กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1191|ตอบกลับ: 1

ว่าด้วยอนาคามี ในเช้าเสาร์27/08/59

[คัดลอกลิงก์]

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 31-8-2016 16:08:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 31-8-2016 16:57

ขอกราบนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ฯอย่าพึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้เท่านั้นจริง สิ่งอื่นไม่จริงฯ

สนทนาธรรมเช้าวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559https://www.youtube.com/watch?v=nS58QIszrEA
ผมตั้ังข้อสังเกตว่า
นิยามที่ 1 บุคคลที่สังโยชน์ 3 สิ้น สังโยชน์ 5 สิ้น และสังโยชน์ 10 สิ้น มีสามประเภทเช่นนี้
นิยามที่ 2 อริยบุคคล โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ มี 4 ประเภทเช่นนี้
*** จะเห็นว่าแม้นิยามทั้งสองจะมีส่วนเกี่ยวเนื่องกันแต่ไม่ได้นิยามหรือบัญญัติให้จับคู่กันได้ตรงๆไม่ และมันต้องมีเหตุผลที่พระตถาคตบัญญัติเช่นนี้

*** เห็นว่าทั้งนิยามที่ 1 และ ที่ 2 ต้องพิจารณา แยกกันเป็นนัยๆ ไป
และแนวทางที่พระอาจารย์อธิบายเห็นว่าสอดคล้องและมีนัยสำคัญที่ต้องเป็น
ไปตามแนวร้อยเรียงพระสูตร เพียงแต่พระสูตรของผมไม่แม่นและไม่ลึกไม่ครอบครุม
ดั่งท่านอาจารย์ จึงยังไม่อาจตามรู้ได้อย่างชัดแจ้งได้ ตามที่อาจารย์เมตตาเปิดธรรมด้วยพุทธวจน
ดังนั้นจะได้เพียรจดจำพระสูตรเพื่อเป็นอุปการะต่อการใคร่ครวญธรรมต่อไป

*** เห็นว่า ในขณะเป็นมนุษย์นี้ บางคนเป็นโสดาบันแช่ ทั้งชีวิต (เข้าใจว่า)บางคนมีการพัฒนา
เป็น สกทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ ตามลำดับ (ถ้าอริยบุคคลต้องเป็นไปตามลำดับ ไม่ว่าช้าหรือเร็ว)
และในนิยามนี้ล้วนเป็นชื่อที่บัญญัติขึ้นเพื่อแสดงถึงผลในเรื่องจำนวนครั้งของการเกิดอีกหรือไม่เกิดอีก ความสั้นยาวของเวลา
ก่อนจะได้นิพพาน และชนิดของภพ ที่ได้ได้รับ เมื่อตายแล้วต้องเกิดอีก ความพ้นแล้วจากนรก กำเหนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย
ในส่วนคำว่า อนาคามี นี้ได้ยินมาว่าไม่เคยพบว่าตถาคตตรัสไว้คู่กับคำว่าสังโยชน์ 5 สิ้น ยกเว้น อุด-ทัง-โส-โต-อะ-กะ-นิด-ถะ-คา-มี มันต้องมีนัยทางวิธีบัญญัติพุทธวจนอย่างมีนัยสำคัญแน่นอน แม้ว่าบุคคลที่มีคุณสมบัติในบางเวลาคล้ายๆจะเข้าข่ายหรือเหมือนจะเรียก
ได้ว่าอนาคามี แต่ถ้าตถาคตไม่เคยบัญญัติไว้ในบาลี ก็ต้องมีเหตุผล เราจะไปบัญญัติเองตามใจชอบไม่ได้ เพราะมันต้องมีนัย
ไม่ว่าตอนนี้จะชี้ชัดได้หรือไม่ก็ตามว่าทำไมไม่ควรบัญญัติขึ้นมาเอง

ถ้าทุกอย่างกระจ่างแล้ว ปรารถนาว่า ตอนนี้เรามีผังภพภูมิแล้ว ต่อไปเราจะมีผังเส้นทางการไปสู่นิพพาน
่ว่าไปได้แบบใหนบ้างตามพุทธวจน เช่น ท่องจำพระสูตรได้และเข้าใจ /ทำสมาธิได้ไม่เสื่อมตอนตาย+เคยสดับ/ เป็นโสดาบันแบบต่างๆ / เป็นอริยบุคคลแบบต่างๆ / ทำทานละความตระหนี่ / ได้ยินหรือนึกใครครวญธรรมได้ตอนก่อนตาย / สัทธานุสารี / ธรรมานุสารี เป็นต้น
และไปอย่างไร นิพพานตอนใหน ถ้าต้องเกิดอีก ต้องเกิดอีกที่ครั้ง ที่ใหน ยังไง ถ้ามีการออกแบบผังนี้ออกมาได้ ใช้คู่กับผังภพภูมิ
บวกกับพุทธวจนในรูปแบบต่างๆ ทั้งเล่มเล็กเล่มใหญ่ เสื่อเสียงสื่อบรรยาย ก็จะสะดวกแก่ผู้มีสัทธาในการสิกขาต่อไป
รอลุ้นญาติธรรมที่ท่านบอกว่ากำลังพยายามทำแผนผังไดอะแกรม แต่ยังไม่สมบูรณ์ และท่านได้ยกพระสูตร

ฉบับหลวง
***///ยังมีอีก ภิกษุจะเป็นอุปปาติกะ [เป็นพระอนาคามี*คำในวงเล็บนี้ถูกเติมไม่ใช่พุทธวจน] ผู้จะปรินิพพาน
ในภพนั้น  เป็นผู้ไม่ต้องกลับมาจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ทั้ง ๕ สิ้นไป
ข้อนี้เป็นผลประการที่ ๓ เป็นอานิสงส์ประการที่ ๓///***

ฉบับมหาจุฬาฯ
***///ฯ ผล    ๔    ประการ    อานิสงส์    ๔    ประการ    อะไรบ้าง    คือ ฯ

                          ๓.    ภิกษุเป็นโอปปาติกะ    เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ    ๕    ประการสิ้นไป    ปรินิพพาน
                                    ในโลกนั้น    ไม่หวนกลับมาจากโลกนั้นอีก    นี้เป็นผลประการที่    ๓    อานิสงส์
                                    ประการที่    ๓
                   ฯ ///***


http://www.84000.org/tipitaka/pi ... p;A=2537&Z=3181



19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-9-2016 11:50:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนาคามี คือผู้ละสังโยชน์ ๕ได้แล้วและถึงความไม่เวียนกลับมาสู่โลกนี้(โลกอันมีกามคุณประกอบ) จะปรินิพพานที่ชั้นสุทธาวาสอันตนได้ไปสำเร็จแล้ว ณ ที่นั้น เมื่อละจากโลก(มนุษย์) นี้ไป
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 20:56 , Processed in 0.067273 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน