กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1487|ตอบกลับ: 3

นิยยานิกธรรม สรุปโดยย่อแต่ละข้อได้ความว่าอย่างไรครับ

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 10-9-2016 14:44:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๒
ทิฏฐิที่เป็นนิยยานิกธรรม
        [๕๔๓]-550

เพราะมีในสารานิยธรรม ข้อที่6

ขอบคุณครับ



66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 11-9-2016 00:02:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 11-9-2016 09:27

นิยายนิกธรรม น่าจะมาจาก นิยฺยานิก+ธรรม น่าจะแปลว่า ธรรมเครื่องนำออกจากสังสารวัฏฏ์ มี 7 ประการ และน่าจะเป็น 1 ในคุณสมบัติของโสดาบันประเภทหนึ่ง

[size=21.3333px]ปริยุฏฐาน(การครอบงำ)+กิเลส
[size=21.3333px]ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า    ‘เรามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลส(กิเลสเป็นเครื่องครอบงำ)ใดครอบงำแล้ว    ไม่พึงรู้เห็นตามความเป็นจริง

ความจริงในที่นี้น่าจะคือ อริยสัจ4

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ  โพสต์เมื่อ 11-9-2016 07:50

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 11-9-2016 09:08:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ

นิยยานิกธรรม
- เป็นทิฏฐิอันไกลจากกิเลสเป็นข้าศึก
- เมื่อทิฏฐินั้น บรรลุแล้วจะเป็นญาณที่เป็นของอริยะ เป็นโลกุตระไม่ทั่วไปกับพวกปุถุชน
- เป็นคุณธรรมของโสดาปัตติผล อีกนัยหนึ่ง

ญาณที่ 1
  - การที่ตั้งจิตไว้ดีแล้ว เป็นจิตที่ไม่มีปริยุฎฐานกิเลส กลุ้มรุม (แม้ยังละไม่ได้ แต่มี"ทิฏฐิ"ว่าจะไม่ให้ปริยุ ฯกลุ้มรุมจิต) เป็นไป"เพื่อ"ตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย
  - ปริยุฎฐานกิเลส 8 อย่างคือ
    1-5 นิวรณ์5
    6 การคิดเรื่องโลกนี้
    7 การคิดเรื่องโลกหน้า
    8 การเกิดขัดใจ ทะเลาะวิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอกคือปากอยู่
  - "ทิฏฐิ"ว่าจะไม่ให้ปริยุ ฯกลุ้มรุมจิต จิตเราตั้งไว้ดีแล้ว เพื่อตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย จะนำไปใช้อธิบายต่อใน ญาณข้อที่2-3
  - ข้อสังเกต ญาณข้อนี้พระองค์ใช้คำว่า อัน"ภิกษุ"บรรลุแล้ว ไม่ใช้ อันอริยสาวก"บรรลุ เหมือนญาณข้ออื่น ตามความเห็นผม เพราะว่ายังละไม่ได้ แต่แค่ตั้งจิตขณะนั้นไม่ให้ ปริยุฯ กลุ้มรุม ส่วนญาณข้อ2-7 จะต้องบรรลุ
ญาณที่ 2
  - เมื่อมี ทิฏฐิ ตามญานที่1 แล้วเสพ เจริญให้มากซึ่งทิฏฐินี้ --> แล้วสามารถระงับ สงบได้ --> พระองค์ก็จะใช้คำว่า อริยสาวก
นับจากญาณข้อนี้
ญาณที่ 3
  - สมณะหรือพราหมณ์อื่นนอกธรรมวินัยนี้ ไม่ประกอบด้วยทิฏฐิ ตามญานที่1
ญาณที่ 4
  - เริ่มใช้คำว่า "บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ ประกอบด้วยธรรมดาเช่นใด ถึงเราก็ประกอบด้วยธรรมดาเช่นนั้น"
  - เมื่ออาบัติ 1.ก็รู้ 2.ให้รีบ แสดง เปิดเผย ในหมู่สงฆ์ 3.ถึงความสำรวมระวังต่อไป
ญาณที่ 5
  - ช่วยการงาน แต่ก็ระวังรักษาศีล
ญาณที่ 6
  - มีพละในการฟังธรรมตถาคต โยนิโสมนสิการ
ญาณที่ 7
  - มีพละในการรู้อรรถ รู้ธรรม ได้ปราโมทย์

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ











66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 11-9-2016 09:33:05 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เธอย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า    ‘เรามีจิต
ถูกปริยุฏฐานกิเลสใดครอบงำแล้ว    ไม่พึงรู้เห็นตามความเป็นจริง    ปริยุฏฐานกิเลส
นั้นที่เรายังละไม่ได้ในภายใน    มิได้มีเลย    เราตั้งจิตไว้ดีแล้ว    เพื่อตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย’
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-9-2019 23:38 , Processed in 0.064219 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน