กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1297|ตอบกลับ: 6

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ผู้ที่หลีกออกจากกามได้ เล็กน้อยค่ะ

[คัดลอกลิงก์]

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 12-9-2016 18:55:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1. ผู้ที่สามารถหลีกออกจากกามได้ (ในภพมนุษย์) คือ ผู้ที่มีปกติประพฤติอุโบสถศีล ใช่หรือป่าวคะ
2. ผู้ที่สามารถหลีกออกจากกามได้ (ในภพมนุษย์) แสดงว่า จะต้องมีปกติทรงสมาธิ(ขั้นต่ำสุดคือปฐมฌาน)อยู่ตลอดเวลา ใช่หรือป่าวคะ
3. พระพุทธเจ้าสอนวิธีปฏิบัติอย่างไรเพื่อไม่ให้กามกำเริบคะ



66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 12-9-2016 20:09:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 19-9-2016 09:26

ขอนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ฯอย่าพึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นเปล่าฯ

ภพมนุษย์ ชื่อ ว่า กามภพ
รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ผัสสะแล้วมิใช่กาม แต่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดกาม คือการตริตรึกไปตามอารมณ์ที่ได้ผัสสะแล้วข้างต้นด้วยอำนาจแห่ง ความเพลิน คือ กาม

การหลีกออก หลีกออกที่ใจคือละนันทิ ส่วนอุโบสถแปดประการ คือ ศีลทางกายวาจา เอื้อต่อการขัดเกลากิเลส เป็นดำริในการลดละกาม และอกุศลทั้งหลาย เป็นสัมมาสังกัปปะ สัมมากัมมันตะ ทำให้ละนันทิได้ดีขึ้น เป็นการฝึกออกจากกาม

กามสงบได้ชั่วคราวในฌาน1-4 และที่สูงขึ้นไป ออกจากสมาธิมาก็เหมือนเดิม เป็นปุถุชน
เว้นแต่จะได้เป็นโสดาบันขึ้นไป พ้นกามแน่ นานสุด 7 ชาติ

ดังนั้น การละนันทิ สติปัฏฐาน4 กายคตาสติ อานาปานสติ เป็นต้นนี้ หรือมรรควิธีใดๆก็ตาม ที่ทำให้เห็นเกิดดับ เห็นอริยสัจ4 คือ วิธีการดับกาม ระงับกาม ทั้งชั่วคราวในเบื้องต้นและถาวรในที่สุด เหมือนตาลยอดด้วนไม่อาจงอกได้อีก

ส่วนสมาธิไม่ว่าขั้นใด ถ้าไม่เห็นเกิดดับ ไม่เห็นอริยสัจ มันระงับชั่วคราวเหมือนหินทับหญ้า เอาหินออกหญ้างอกอีก

ตัวอย่างผู้พ้นกามในภพมนุษย์ เช่น ผู้ละสังโยชน์๕ได้ หรือ ผู้ละสังโยชน์10ได้
ก็ไม่ได้ทำสมาธิตลอดเวลา ยังเป็นมนุษย์และชื่อว่าพ้นจากกามแล้วตลอดเวลา

การออกจากจาก ให้พิจารณารสอร่อย ความน่ารัก น่าปรารถนา ของกาม ให้พิจารณาโทษของกามอย่างต้นๆไปจนถึงสังสาระและนรก และหาทางออกไปพ้น คือ มรรคแปด สติปัฎฐานสี่

แต่ใครที่ถนัดสมาธิจริงๆต้องได้ขนาดไม่เสื่อมขณะตายรวมกับมีสุตะ อันนี้อีกทางหนึ่ง คิดว่าถ้าไม่ใช่นักบวชจะยากมากเพราะเวลาก็น้อยชีวิตก็วุ่น กามพยาบาทก็ยังมี

ว่าด้วยเรื่องกาม
http://www.84000.org/tipitaka/pi ... p;A=9611&Z=9753

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 12-9-2016 20:18:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 12-9-2016 20:25

[size=33.3148px]แต่ใครที่ถนัดสมาธิจริงๆต้องได้ขนาดไม่เสื่อมขณะตายรวมกับมีสุตะ อันนี้อีกทางหนึ่ง คิดว่าถ้าไม่ใช่นักบวชจะยากมากเพราะเวลาก็น้อยชีวิตก็วุ่น กามพยาบาทก็ยังมี

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 13-9-2016 21:28:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1. ผู้ที่สามารถหลีกออกจากกามได้ (ในภพมนุษย์) คือ ผู้ที่มีปกติประพฤติอุโบสถศีล ใช่หรือป่าวคะ
************************************
ควรจะตั้งคำถามใหม่ว่า ผู้ละจากกามโยคะ(เครื่องผูกในกาม) ได้แล้ว คือ ใคร
คำตอบพึงมีว่า อนาคามี คือ ผู้ละกามทั้งหลายได้หมดสิ้น
แต่เพราะยังมีอุปธิเหลืออยู่ ไม่ยังไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ ประกอบด้วยเครื่องผูกในภพมีอยู่
บัณฑิตเรียกผู้ที่ละกามทั้งหลายได้เด้ดขาดอย่างนี้ว่า อนาคามี
เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยอุโบสถ ๘ ประการ (ขึ้นไป)
เมื่อละจากอัตภาพ(แห่งมนุษย์) นี้แล้ว
จะไม่เป็นผู้กลับไปสู่ความเป็นเช่นนี้อีก (คืออัตภาพแห่งมนุษย์)
ไปสู่สุทธาวาสและจะปรินิพพาน ณ ที่นั้น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 13-9-2016 21:31:37 |ดูโพสต์ทั้งหมด
2. ผู้ที่สามารถหลีกออกจากกามได้ (ในภพมนุษย์) แสดงว่า จะต้องมีปกติทรงสมาธิ(ขั้นต่ำสุดคือปฐมฌาน)อยู่ตลอดเวลา ใช่หรือป่าวคะ
*********************************
ควรตั้งคำถามว่า ผู้ที่ไม่ข้องแล้วในกามโยคะ เป็นผู้สมบูรณ์แล้วด้วยสมาธิ ใช่หรือไม่
คำตอบพึงมีว่า ใช่ เขาผู้อนาคามี จะเป็นผู้กระทำสมบูรณ์แล้วในสมาธิ แต่เพราะสมาธิ เป็นของปรุงแต่งให้เกิดมีขึ้น
ถึงความไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเพราะเหตุแห่งปัจจัยปรุงแต่ง
อนาคามี ยังไม่กระทำให้บริบูรณ์ในปัญญา ในอริยสัจ ๔ แต่สามารถน้อมจิตไปสู่สมาธิตามที่ต้องการได้
แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องมีปกติอยู่ในสมาธิ ตลอดเวลา
อนาคามีจึงไม่เสื่อมไปจากสมาธิเมื่อกระทำกาละไป
ละจากอัตภาพนี้แล้วไปสู่สุทธาวาส ปรินิพพาน ณ ที่นั้น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 13-9-2016 21:39:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
3. พระพุทธเจ้าสอนวิธีปฏิบัติอย่างไรเพื่อไม่ให้กามกำเริบคะ
********************************
กาม เกิดจากความดำริ(สังกัปปวิตก) มีผัสสะ เป็นสมุทัย มีนามรูปเป็นอารมณ์เกิดมีขึ้น ถึงการประชุมลงด้วยเวทนาอันเป็นประการต่างๆ
เพราะสติหลงไปในรูปที่เห็นด้วยตา (เป็นต้น) ใส่ใจในนิมิตคือรูปเป็นที่รัก
มีจิตกำหนัด เสวยอารมณ์นั้น และผูกติดไปด้วยความพอใจอันเป็นยอดแห่งเบญจกามคุณ
มีเวทนาถึงการเป็นที่ประชุมลงเป็นอเนกทวีขึ้น
เมื่อกามนั้นเกิดจากการดำริ อันมีผัสสะเป็นเหตุเกิด
การที่จะไม่ให้ถึงความเกิดมีขึ้นแห่งความดำริ
บุคคลนั้นพึงถึงความไม่เอาใจใส่เสียในศุภนิมิตแห่งรูป(เป็นต้น)นั้น
ด้วยการโยนิโสมนสิการถึงกาม เหตุเกิด คุณ โทษ การตั้งอยู่ไม่ได้ และ เครื่องนำออกไปเสียได้ในกามฉันทะทั้งหลายเหล่านั้น
เพราะผู้ใคร่ครวญโดยแยบคาย
ย่อมเป็นผู้ได้เฉพาะแล้วซึ่งสติ และ สัมปชัญญะ
ผู้ได้เฉพาะแล้วใน สติ และ สัมปชัญญะ ย่อมถึงความเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์
ผู้สำรวมในอินทรีย์ ย่อมถึงความเป็นผู้ไม่ประมาทในกาม
สมบูรณ์ด้วย ศีล(เพราะ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม สุจริต) สมบูรณ์ในสมาธิ
ย่อมถึงการเจริญซึ่งสติปัฏฐาน ๔ ได้ เพราะเหตุนี้ พระองค์จึงทรงตรัสว่า
ผู้จะละกามคุณ ๕ ได้นั้น พึงเจริญ สติปัฏฐาน ๔ ด้วยอาการอย่างนี้ครับ

13

กระทู้

3

เพื่อน

572

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
332
ความดี
125
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-8-2019
โพสต์เมื่อ 14-9-2016 15:27:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุค่ะ
ขอบคุณ คุณ pungkung และ คุณ คมสัน มากค่ะ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 16-9-2019 19:59 , Processed in 0.051964 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน