กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: อัครา

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 12-11-2016 15:30:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 12-11-2016 15:36

1.ผมไม่ได้ตำหนิว่า ความพยายาม ไม่ดี หรือ “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” นั้นไม่ถูก
แต่ผมมองว่า แค่บอกให้พยายามอย่างเดียว ผมคิดว่ายังไม่ครอบคลุม หรือ ไม่ชัดเจนพอ ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยอยู่ว่า พยายามยังไง ขนาดไหน จึงจะสำเร็จ

+++++++++
ความพยายามที่เป็นองค์แห่งมรรค คือ สัมมาวายามะ กล่าวโดยอีกนัยคือ สัมมัปปธาน ๔ ซึ่งทรงตรัสว่า สัมมัปปธานสี่ นี้ก็คือ นิพพานคามิมรรค ในสูตรหนึ่งพระโมคคัลลานะถามพระศาสดาว่าบุคคลผู้ปรารภความเพียรมีด้วยเหตุเพียงเท่าไร พระองค์ก็ทรงตรัสตอบถึงบทอธิษฐานความเพียรก่อนการตรัสรู้ จะเห็นว่าเป็นความเพียรอันยิ่งในการตรัสรู้ธรรม
2.ผมดูตัวอย่างการศึกษา ปฏิบัติ จนสำเร็จ ของพระพุทธเจ้าที่เรียนกับ อาฬารดาบส กับอุททกดาบส ที่กล่าวถึงอินทรีย์5
++++++++++++
ธรรมของพระองค์เป็นธรรมที่ไหลไปสู่ธรรม การจะกล่าวว่าผู้มีสัมมาวายามะจะไม่มีสัมมาทิฏฐิเป็นองค์นำก็หาไม่ได้ หรือ ผู้มีสัมมาสติเพียงพอย่อมมีแก่ผู้มีสัมมาวายะเพียงพอ ...
3.การสำเร็จอรหันต์ ก็ใช้อินทรีย์5 เป็นตัววัดอยู่
++++++++++++
ถูกต้องครับ อินทรีย์คือความไวในการตรัสรู้ธรรม ได้ตรัสกับพระโสณะว่าให้ปรารภความเพียรแต่พอดี กำหนดหมายว่าอินทรีย์( ๕) ทั้งหลายย่อมเป็นธรรมชาติที่ต้องเสมอกัน
4.”เธอจงตั้งความเพียรแต่พอเหมาะ จงทราบข้อที่อินทรีย์ทั้งหลายเสมอกัน”
+++++++++++
พอเหมาะในที่นี้ก็คือศรัทธามีมาก่อนวิริยะ ความเพียรที่เป็นไปเพื่อสัมมาวายามะของผู้ใดอ่อนก็หมายถึงศรัทธาของเขาย่อมอ่อนไปด้วย เมื่อความเพียรอ่อนการตั้งไว้ซึ่งสติก็ย่อมอ่อน สมาธิก็อ่อน และปัญญาก็อ่อน
5.ผมจึงมองว่า อินทรีย์5 น่าจะใช้เป็น check list ที่ไม่มากไป ไม่น้อยไป ได้ทั้งทางโลกและทางธรรม ถ้าอยากสำเร็จอะไรสักอย่าง
++++++++++++
กล่าวได้ทุกมุมของอินทรีย์ ๕ บางครั้งพระองค์ตรัสศรัทธานำไปสู่นิพพาน บางครั้งตรัสวิริยะนำไปสู่นิพพาน เป็นต้น อยู่ที่พระองค์จะทรงแลเห็นประโยชน์ในเรื่องนั้นๆที่จะตรัสนำขึ้นก่อน แต่แน่นอนว่าความสำเร็จถึงที่สุด คือ ต้องอาศัยอินทรีย์ทั้ง ๕
6. ศรัทธา ขออธิบายในคำทั่วไป คือ ต้องศึกษา เรียน จนรู้ ข้อดี ข้อเสีย แนวทางปฏิบัติ  มีเป้าหมายชัดเจน มองภาพออกแล้ว (มีศรัทธา)
++++++++
บ่อเกิดแห่งศรัทธาคือความมีทุกข์เป็นที่แล่นไปสู่ ๑ และความที่ได้เจอสัปบุรุษแล้วฟังสัทธรรม ๑ ปัจจัย ๒ อย่างนี้เป็นเหตุเกิดขึ้นของศรัทธา ส่วนความใคร่ครวญในธรรมโดยแยบคายเป็นธรรมที่ตามมาภายหลังศรัทธาแล้วเพราะเมื่อเขาได้ฟังสัทธรรมจากสัปบุรุษ ย่อมเกิดศรัทธา ครั้นเกิดศรัทธาแล้วย่อมใคร่ครวญในธรรมโดยแยบคาย สติและสัมปชัญญะย่อมมีตามมา อย่างนี้

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ  โพสต์เมื่อ 13-11-2016 21:57

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 13-11-2016 23:32:00 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 12-11-2016 15:30
1.ผมไม่ได้ตำหนิว่า ความพยายาม ไม่ดี หรือ “ความพยายามอ ...

ขอบคุณครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
1.
4.”เธอจงตั้งความเพียรแต่พอเหมาะ จงทราบข้อที่อินทรีย์ทั้งหลายเสมอกัน”
+++++++++++
พอเหมาะในที่นี้ก็คือศรัทธามีมาก่อนวิริยะ ความเพียรที่เป็นไปเพื่อสัมมาวายามะของผู้ใดอ่อนก็หมายถึงศรัทธาของเขาย่อมอ่อนไปด้วย เมื่อความเพียรอ่อนการตั้งไว้ซึ่งสติก็ย่อมอ่อน สมาธิก็อ่อน และปัญญาก็อ่อน

>> (5/2) ผมคิดว่า สัมมาวายามะอ่อน ไม่ได้หมายถึงศรัทธาต้องอ่อนด้วย หรือ ความเพียรอ่อน จะทำให้สติอ่อน สมาธิอ่อน ปัญญาอ่อน
ผมตีความประโยคนี้ว่า อินทรีย์5 มีความอ่อน แก่ ไม่เท่ากันได้ ขึ้นกับบุคคลจะเจริญตัวไหนมากกว่า พระพุทธเจ้าจึงไม่ให้เน้นตัวใดตัวหนึ่ง หย่อนหรือมากไป ให้เจริญไปให้พอเหมาะทั้ง5อินทรีย์จะดีที่สุด

2.19/1017
[๑๐๑๗] พ. ดีละๆ สารีบุตร อริยสาวกใดมีศรัทธามั่น เลื่อมใสในตถาคต
อริยสาวกนั้นไม่พึงเคลือบแคลงหรือสงสัย ในพระตถาคต หรือในศาสนาของพระตถาคต ด้วยว่า
อริยสาวกผู้มีศรัทธา พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักป็นผู้ปรารภความเพียร เพื่อละอกุศลธรรม เพื่อยัง
กุศลธรรมให้ถึงพร้อม มีกำลัง มีความบากบั่น มั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย.
------------
ต้องมีศรัทธามาก่อนจึงจะเริ่มความเพียร ผมจึงเห็นว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น" ที่ยกเอาความพยายามนำหน้า.เป็นใหญ่.เน้นเพียงความพยายามแล้วจะสำเร็จ จึงไม่ครอบคลุม ชัดเจน พอในการทำให้สำเร็จ

3.ส่วนที่พระพุทธเจ้าตรัส คุณของความเพียร ผมก็มองเป็นเรื่องที่ตรัสหยิบยกในขณะนั้น ซึ่งก็เป็นวิสัยของพระองค์ที่จะหยิบยกตรัสเฉพาะส่วนหรือตรัสโดยพิสดาร

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 14-11-2016 07:24:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สัมมาวายามะอ่อน ไม่ได้หมายถึงศรัทธาต้องอ่อนด้วย หรือ ความเพียรอ่อน จะทำให้สติอ่อน สมาธิอ่อน ปัญญาอ่อน
******************************
สัมมาวายามะ คือ ประกอบด้วยความเพียร ๔ อย่าง ผู้มีศรัทธาที่พอเพียง ย่อมมีสัมมาวายามะที่พอเพียง กล่าวคือ บุคคลที่มีศรัทธา เขาย่อมปรารภความเพียร นี้เป็นหลักสากล สมมติว่า คนๆหนึ่งมีความทุกข์เข้าหากลุ้มรุมจิต หากเขาเป็นผู้แสวงหาที่พึ่งด้วยการพบสัปบุรุษเขาย่อมได้ฟังสัทธรรม บุคคลที่มีความทุกข์นั้นย่อมเกิดศรัทธาขึ้นในสัปบุรุษนั้น เขาย่อมตั้งจิตเพื่อจะรู้ทั่วถึงในธรรม ธรรมที่ทนต่อการเพ่งพิสูจน์นั้น ฉันทะย่อมมี อุตสาหะความพยายามย่อมเกิดขึ้น ธรรมทั้งหลายนี้ ไหลไปสู่ธรรมทั้งหลายด้วยเหตุอย่างนี้

ส่วนผู้ที่ยังเพลิดเพลินในปิยรูป สาตรูป เห็นความสุขโดยความเป็นของเที่ยง ย่อมไม่แลเห็นถึงความแปรปรวนไปเป็นรูปนี้ บุคคลเหล่านี้ เห็นได้มากมายในสังคม ความทุกข์ยังไม่ได้เข้าหาเขา การแสวงหาที่พึ่งจึงไม่มี ศรัทธาย่อมไม่เกิด ความเพียรในการปรารภธรรม ย่อมไม่มี เพราะศรัทธาของเขาอ่อน ศรัทธาของเขาอ่อน เพราะเขาไม่ได้ฟังพระสัทธรรม เขาไม่ได้ฟังพระสัทธรรม เพราะเขาไม่ได้พบสัปบุรุษ
เมื่อความเพียรในการเผากิเลส (ยืน เดิน นั่ง นอน เจริญสัมมาสังกัปปะ หรือ ถ่ายถอน นิวรณ์ ๕)  ไม่มีปรากฏในกิริยาใดๆ สติเขาย่อมไม่ถึงความตั้งขึ้น สติของเขาย่อมอ่อน บุคคลที่มีสติหลงไปในกาย ปราศจากสติ สมาธิย่อมไม่มี จิตของผู้ไม่ได้สมาธิย่อมไม่รู้เห็นได้ตามที่เป็นจริง ปัญญาย่อมไม่เกิด ธรรมทั้งหลายไหลไปสู่ธรรมทั้งหลาย ด้วยอาการอย่างนี้

ส่วนผู้เห็นโทษภัยแห่งสังสารวัฏ มีความทุกข์เสียดแทงแล้ว(ด้วยตัณหา) ย่อมแสวงหาที่พึ่งภายนอก คือ การพบสัปบุรุษ เขาย่อมได้ฟังสัทธรรม ศรัทธาย่อมมีแก่เขาผู้ได้ฟัง ครั้นเกิดศรัทธา เขาย่อมใคร่ครวญในธรรมนั้น ธรรมที่ทนต่อการเพ่งพิสูจน์มีแก่เขา เขาย่อมปรารภความเพียร ๔ อิริยบาถ (ถ่ายถอน นิวรณ์ ๕ หรือ เจริญสัมมาสังกัปปะ) ศรัทธาในการตรัสรู้ของพระศาสดามีมากเท่าไร ความเพียรของเขาย่อมไม่ย่อหย่อนเพียงนั้น ผู้มีความเพียรไม่ย่อหย่อน สติย่อมไม่ถึงความฟั่นเฟือนเป็นแน่ สติของเขาที่ตั่งมั่นย่อมทำให้กายและใจสงบรำงับ ผู้มีกายและใจสงบรำงับ ย่อมบรรลุซึ่งสุขและสมาธิ จิตของผู้มีสมาธิย่อมรู้เห็นได้ตามที่เป็นจริง นี้เรียกว่าปัญญาของเขาย่อมถึงความเจริญขึ้น ธรรมทั้งหลายไหลไปสู่ธรรมทั้งหลายด้วยอาการอย่างนี้ ความเพียงพอแห่งธรรมทั้งหลาย ย่อมยังธรรมทั้งหลายให้เพียงพอแก่กัน ด้วยอาการแบบนี้

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ไม่งั้นจะมีอรหันต์หลายประเภทเหรอครับ  โพสต์เมื่อ 14-11-2016 07:56
อัครา  ความต่างกันของระดับในอินทรีย์5ในคนๆหนึ่งไม่เท่ากันได้  โพสต์เมื่อ 14-11-2016 07:55

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 14-11-2016 07:27:06 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้องมีศรัทธามาก่อนจึงจะเริ่มความเพียร
ผมจึงเห็นว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น"
ที่ยกเอาความพยายามนำหน้า.เป็นใหญ่
เน้นเพียงความพยายามแล้วจะสำเร็จ จึงไม่ครอบคลุม ชัดเจน พอในการทำให้สำเร็จ

***************************************
ตามที่กล่าวไว้ อินทรีย์ ๕ อยู่ที่พระองค์จะทรงหยิบข้อธรรมใด ขึ้นมากล่าว
บ้างก็ทรงตรัส ศรัทธาเป็นเครื่องนำไปสู่ความสำเร็จ(นิพพาน)
บ้างก็ตรัสความเพียร
บ้างก็ตรัสสติ
บ้างก็ตรัสสมาธิ
บ้างก็ตรัสปัญญา ที่นำไปสู่ความสำเร็จ

อยู่ที่พระองค์จะทรงหยิบข้อธรรมใดขึ้นมาก่อน
แต่โดยรวมแล้ว อินทรีย์ คือ เครื่องนำไปสู่ความสำเร็จทั้งสิ้น และต้องเป็นธรรมชาติที่พอเหมาะแก่กัน
(ผมนึกถึงการเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดาในรถยนต์ จาก 1 ไป 2 3 4 และ 5 ย่อมอาศัยกำลังเครื่องยนต์ที่พอเหมาะ จึงจะไปได้อย่างนุ่มนวล)

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 14-11-2016 08:31:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ
1.กระทู้นี้ผมไม่ได้ เน้นไปที่ทางโลกุตตระ แต่ผมมีความคิดว่า อินทรีย์5 ที่พพจ.ใช้วัดนี้ น่าจะนำไปใช้ได้ในทางโลก ในการจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างได้เหมือนกัน
2. ส่วน มรรค8 สัมมาวายามะ พระองค์ก็บอกเส้นทาง วิธีที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ค้านหรือเห็นต่าง แต่ในทางโลก อะไรคือ ความเพียรที่ถูกต้อง? ผมจึงเห็นว่า ถ้ามีอินทรีย์อีก4ด้านประกอบ น่าจะชัดเจนขึ้น
3.ความเพียรที่ถูกต้องสำหรับฆราวาสที่พระองค์สอนก็มีอยู่ เป็นไปเพื่อกุศล แต่ผมมองเรื่องที่อยากประสบความสำเร็จ ด้านธรรมดาๆ เช่น จะปลูกสวนมะนาวอย่างไรให้ได้ลูกมะนาวเยอะๆๆ คงไม่ใช่แค่ขยันปลูกให้มากๆๆ
หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 14-11-2016 11:20:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความเห็นส่วนตัวครับ  อิทธิบาท 4 ใช้ในทางโลก  อินทรีย์ 5 ใช้ในทางโลกุุตตระ  ทีจริงแล้วก็มีส่วนที่คล้ายกันหลายอย่าง
    พอใจ---------ศรัทธา
    วิริยะ ---------วิริยะ
    จิตตะ -------- สติ
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-11-2016 06:16:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1.กระทู้นี้ผมไม่ได้ เน้นไปที่ทางโลกุตตระ แต่ผมมีความคิดว่า อินทรีย์5 ที่พพจ.ใช้วัดนี้ น่าจะนำไปใช้ได้ในทางโลก ในการจะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างได้เหมือนกัน
*********************************
คำว่า อิทธิบาท มาจากคำว่า อิทฺธ แปลว่า ความสำเร็จ งอกงาม  องค์คุณนี้มีประโยชน์ทั้งทางโลกและธรรม
ส่วนอินทรีย์ ๕ ประการนี้ ตามนิยามของพระศาสดา กล่าวคือความแก่อ่อนในการบรรลุธรรมของเสขะและอเสขะ

แสดงความคิดเห็น

อัครา  เสขะ,อเสขะมีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้นใช่ไม๊ครับ  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:49
อัครา  อิทธิบาท องค์คุณประโยชน์ทางโลก อยู่พระสูตรไหนครับ  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:06

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-11-2016 06:17:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
2. ส่วน มรรค8 สัมมาวายามะ พระองค์ก็บอกเส้นทาง วิธีที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ค้านหรือเห็นต่าง แต่ในทางโลก อะไรคือ ความเพียรที่ถูกต้อง? ผมจึงเห็นว่า ถ้ามีอินทรีย์อีก4ด้านประกอบ น่าจะชัดเจนขึ้น
*********************************
การมีอินทรีย์ ๕ หากจะสงเคราะห์ลงในความสำเร็จทางโลก น่าจะหมายถึง ผู้นั้นหากมีอินทรีย์ ๕ แก่กล้าย่อมมีคุณธรรมระดับสูง ที่จะไม่ทำให้เกิดความตกต่ำทั้งทางโลกและทางธรรมได้(ถึงความเจริญ)

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ถ้าอิทธิบาท4 สงเคราะห์ทางโลกได้ ทำไมอินทรีย์5 สงเคราะห์ทางโลกไม่ได้คร...  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:08

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-11-2016 06:18:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
3.ความเพียรที่ถูกต้องสำหรับฆราวาสที่พระองค์สอนก็มีอยู่ เป็นไปเพื่อกุศล แต่ผมมองเรื่องที่อยากประสบความสำเร็จ ด้านธรรมดาๆ เช่น จะปลูกสวนมะนาวอย่างไรให้ได้ลูกมะนาวเยอะๆๆ คงไม่ใช่แค่ขยันปลูกให้มากๆๆ
**********************************
ใช้คุณธรมเรื่องอิทธิบาท ๔ จะตรงที่สุดครับ เพราะในอิทธิบาท ๔ นั้น
แต่ละองค์อาศัยธรรมเครื่องปรุงแต่ง (สังขาร)  มีสมาธิ และอาศัยปธานคือความเพียรที่อาศัยวิริยะ อยู่แล้ว กล่าวคือ

ธรรมเครื่องปรุงแต่งที่อาศัยฉันทะมีสมาธิเป็นเครื่องทำความเพียร
ธรรมเครื่องปรุงแต่งที่อาศัยวิริยะมีสมาธิเป็นเครื่องทำความเพียร
ธรรมเครื่องปรุงแต่งที่อาศัยจิตตะมีสมาธิเป็นเครื่องทำความเพียร
ธรรมเครื่องปรุงแต่งที่อาศัยวิมังสามีสมาธิเป็นเครื่องทำความเพียร


แสดงความคิดเห็น

อัครา  ผมคิดว่าศรัทธาก่อน แล้วดูว่าอะไรคืออาหารของศรัทธา  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:33

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-11-2016 06:26:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความต่างกันของระดับในอินทรีย์5ในคนๆหนึ่งไม่เท่ากันได้  ไม่งั้นจะมีอรหันต์หลายประเภทเหรอครับ
******************************
มีอะไรบ้างครับ อรหันต์หลายประเภทที่กล่าว ...?

แสดงความคิดเห็น

อัครา  หรือสอุปาทิเสสฯกับอนุปาทิเสสฯ  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:19
อัครา  เจโตวิมุตกับปัญญาวิมุต หรือ ปัญญาวิมุตกับอุภโตภาควิมุต  โพสต์เมื่อ 15-11-2016 08:17
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 10:30 , Processed in 0.113054 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน