กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1136|ตอบกลับ: 1

การละขันธ์5 แล้วคิดว่าจะกลับสู่สภาพเดิม ผมคิดว่าก็ยังไม่ถูก

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 29-10-2016 08:35:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๒
ข้อ12 หน้า 12
.....เมื่อปุถุชนนั้นมนสิการอยู่โดยไม่แยบคายอย่างนี้ บรรดาทิฏฐิ ๖ ทิฏฐิอย่างใดอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้น ทิฏฐิโดยจริงโดยแท้ย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนนั้นว่า ตนของเรามีอยู่ หรือว่า ตนของเรา
ไม่มีอยู่ หรือว่า เราย่อมรู้ชัดตนด้วยตนเอง หรือว่า เราย่อมรู้ชัดสภาพมิใช่ตนด้วยตนเอง หรือว่า
เราย่อมรู้ตนด้วยสภาพมิใช่ตน......

-------------------------------------
ขอแสดงความเห็นครับ
1.การละขันธ์5 แล้วคิดว่าจะกลับสู่สภาพเดิม หรือคำอะไรก็แล้วแต่ เข้าสู่นิพพาน --> ผมคิดว่าจะเป็นลักษณะเเบบ "เราย่อมรู้ชัดสภาพมิใช่ตนด้วยตนเอง หรือว่า เราย่อมรู้ตนด้วยสภาพมิใช่ตน"
2.การคิดว่า กลับสู่สภาพเดิม ทำให้มีคำถามว่า แล้วถ้าเข้านิพพานแล้วจะกลับมาในสังสารวัฏอีกหรือไม่
3.การเข้านิพพาน ผมคิดว่าคือ ทิ้ง สละ ไม่ยึด ทุกอย่าง ที่เรารู้จักหรือไม่รู้จัก -->ส่วนสภาพเมื่อเข้านิพพานแล้วจะเป็นยังไง ก็เป็นอย่างนั้น มันเกินความคิด จินตนาการของเรา
4.สรุปคือ สละขันธ์5ไปก่อน สภาพหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ก็ช่างมัน (พระพุทธเจ้ายังไม่บัญญัติศัพท์ผู้อยู่ในนิพพานเลย เราจะคิดคำมาทำไม เดี๋ยวยึดกับคำนั้นอีก)
หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 31-10-2016 11:35:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 1-11-2016 15:35

เรื่องของศัพท์บัญญัติ กับ สภาวะธรรม หรือ ปรมัตถธรรม เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง ว่าใครจะเข้าใจศัพท์บัญญัติไปทางใดทางใด  เป็นสังขารปรุงแต่ง ถ้าปรุงถูกก็เป็นปัญญา ปรุงพลาดก็เป็นอวิชชา

เห็นว่าถ้าต้องการแตกฉานมาก ต้องศึกษาพระบาลี แต่ถ้าไม่ต้องการขนาดนั้น ก็จับหลักพุทธวจนที่เป็นส่วนที่เกี่ยวกับ สติปัฏฐาน4 มรรค8 ปฏิจจสมุปบาท อริยสัจ4 ให้แม่นแล้วค่อยขยายออกไป ถ้าขัดกับหลักก็คือผิดแน่

ได้ฟังธรรมบรรยายจากท่านอาจารย์ชยสาโร ท่านยกประเด็นความเป็นองค์รวมของมรรค 8 หรือ ศีล สมาธิปัญญา หรือ ทาน ศีล ภาวนา ไว้ชัดแจนดีตามแนวพุทธวจน การเป็นองค์รวมนี้ สอดคล้องกับพระสูตรที่พระอาจารย์คึกฤทธิ์ท่านได้เคยแสดงเรื่องว่าด้วยพระโสนะ ท่านเพียรจัดจงกรมจนฝ่าเท้าแตกเลือดไหล พระพุทธองค์ทรงสอนว่าให้กำหนดหมายว่าอินทรีย์ทั้งหลายต้องเสมอกัน ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และ ปัญญา ต้องเสมอๆกัน และเรื่องว่าด้วยมรรค8 ถ้าในขณะใด มรรคข้อใดปรากฏด้วยความเป็นสัมมา ก็เท่ากับว่าขณะนั้นก็มีมรรคอีก7ข้อที่เป็นสัมมาไปด้วย
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 11:03 , Processed in 0.057940 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน