กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1536|ตอบกลับ: 5

ความเร็วในการเปลี่ยนเเปลงของจิต อยู่ในพระสูตรไหนครับ

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 25-10-2016 13:25:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ที่ผมหาเจอมีแต่ในพระสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๓๗ ข้อ628
ขอบคุณครับ


17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 26-10-2016 17:34:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zmata เมื่อ 31-10-2016 16:31

ตถาคตเท่านั้นที่เห็นจิตวิญญาณอันไม่ตั้งอยู่แล้ว ปรินิพพานแล้ว ?

...ท่านพระอานนท์เป็นผู้หมดความแช่มชื่นมีตานองไปด้วยน้ำตา ได้กล่าวด้วยเสียงอันน่าสงสารว่า ...พระโคตมีภิกษุณีนั้นถึงความสงบ เหมือนดวงดาวในเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น พระนางยังความรู้พร้อมกันว่า เป็นพระพุทธมารดา ให้ดำรงอยู่แล้วไปสู่นิพพานในที่ใด ถึงคนมี ๕ ตาก็เห็นไม่ได้ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคซึ่งเป็นผู้นำทรงเห็นได้ ฯลฯ

ที่มา
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=33&A=4800&Z=4887&pagebreak=0

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ มีพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสโดยตรงไม๊ครับ  โพสต์เมื่อ 26-10-2016 21:50

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 31-10-2016 11:19:59 |ดูโพสต์ทั้งหมด
๖. ธนุคคหสูตร
[๖๗๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายขมังธนู ๔ คน ถือธนู
อันมั่นคง ได้ศึกษามาดีแล้ว เป็นผู้มีความชำนาญ เป็นผู้มีศิลปอันได้แสดงแล้ว ยืนอยู่แล้วใน
ทิศทั้ง ๔ ถ้าบุรุษพึงมากล่าวว่าเราจักจับลูกธนูทั้งหลายที่นายขมังธนูทั้ง ๔ เหล่านี้ยิงมาจากทิศทั้ง
๔ ไม่ให้ตกถึงแผ่นดิน เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ควรจะกล่าวได้ว่าบุรุษผู้มี
ความเร็ว ประกอบด้วยความเร็วอย่างยอดเยี่ยม ดังนี้หรือ ฯ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าแม้บุรุษจะพึงจับลูกธนูที่นายขมังธนู
เพียงคนเดียวยิง ไม่ให้ตกถึงแผ่นดิน ก็ควรจะกล่าวได้ว่า บุรุษผู้มีความเร็ว ประกอบด้วยความ
เร็วอย่างยอดเยี่ยม จะกล่าวไปไยถึงการจับลูกธนูทั้ง ๔ ลูกที่นายขมังธนู ๔ คนยิงมาจาก ๔ ทิศ
แม้ฉันใด ฯ
[๖๗๑] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์
เร็วกว่าความเร็วของบุรุษนั้น ความเร็วของเทวดาที่ไปข้างหน้าพระจันทร์พระอาทิตย์ เร็วกว่า
ความเร็วของบุรุษและความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์ อายุสังขารสิ้นไปเร็วกว่าความเร็ว
นั้นๆ เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๖

แสดงความคิดเห็น

zmata  จิตแล่นไปเคลื่อนไปดั่งลูกธนู ดวงดาว เทวดาหรือไรจึงเปรียบกันได้ ?  โพสต์เมื่อ 31-10-2016 16:26

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 31-10-2016 11:44:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พิจารณาเชิงตรรก
สังขารทั้งหลายไม่ว่านามหรือรูป เป็นสังขาร มีการเกิดดับ จะเกิดดับเร็วแต่ไหนก็ตาม
สิ่งที่จิตรับรู้ได้จะต้องเกิดดับช้ากว่าหรืออย่างน้อยพอๆกับจิต
เพราะอะไรที่เกิดดับเร็วกว่าจิต จิตจะไม่สามารถรับรู้ได้
สิ่งที่จิตรับรู้ไม่ได้จะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญ หรือจะกล่าวว่าไม่มีจริงก็ได้
เช่นกระจิต   -    -    -    -    -    -
กระแส 1      - -  - -  -  - - -  - -  -
กระแส1 เกิดดับเร็วกว่ากระแสจิต จิตก็จะไม่สามารรับรู้ได้ คือ กระแส1 ต้องดำรงอยู่ชั่วขนะหนึ่ง
อย่างน้อยต้องเท่ากระแสจิต ถ้าน้อยกว่าจิตจะไม่สามารถรับรู้ได้

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 1-11-2016 15:21:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 1-11-2016 15:29

การอุปมาอุปไมย กับการเปรียบเทียบ ไม่เหมือนกัน
การเปรียบเทียบตามที่เข้าใจนั้นจะเป็นการวัดความแตกต่างตรงๆในค่าใดค่าหนึ่ง
ส่วนการอุปมาอุปไมย ไม่ใช่การเปรียบเทียบ แต่เป็นแนวเทียบ
ทำไมถึงต้องใช้แนวเทียบ ธรรมชาติของคนจะมีสิ่งที่เข้าใจเดิม
หรือเป็นที่เข้าใจเป็นการทั่วไป เช่น พริกมีรสเผ็ด ไฟนั้นร้อน น้ำแข็งนั้นเย็น
การอธิบายในสิ่งใหม่ที่คนยังไม่เคยรู้เคยเข้าใจ ยังไม่มีคอนเซพมาก่อน
วิธีการอธิบายแบบหนึ่งที่มีประสิทธิผล คือ การอุปมาอุปไมย
และคนทั่วไป(ส่วนมาก) เมื่อได้รับการอธิบายด้วยอุปมาอุปไมยแล้ว
จะทำให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการอธิบายได้

ในพระสูตรนี้ คอร์คอนเซพหรือแนวคิดหลัก คือ ความเร็ว และความเร็วสัมพันธ์กับเวลา
สิ่งที่ยกมาเป็นอุปมาอุปไมย คือการเคลื่อนที่ของวัตถุ
วัตถุเมื่อเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง ก็เรียกว่ามีความเร็ว
ถ้าความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ว่ามีความเร่ง เป็นต้น

มันเป็นการเปรียบเทียบเชิงคอนเซพ(แนวความคิด/แนวความเข้าใจ)
มันจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นถ้าอุปมาอุปไมยกับสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจว่าเร็วมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งในประเด็นนี้เพียงต้องการให้เข้าใจคอนเซพว่าสังขารมีการเกิดดับเร็ว
และเร็วกว่าสิ่งที่ยกมาเป็นอุปมาอุปไมย มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวด้วยเวลาเหมือนกัน
แม้ว่าอย่างหนึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านตำแหน่งที่ตั้งจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง

จุดs1--->จุดs2
t1=(s2-s1)/v ,
t1 คือระยะเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่จากจุด s1ไปs2
s คือ ระยะทาง
v คือ ความเร็ว

ส่วนการเกิดดับของสังขาร
t2--->t3 กำหนดให้จุด t1 คือจุดเวลาที่สังขารเกิด จุด t2 คือจุดเวลาที่สังขารดับ ดังนั้น t2-t1=t3
t3 ก็คือระยะเวลาในการเกิดดับของสังขาร

และ t3<t1 นี้คือแง่มุมอุปมาอุปไมย

แสดงความคิดเห็น

zmata  ถูกใจ  โพสต์เมื่อ 1-11-2016 18:15

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 25-12-2016 21:41:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๐
[๔๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เปลี่ยนแปลง
ได้เร็ว เหมือนจิต ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตเปลี่ยนแปลงได้เร็วเท่าใดนั้น แม้จะอุปมาก็กระทำได้
มิใช่ง่าย ฯ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 16-9-2019 03:09 , Processed in 0.095522 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน