กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: phaisit_k

ต้องอาบัติปาราชิกแล้วกลับมาบรรพชาอุปสมบทใหม่

[คัดลอกลิงก์]
11#
โพสต์ได้ถูกลบไปแล้ว

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-9-2016 21:46:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 6-9-2016 19:49
ถ้าว่าตามที่เล่า น่าจะไม่เข้าปาราชิก 4 ข้อกล่าวโดยย่ ...

มีในวินัยปิฎกเล่ม1 ข้อ 58 เรื่องภิกษุมีหลังอ่อน

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-9-2016 21:56:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
phaisit_k ตอบกลับเมื่อ 6-9-2016 14:09
คุณพ่อป่วยมากครับ หลังขาวก็ป่วยมากครับ ทรมานทุกข์
ผ ...

ความทุกข์มีเพราะความยึดมั่น ความเพลินใด ความเพลินนั้น คือ ความยึดมั่น ขอให้พิจารณาว่า ผู้ใดเพลิดเพลินอยู่ ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ผู้นั้น ย่อมไม่หลุดพ้นไปได้จากทุกข์ ดังนี้

ละความเพลินที่มีในเวทนาทั้งหลายอันเกิดจากผัสสะ(สิ่งกระทบ)ที่รับรู้ได้ด้วย การได้เห็น ได้ยิน ได้รู้แต้ง ได้แสวงหา ได้พิจารณาด้วยใจ เป็นผู้ให้ได้ซึ่งสติ และปัญญา ตามเห็นถึงสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน ก็จะละความยึดมั่นในเรื่องนี้ได้

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 6-9-2016 23:20:46 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คุณพ่อป่วยมากครับ หลังขาวก็ป่วยมากครับ ทรมานทุกข์


วิธีตอบแทนคุณมารดาบิดา ตามหลักพุทธวจน

https://www.youtube.com/watch?v=Zh6W7RGKiV0

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 7-9-2016 11:20:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ปฏิปทาที่สมควร
คุณเจ้าขอกระทู้กำลังมีจิตที่หดหู่เศร้าหมอง
ดังนั้นแล้วเมื่อจิตใจหดหู่ เศร้าหมอง
ไม่ใช่กาลแห่งการเจริญสมาธิ อันจะทำให้จิตที่หดหู่สมัยนั้นยากต่อการตั้งขึ้นได้ด้วยธรรมเหล่านั้น
กาลที่เหมาะสมคือการเจริญการพิจารณาใคร่ครวญในธรรม
เพื่ออาศัยธรรมที่ตนทรงจำมาแล้ว มาเป็นเครื่องตรึกแห่งใจ
ให้สติและสัมปชัญญะเกิดมีขึ้นจากการใคร่ครวญในธนรมนั้น
เพราะผู้ได้เฉพาะซึ่งสติ ย่อมเกิดความเกรงกลัว สะดุ้งกลัวต่ออกุศลธรรมอันเป็นบาปที่เกิดขึ้น
ย่อมถึงความเป็นผู้สำรวมได้ในอินทรีย์ทั้งหลายมี ความไม่ประมาท ประชุมลงในใจ
นี้เรียกว่ากาลแห่งการเจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เพราะจะทำให้จิตหดหู่นั้นตั้งขึ้นได้

พึงเป็นผู้อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อยังอกุศธรรมไม่ให้เกิดมีขึ้น
เพื่อดับอกุศลธรรมที่มีขึ้นแล้ว ยังกุศลที่ยังไม่เกิดให้มีขึ้น และตั้งมั่นไว้ให้ถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในกุศลธรรมที่มีแล้ว
นี้เรียกว่าเป็นกาลแห่งการเจริญวิริยสัมโพชฌงค์เพราะจะทำให้จิตหดหู่นั้นตั้งขึ้นได้

บุคคลที่อยู่ด้วยธรรมที่เป็นกุศล ปราศจากอกุศลธรรมที่เกิดมีขึ้นแห่งใจ
เขาย่อมอยู่ด้วยปราโทมทย์และปิติสุข เหมือนคนที่เป็นหนี้แล้วหมดจากหนี้นั้นเสีย
เหมือนคนเป็นโรคแล้วหายจากโรคนั้นได้ การตามระลึกอยู่ด้วยอาการอย่างนี้
นี้เรียกว่าเป็นกาลแห่งการเจริญปิติสัมโพชฌงค์เพราะจะทำให้จิตหดหู่นั้นตั้งขึ้นได้

2

กระทู้

0

เพื่อน

70

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
51
ความดี
9
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-5-2019
โพสต์เมื่อ 7-9-2016 13:41:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อาบัติปาราชิก ข้อเสพเมถุน แม้ทำกับตัวเองก็ต้องปาราชิก


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑
มหาวิภังค์ ภาค ๑

วินีตวัตถุ อุทานคาถา


[๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีหลังอ่อน เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้
อมองค์กำเนิดของตนด้วยปาก เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบท
ไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มี
พระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.
เรื่องภิกษุมีองค์กำเนิดยาว
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีองค์กำเนิดยาว เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว
ได้สอดองค์กำเนิดของตนเข้าสู่วัจจมรรคของตน เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาค
ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

2

กระทู้

0

เพื่อน

70

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
51
ความดี
9
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-5-2019
โพสต์เมื่อ 7-9-2016 13:42:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 6-9-2016 19:49
ถ้าว่าตามที่เล่า ตอนแรกคิดว่าน่าจะไม่เข้าปาราชิก 4 แ ...

อาบัติปาราชิก ข้อเสพเมถุน แม้ทำกับตัวเองก็ต้องปาราชิก


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑
มหาวิภังค์ ภาค ๑

วินีตวัตถุ อุทานคาถา


[๕๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีหลังอ่อน เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว ได้
อมองค์กำเนิดของตนด้วยปาก เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบท
ไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มี
พระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.
เรื่องภิกษุมีองค์กำเนิดยาว
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีองค์กำเนิดยาว เธอถูกความกระสันบีบคั้นแล้ว
ได้สอดองค์กำเนิดของตนเข้าสู่วัจจมรรคของตน เธอได้มีความรังเกียจว่า พระผู้มีพระภาค
ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี
พระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว.

12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 10:14 , Processed in 0.082559 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน