กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1603|ตอบกลับ: 8

มรณสัญญา คืออย่างไรครับ

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-9-2016 16:39:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
- บางท่านตีความว่า คือ การเห็นเกิด ดับ ในภายใน (ความคิด, จิตที่ตั้งในนามรูป เกิด ดับในขณะทำสมาธิ)

- บางท่านตีความว่า คือ การพิจารณาถึงความตายของชีวิต จะได้ไม่ประมาท

- อื่นๆ

ขอบคุณครับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 15-9-2016 17:17:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 15-9-2016 17:46

น่าจะมีในพระสูตรใดพระสูตรหนึ่งน่ะครับ ที่ตรัสอธิบายไว้อย่างละเอียดว่าด้วยเรื่องนี้ อาจมีอีกหลายสูตรลองค้นเพิ่มครับ
นี้เป็นสูตรหนึ่ง
http://www.84000.org/tipitaka/pi ... 0&items=2&preline=1

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 15-9-2016 19:55:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึง
เป็นอยู่ชั่วเวลาเคี้ยวข้าวคำหนึ่งแล้วกลืนกิน พึงมนสิการถึงคำสอนของพระผู้มี-
*พระภาค เราได้กระทำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเป็นอันมากหนอ และภิกษุใด
เจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่ชั่วเวลาหายใจออกแล้วหายใจเข้า
หรือหายใจเข้าแล้วหายใจออก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้เรากล่าวว่าไม่
ประมาทอยู่  ย่อมเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้น
แหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักไม่เป็นผู้ประมาทอยู่ จัก
เจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษา
อย่างนี้แล ฯ

แสดงความคิดเห็น

crème  สาธุค่ะ  โพสต์เมื่อ 17-9-2016 16:30

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 15-9-2016 21:33:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 16-9-2016 15:00

ก็ข้อที่กล่าวดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มรณสัญญาอันภิกษุเจริญแล้ว  กระทำให้มาก
แล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด เรากล่าวแล้วเพราะ
อาศัยอะไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อม
หวลกลับ งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิตไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็น
ของปฏิกูลย่อมตั้ง
อยู่เปรียบเหมือนขนไก่หรือเส้นเอ็นที่เขาใส่ลงในไฟ ย่อมหดงอเข้าหากัน
ไม่คลี่ออกฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเมื่อภิกษุมีใจอันไม่อบรมแล้วด้วยมรณสัญญาอยู่โดย
มาก จิตย่อมไหลไปในความรักชีวิต หรือความเป็นของไม่ปฏิกูลย่อมตั้งอยู่ไซร้ ภิกษุพึงทราบ
ข้อนั้นดังนี้ว่า มรณสัญญาอันเราไม่เจริญแล้ว คุณวิเศษทั้งเบื้องต้นและเบื้องปลายของเราก็ไม่มี
ผลแห่งภาวนาของเรายังไม่ถึงที่ เพราะฉะนั้นภิกษุนั้นจึงต้องเป็นผู้รู้ทั่วถึงในมรณสัญญานั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าเมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวลกลับ
งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิต ไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูล
ย่อมตั้งอยู่ไซร้ ภิกษุพึงทราบข้อนั้นดังนี้ว่า มรณสัญญาอันเราเจริญแล้ว คุณวิเศษทั้งเบื้องต้น
และเบื้องปลายของเรามีอยู่ ผลแห่งภาวนาของเราถึงที่แล้ว เพราะฉะนั้นภิกษุนั้นเป็นผู้รู้ทั่วถึง
ในมรณสัญญานั้น ข้อที่กล่าวดังนี้ว่า มรณสัญญาอันภิกษุเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมมี
ผลมาก มีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นที่สุด เรากล่าวแล้วเพราะอาศัยข้อนี้ ฯ

แสดงความคิดเห็น

crème  สาธุค่ะ  โพสต์เมื่อ 17-9-2016 16:32

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 15-9-2016 22:08:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
http://www.84000.org/tipitaka/pi ... p;A=1076&Z=1220
สัญญาสูตรที่2
http://www.84000.org/tipitaka/pi ... p;A=2597&Z=2711
อาพาธสูตร
มรณสัญญา ทำแล้วทำให้ไม่รักหวงแหนชีวิต น่าจะเป็นการหมายรู้ในความตาย และสิ่งที่อาจเนื่องหรือรับผลกระทบจากความตาย

[๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ชราและมรณะเป็นไฉน ความแก่ ภาวะของความแก่ ฟันหลุด
ผมหงอก หนังเหี่ยว ความเสื่อมแห่งอายุ ความแก่ หง่อมแห่งอินทรีย์ ในหมู่สัตว์นั้นๆ
ของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่าชรา ก็มรณะ  เป็นไฉน ความเคลื่อน ภาวะของความเคลื่อน ความ
ทำลาย ความอันตรธาน  มฤตยู ความตาย กาลกิริยา ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งซากศพ
ความขาด แห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่ามรณะ ชราและ มรณะ
ดังพรรณนามาฉะนี้ เรียกว่า ชราและมรณะ ฯ

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-9-2016 09:07:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 16-9-2016 10:31

ขอบคุณครับ

10/295 ....ก็มรณะเป็นไฉน ความเคลื่อน ภาวะของความเคลื่อน ความแตกทำลาย ความหาย
ไป มฤตยู ความตาย ความทำกาละ ความทำลายแห่งขันธ์ ความ      ทอดทิ้งซากศพไว้ ความขาด
แห่งชีวิตินทรีย์ จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์       นั้นๆ อันนี้เรียกว่ามรณะ ฯ.....

23/46 ....ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าเมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวลกลับ
งอกลับ ถอยกลับจาก
การรักชีวิต ไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูล
ย่อมตั้งอยู่ไซร้ ภิกษุพึงทราบข้อนั้นดังนี้ว่า มรณสัญญาอันเราเจริญแล้ว....

23/170....ภิกษุใดเจริญมรณสติอย่างนี้ว่า โอหนอ เราพึงเป็นอยู่
ชั่วเวลาหายใจออกแล้วหายใจเข้าหรือหายใจเข้าแล้วหายใจออก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้
เรากล่าวว่าไม่ประมาทอยู่  ย่อมเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ.....
----------------
ขอแสดงความเห็นครับ
1. 10/295 --> มรณะเป็นอย่างไร (มีทั้งการมรณะของขันธ์ และชีวิต)
    23/46 --> เจริญมรณสัญญา
    23/170 --> เจริญมรณสติ
2. จะเห็นว่า มรณสัญญา มรณสติ จะชี้ไปที่ ความตายเเห่งชีวิต ยังไม่ได้ชี้ไปถึง ความคิด, การเกิด ดับ ของจิตที่ตั้งในนามรูป (ซึ่งผมมองว่าลึกไป พระองค์จึงเอาที่มองเห็นง่ายๆ คือความตายของชีวิต)
3. "มรณสัญญา" ที่มองในแง่ ความคิด, การเกิด ดับ ของจิตที่ตั้งในนามรูป -- ผมยังไม่เห็นพระสูตรตรงๆ หรือใกล้เคียง
4. มรณสัญญา เป็น1ใน5 ของทุกขาปฏิปทา ยังไม่ได้เน้นด้านทำสมาธิเเบบสุขาปฏิปทา

สรุป  มรณสัญญา คือ การพิจารณาความตายเเห่งชีวิต ยังไม่เป็นการพิจารณาถึงขั้นความคิด , การเกิด ดับ ของจิตที่ตั้งในนามรูป

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ



66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 16-9-2016 14:57:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 16-9-2016 15:11
อัครา ตอบกลับเมื่อ 16-9-2016 09:07
ขอบคุณครับ

10/295 ....ก็มรณะเป็นไฉน ความเคลื่อน ภา ...

การพิจารณา การเกิดดับของจิต หรือขันธ์ ก็เป็นมรรค ซึ่งพิจารณาคร่าวๆแล้ว น่าจะมีชื่อเฉพาะอยู่แล้ว อาจจะเป็น สติปัฏฐาน ฐานหนึ่งฐานใดใน สติปัฐฐาน4 อาจจะเป็น ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หรือ จิตตา หรือ เวทนา หรือ กายา

และน่าพิจารณาต่อไปอีกว่า
ถอยกลับจากการรักชีวิตไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูลย่อมตั้ง
อุเบกขาในอะไร ปฏิกูลในอะไร ส่วนตัวเห็นว่า อุเบกขาหรือปฏิกูลในร่างกายนี่ล่ะ

มรณะสัญญา กับ มรณสติ จะเหมือนหรือต่างกันหรือไม่ อย่างไร

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-9-2016 20:23:53 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ

1.ถอยกลับจากการรักชีวิตไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูลย่อมตั้ง
อุเบกขาในอะไร ปฏิกูลในอะไร ส่วนตัวเห็นว่า อุเบกขาหรือปฏิกูลในร่างกายนี่ล่ะ
  --- อุเบกขา ในการรัก ไม่รัก ในชีวิต
  --- ปฏิกูล ในที่นี้คือ ความ ไม่น่ารัก ของชีวิต

2.มรณะสัญญา กับ มรณสติ จะเหมือนหรือต่างกันหรือไม่ อย่างไร
  --- เหมือนคือ พิจารณา เรื่องตาย ของชีวิต
  --- ต่างคือ
      มรณสัญญา พิจารณา เอา "สัญญา" ในเรื่องตาย ที่จำได้ ที่เห็น ที่รับรู้มา มาเป็นอารมณ์ -->จิตตั้งในสัญญา เพื่อ จิตย่อมหวลกลับ งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิต ไม่ยื่นไปรับความรักชีวิต อุเบกขาหรือความเป็นของปฏิกูลย่อมตั้งอยู่
      มรณสติ พิจารณา ให้ระลึกในปัจจุบัน (สติ) ว่าเรามีเหตุ ปัจจัย เวลา ที่จะตายได้ตลอดเวลา ได้หลายเหตุ --> จิตตั้งในสังขาร

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น

pungkung  เห็นตามครับ  โพสต์เมื่อ 16-9-2016 23:55

2

กระทู้

19

เพื่อน

3518

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3435
ความดี
41
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-9-2016 16:23:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 21-9-2019 03:30 , Processed in 0.147793 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน