหมายนี้ หมายถึงเช่นนี้

ส่วนอีกกรณีหนึ่ง การกล่าวว่า เจโตวิมุตติหมายถึงพระอรหันต์นั้น แท้จริงแล้วเป็นการเรียกโดยปริยายไป (ซึ่งก็หมายถึงอุภโตภาควิมุตตินั่นเอง) เพราะการบรรลุอรหันต์ของพระอรหันต์ประเภทนี้ก็ยังใช้สมถะนำคือปฏิบัติหนักในการเจริญสมาธิมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าบรรลุฌจโตวิมุตติ อย่างเดียว ขออย่าลืมว่า พระอรหันต์นั้นถึงพร้อมแล้วด้วย สมถะ และ วิปัสสนา (มรรค มีองค์ ๘ บริบูรณ์) มิใช่สมถะอย่างเดียว หรือ วิปัสสนาอย่างเดียว
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 17-9-2019 05:13 , Processed in 0.062681 second(s), 16 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน