กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2230|ตอบกลับ: 10

ทำอานาปาณสติ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนคับ

[คัดลอกลิงก์]

5

กระทู้

2

เพื่อน

144

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
110
ความดี
18
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-8-2016
โพสต์เมื่อ 13-8-2016 22:43:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ก่อนทำอานาปาณสติทุกวันตอนกลางคืนจนชำนาญคับ เข้าฌาน1-4 ได้ง่าย  รู้สึกเหมือนลมหายใจเบากว่าเมื่อก่อนมาก เหมือนตัวเองหายใจช้าลงมากคับ      แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้ทำอานาปาณสติเลย   พอจะกลับมาทำอีกทีทำไม่ทำไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนเลยคับ  ต้องกลับมาพุ้งซานเหมือนทำตอนแรก ไม่ค่อยมีสติเลยคับ  ขอถามท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะคับ

66

กระทู้

0

เพื่อน

1583

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
844
ความดี
401
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-10-2018
โพสต์เมื่อ 15-8-2016 18:26:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย pungkung เมื่อ 16-8-2016 13:07

ผมทำฌาน 2 3 4 ไม่ได้น่ะครับ แต่ที่ถามมาไม่แปลกอะไรครับ เพราะนิวรณ์5ในชีวิตประจำวันมีมาก ขันธ์ 5 เป็นไปตามเหตุปัจจัยอันใครๆไม่อาจได้ดังใจ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา การฝึกละนันทิในชีวิตประจำวันน่าจะช่วยได้ครับ อีกอย่างฌานที่ 1 อกุศลต้องดับ คือข่มนิวรณ์ 5 ให้ได้ เพราะเมื่อนิวรณ์ 5 ดับ เกิดวิตก วิจาร ปิติ สุขอันเกิดจากวิเวก ก็เป็นปฐมฌานแล้ว  ให้พิจารณาว่านิวรณ์ตัวใดเป็นปัญหาก็แก้ที่ตัวนั้น กาม พยาบาท ง่วงมึนชา ฟุ้งซ่าน ลังเลสงสัย อีกอย่างหนึ่งการพิจารณาเกิดดับทำไปพรางก่อนได้ครับ น่าจะเกื้อหนุน
(โดยส่วนตัวไม่ได้ฝึกสมาธิจริงจัง ก็สงสัยว่าหากนิวรณ์ 5 ดับแล้ว องค์ของปฐมฌาน คือ วิตก วิจาร ปิติ สุขอันเกิดจากวิเวก จะเกิดขึ้นเองอัตโนมัติตามปัจจัยของการดับของนิวรณ์ 5 หรือไม่ ไม่รู้ว่ามีพระสูตรไหนอธิบายในเรื่องนี้ไว้บ้าง ผู้ที่เคยทำฌาน 1-4 ได้ ช่วยแชร์ด้วยครับ )

5

กระทู้

2

เพื่อน

144

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
110
ความดี
18
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-8-2016
โพสต์เมื่อ 17-8-2016 09:58:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
pungkung ตอบกลับเมื่อ 15-8-2016 18:26
ผมทำฌาน 2 3 4 ไม่ได้น่ะครับ แต่ที่ถามมาไม่แปลกอะไรครับ ...

รู้ลมหายใจ เข้า-ออก นิวรณ์ 5 ก็ดับแล้วคับ  ทำไปเลื่อย ๆ ก็จะเกิด วิตก วิจาร ปิติ เข้าปฐมฌานเองคับ  รู้ลมหายใจอย่างเดียวเลยคับดับได้ทุกอย่าง จิตจะละเอียดขึ้นเลื่อย ๆ

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 26-8-2016 01:28:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ก่อนทำอานาปาณสติทุกวันตอนกลางคืนจนชำนาญคับ เข้าฌาน1-4 ได้ง่าย


ขอถามคุณนิรวิทย์นิดหนึ่งนะครับ  คือ ช่วงที่คุณนิรวิทย์ทำฌานทั้งสี่ได้บ่อยๆเนี่ย ช่วงนั้นคุณนิรวิทย์ปรารถนาอะไรก็ได้ตามที่ปรารถนาเลยหรือเปล่าครับ  แล้วหวังอะไรช่วงนั้นเนี่ย มันสำเร็จทันทีทันใดตามที่หวังไว้เลยหรือเปล่า  คือ ผมทราบมาว่าฌานทั้งสี่ เป็นกรรมที่จะส่งผลในทิฏฐธรรม(ในปัจจุบัน)  แต่ตัวผมเองเนี่ยยังไม่เคยได้หรอก  กำลังพยายามฝึกอานาปานสติอยู่ครับ  และมันช่างไม่เป็นเรื่องง่ายสำหรับผมเลย  

เลยอยากรู้ว่า คนที่เขาได้ฌานสี่แล้วเนี่ย  เวลาปรารถนาอะไรมันสำเร็จตามนั้นเลยไหม  แล้วตอนสิ่งทีปรารถนามันสำเร็จนะ  มันใช้เวลาประมาณเท่าไหร่  คือ ได้ตามที่หวังทันทีทันใดที่ออกจากฌานเลย หรือหนึ่งวัน หรือสัปดาห์ หรือเดือน  สงสัยครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 09:16:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ก่อนทำอานาปาณสติทุกวันตอนกลางคืนจนชำนาญคับ
เข้าฌาน1-4 ได้ง่าย  รู้สึกเหมือนลมหายใจเบากว่าเมื่อก่อนมาก
เหมือนตัวเองหายใจช้าลงมากคับ      
แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้ทำอานาปาณสติเลย   
พอจะกลับมาทำอีกทีทำไม่ทำไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนเลยคับ  
ต้องกลับมาพุ้งซานเหมือนทำตอนแรก ไม่ค่อยมีสติเลยคับ  
ขอถามท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะคับ

******************************
ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงทั้งหมด มีอนุปาทาปรินิพพานเป็นที่สุด เป็นที่มุ่งหมาย
เมื่อศีลบริบูรณ์ (สีลวิสุทธิ) ย่อมยังจิตให้บริบูรณ์ในสมาธิ(จิตตวิสุทธิ)
เมื่อสมาธิที่บริบูรณ์ย่อมยังทิฏฐิในอริยสัจให้บริสุทธิ์(ทิฏฐิวิสุทธิ)

สมาธิเป็นธรรมที่มีความเสื่อมไปเป็นธรรมได้ แก่ผู้มีความยึดมั่นอยู่ในสมาธินั้นๆที่ตนได้
การจะได้มาซึ่งสมาธิ คือความเป็นจิตมีอารมณ์อันเดียว ถึงความตั้งมั่นแล้ว สมาธิย่อมเกิดมีขึ้นได้นั้น
ต้องอาศัยศีลที่บริบูรณ์เป็นที่ตั้ง อุปมาด้วยการงานใดที่บุคคลต้องกระทั้งหมดนั้น  ก็ต้องอาศัยแผ่นดิน ตั้งอยู่บนผืนดิน ฉันใด
การที่จะอบรมอริยมรรค มีองค์ ๘ ประการให้บริบูรณ์ ต้องอาศัยศีล ตั้งมั่นอยู่ในศีลแล้ว
จึงอบรมอริยมรรคมีองค์ ๘ (โดยนัยแห่งอานาปานสติสมาธิ) ให้มากขึ้นได้
เมื่ออริยมรรคมีองค์ ๘ ประการบริบูรณ์แล้ว ย่อมยังสติปัฏฐาน ๔(โดยนัยแห่งอานาปานสติสมาธิ) ก็ย่อมบริบูรณ์ขึ้นได้ ฉันนั้น

อบรมอานาปานสติ พึงอาศัยนิมิตแห่งจิตอันได้แก่ ลมหายใจ เป็นสิ่งที่ดำรงไว้ ให้ถุกชักนำไปด้วยอาการอย่างนี้ๆ
ย่อมถึงความเป็นผู้มีอารมณ์เดียว จิตย่อมตั้งมั่นได้  นี้กล่าวว่า เป็นผู้ถือเอานิมิตแห่งจิตนั้นไว้ได้
เมื่อได้นิมิตแห่งจิตแล้ว (เป็นสมาธิได้แล้ว) พึงอาศัยวิปัสสนาแห่งจิต อย่างนี้ว่า
สังขารทั้งหลายอันเกิดมีขึ้นในสมาธินั้น พึงเห็นกันอย่างนี้ พิจารณาอย่างนี้ เห็นแจ้งกันด้วยอาการอย่างนี้ๆว่า
มีความไม่เที่ยง แปรปรวนไปเพราะอาศัยเหตุแห่งปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดมีขึ้น
มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา
เมื่อมีวิปัสสนาแห่งจิตด้วยอาการอย่างนี้
สมัยนั้น เขาย่อมได้ทั้งคงาวมสงบแห่งจิตในภายใน และ ได้ปัญญาอันยิ่งในธรรมแห่งวิปัสสนานั้นๆ
สมัยนั้นย่อมยังสัมมาสมาธิแห่งมรรคและผลนั้นให้บริบูรณ์ได้
เมื่อมีสัมมาสมาธิแห่งมรรคและผลนั้นที่บริบูรณ์ ย่อมถึงความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งหลายอันมีเป็นไปได้โดยลำดับ
จะกระทำนิพพานให้แจ้งได้ อันเป็นที่สุดของพรหมจรรย์ เป็นที่มุ่งหมายเป็นที่สุด

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 09:18:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
วิตก วิจาร ปิติ สุขอันเกิดจากวิเวก จะเกิดขึ้นเองอัตโนมัติตามปัจจัยของการดับของนิวรณ์ 5 หรือไม่
**********************************************
เพราะอาศัยศีลอันเป็นที่ตั้งแล้ว อบรมสมาธิอยู่
องค์แห่งธรรมที่ปรากฏมีขึ้นในการเจริญสัมมาสมาธิ อันได้แก่
วิตก วิจาร ปิติ สุข อุเบกขา ความจิตที่เป็นอารมณ์อันเดียว
ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา มนสิการ วิญญาณ สติ วิริยะ ปัญญา นั้น
เป็นธรรมที่ปรากฏมีขึ้นเมื่อจิตของผู้นั้นถึงความตั้งมั่นแล้วเป็นอารมณ์อันเดียว
ไม่ต้องกระทำเจตนาให้ต้องบังเกิดขึ้นแก่เรา แต่เพราะธรรมทั้งหลายย่อมไหลไปสู่ธรรมทั้งหลาย
เมื่อเรามีจิตตั้งมั่นดีแล้ว (ปราศจากนิวรณ์ ๕ อกุศลธรรมทั้งหลาย และกามสัญญา)
ธรรมทั้งหลายที่กล่าวมานั้น ย่อมบังเกิดมีขึ้นเอง
ผู้มีปัญญาอันยิ่งเห็นสัจจะอันเป็นอริยะกำหนดถึงความเกิดขึ้น และเสื่อมไปแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้น
นี้เรียกว่าเป็นผู้ฉลาดในฐานที่ตั้ง ยิงได้ไกล ยิงได้เร็ว และจะทำลายไพร่พลกองใหญ่ได้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 09:31:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 27-8-2016 13:21

คนที่เขาได้ฌานสี่แล้วเนี่ย  เวลาปรารถนาอะไรมันสำเร็จตามนั้นเลยไหม  
แล้วตอนสิ่งทีปรารถนามันสำเร็จนะ  มันใช้เวลาประมาณเท่าไหร่

*************************************************
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นั้น เป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นอาพาธ ไม่ได้ตามความปรารถนาของสัตว์ใดเลย
ความไม่ได้ดั่งปรารถนามีอยู่แก่สัตว์ ถึงการประพฤติพรหมหจรรย์ด้วยหวังผลแห่งกรรมอย่างนี้ว่า
กรรมใดเป็นของที่ให้ผลในอนาคต ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบัน
กรรมใดเป้นของให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในอนาคต
กรรมใดเป็นของให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นเป็นของให้ผลมาก
กรรมใดเป็นของให้ผลมาก ขอกรรมนั้นเป็นของให้ผลน้อย เป็นต้น
ดังนั้นแล้ว ขอให้มีสัมมาทิฏฐิ เป็นไปดังนี้ว่า
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ...
กระทำกรรมใดแล้วทั้งที่เป็นส่วนแห่งบุญ หรือ บาป  
จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นๆ
เมื่อเห็นโดยถูกต้องอย่างนี้แล้ว ย่อมเป็นรู้ในปฏิจจสมุปบาท
เป็นผู้ฉลาดในเรื่องวิบากของกรรม
การให้ผลของกรรม นั้น จึงไม่ได้เป็นสิ่งที่ควรไปตามรู้ว่าเมื่อไร อย่างไร
แต่แท้จริงแล้ว กรรมย่อมให้ผลตามกาลเมื่อผลแห่งกรรมนั้นผลิผล

การเจริญสมาธิได้ถึงระดับฌานทั้ง ๔ นั้น ไม่ได้พบว่า
มีตรัสไว้ถึงความปรารถนาสิ่งใด ก็สมหวังในทุกๆเรื่อง
มิฉะนั้นภิกษุเทวทัตซึ่งอบรมสมาธิได้ถึงคุณวิเศษเบื้องต้นนี้ คงจะได้สมหวังตามความปรารถนาเป็นแน่
แต่จะมีพระสูตรตรัสไว้ว่า ความปรารถนาแห่งใจของผู้มีศีล ย่อมสำเร็จได้ เพราะความเป็นผู้บริสุทธิ์
ดังนั้น บุคคลพึงตั้งมั่นอยู่ในศีล เป็นเบื้องต้น ทรงตรัสอุปมาว่า
แสงเงินแสงทองเป็นบุพนิมิตที่มีมาก่อนเมื่ออาทิตย์อุทัยขึ้น ฉันใด
ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นบุพนิมิตที่มีมาก่อน
แห่งการเกิดขึ้นของการตรัสรู้ซึ่งอริยสัจ ๔ อันเป็นที่สุดแห่งการประพฤติพรหมจจรย์ ก็ฉันนั้น

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 13:30:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณ คุณคมสันมากครับ


การเจริญสมาธิได้ถึงระดับฌานทั้ง ๔ นั้น ไม่ได้พบว่า
มีตรัสไว้ถึงความปรารถนาสิ่งใด ก็สมหวังในทุกๆเรื่อง
มิฉะนั้นภิกษุเทวทัตซึ่งอบรมสมาธิได้ถึงคุณวิเศษเบื้องต้นนี้ คงจะได้สมหวังตามความปรารถนาเป็นแน่


แต่สิ่งที่ผมปรารถนามันอยู่ในขอบเขตของศีล ๕ นะครับ   ผมไม่ใช่แบบเดียวกับพระเทวทัตที่หวังเรื่องไม่ดี
ดังนั้น น่าจะมีลุ้น  

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 15:10:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
การตั้งความปรารถนานั้นมีได้ แต่จะได้หรือไม่ ต้องอยู่ที่เหตุที่ได้สร้างกระทำเป็นไปด้วย  
1.เธอพึงทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลาย
2.พึงตามประกอบในธรรมเป็นเครื่องสงบแห่งจิตในภายใน
3.เป็นผู้ไม่เหินห่างในฌาน
4.ประกอบพร้อมแล้วด้วย วิปัสสนา
5.และให้วัตรแห่งผู้อยู่สุญญาคารทั้งหลายเจริญงอกงามเถิด

ความปรารถนาที่พึงได้ คือ เป็นผู้มีลาภ เป็นผู้รักใคร่ของบุคคลผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เป็นต้น
แต่อานิสงส์ที่เลิศสุดคือ การกระทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน
สร้างเหตุปัจจัยตามหัวข้อที่พระศาสดาทรงยกขึ้นไว้นะครับ

18

กระทู้

0

เพื่อน

514

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
267
ความดี
131
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
11-2-2018
โพสต์เมื่อ 27-8-2016 20:28:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณ คุณคมสันมากครับ  ผมกำลังพยายามทำตามที่พระพุทธเจ้าบอกอย่างเต็มที่ เท่าที่กำลังตัวเองจะทำได้ครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-9-2019 23:46 , Processed in 0.075770 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน