กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: crème

มโนสัญเจตนา พิจารณาอย่างไรคะ

[คัดลอกลิงก์]

99

กระทู้

6

เพื่อน

5144

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3648
ความดี
796
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-12-2018
โพสต์เมื่อ 14-5-2018 11:47:00 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ
เรื่องอาหาร 4 พิจารณาตามปฏิจสมุปบาท น่าจะเข้าใจ เห็นภาพได้ดีขึ้นครับ
1.กวฬีการาหาร - เกี่ยวกับกามคุณ5 ถ้าละได้ ก็เป็นผู้ไม่ต้องกลับมาอีก สิ้นสังโยชน์4 ("เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อันเป็นเครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี")
2.ผัสสาหาร -- ผัสสะ-เวทนา รู้เวทนา3
3.มโนสัญเจตนาหาร - สังขารทั้งหลาย-วิญญาณ (หยิบเอาส่วน มโนสังขาร) รู้ตัณหา3
4.วฺิญญาณาหาร - วิญญาณ-นามรูป รู้นามรูป

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

99

กระทู้

6

เพื่อน

5144

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3648
ความดี
796
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-12-2018
โพสต์เมื่อ 10-6-2018 18:01:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 11-6-2018 07:44

ขอแสดงความเห็นครับ
พิจารณา อาหาร4 ในปฏิจสมุปบาท

อวิชชา
สังขารทั้งหลาย
สังขาร --> มโนสังขาร --> "มโนสัญเจตนา" - รู้ตัณหา3 กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา (กรณีกายแตกทำลาย ชีวิตแตกทำลาย ไม่มีการปรุงแต่งในส่วน กายสังขาร วจีสังขาร ก็ยังเหลือ มโนสังขาร)
วิญญาณ --> "วิญญาณาหาร - รู้นามรูป
-
-
ผัสสะ --> "ผัสสาหาร" รู้เวทนา3
เวทนา
ตัณหา --> ตัณหาในส่วน กามตัณหา
               "กวฬีการาหาร" ผัสสะเป็นเหตุเกิดของกาม (22หน้า366) รู้กามคุณ5
               ถ้าละได้ ก็เป็นผู้ไม่ต้องกลับมาอีก สิ้นสังโยชน์4 ("เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อัน                     เป็น เครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี")
-
-
--------------
หรือว่าจะเป็นเเบบนี้

อวิชชา
สังขารทั้งหลาย
สังขาร
วิญญาณ --> "วิญญาณาหาร - รู้นามรูป
สฬายตนะ --> "มโนสัญเจตนา" - รู้ตัณหา3 กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
ผัสสะ --> "ผัสสาหาร" รู้เวทนา3
เวทนา --> "กวฬีการาหาร" ผัสสะเป็นเหตุเกิดของกาม (22หน้า366) รู้กามคุณ5
               ถ้าละได้ ก็เป็นผู้ไม่ต้องกลับมาอีก สิ้นสังโยชน์4 ("เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ความยินดีซึ่งเกิดแต่เบญจกามคุณได้แล้ว สังโยชน์อัน                     เป็น เครื่องชักนำอริยสาวกให้มาสู่โลกนี้อีกก็ไม่มี")
ตัณหา
-
-
----------------------- (เรียงเเบบนี้เพื่อจะได้เป็นตามลำดับการบัญญัติของ อาหาร4)

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

99

กระทู้

6

เพื่อน

5144

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3648
ความดี
796
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-12-2018
โพสต์เมื่อ 12-6-2018 13:19:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ

มโนสัญเจตนา พิจารณาอย่างไร

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มโนสัญเจตนาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า
มีหลุมถ่านเพลิงอยู่แห่งหนึ่ง ลึกมากกว่าชั่วบุรุษ เต็มไปด้วยถ่านเพลิง ไม่มีเปลว ไม่มีควัน
ครั้งนั้นมีบุรุษคนหนึ่งอยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตายรักสุข เกลียดทุกข์เดินมา บุรุษสองคนมี
กำลังจับเขาที่แขนข้างละคนคร่าไปสู่หลุมถ่านเพลิง ทันใดนั้นเอง เขามีเจตนาปรารถนาตั้งใจ
อยากจะให้ไกลจากหลุมถ่านเพลิง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเขารู้ว่า ถ้าเขาจักตกหลุมถ่านเพลิง
นี้ ก็จักต้องตายหรือถึงทุกข์แทบตาย ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่าพึงเห็นมโนสัญเจตนาหาร ฉันนั้น
เหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดมโนสัญเจตนาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ตัณหาทั้งสามได้
แล้ว เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้ตัณหาทั้งสามได้แล้ว เรากล่าวว่าไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกพึงทำให้
ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ
--------------
-บุรุษคนหนึ่งอยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตายรักสุข เกลียดทุกข์ --> ใครๆก็รักสุข เกลียดทุกข์
-บุรุษสองคนมี กำลังจับเขาที่แขนข้างละคน --> อวิชชา ตัณหา
-หลุมถ่านเพลิง --> ภพ...อุปายาสะ (ที่มีปัจจัยจากตัณหา)
-บุรุษสองคนมีกำลังจับเขาที่แขนข้างละคนคร่าไปสู่หลุมถ่านเพลิง-->ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ
-เขามีเจตนาปรารถนาตั้งใจอยากจะให้ไกลจากหลุมถ่านเพลิง ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเขารู้ว่า ถ้าเขาจักตกหลุมถ่านเพลิง
นี้ ก็จักต้องตายหรือถึงทุกข์แทบตาย ---> อริยสาวกกำหนดมโนสัญเจตนาหารได้แล้ว (มีวิชชา รู้ว่าตัณหาคร่าไปสู่หลุมถ่านเพลิง)

คือ
1.
ใครๆ ก็อยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์        แต่
- ปุุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ที่รักสุข "อยาก"มีความสุข ก็จะหาวิธีโดยการ แสวงหา ได้ ปลงใจรัก....มีเรื่องราวอันเกิดจากความหวงกั้น(ซึ่งจะเป็นหลุมถ่านเพลิง) เพราะไม่รู้(อวิชชา) ว่าตัณหาเป็นสาเหตุพาไปหลุมถ่านเพลิง
   ---> ปุถุชน แสวงหาความสุข ด้วยการทำตามตัณหา
- อริยสาวก กำหนดรู้ตัณหาทั้งสามได้ (รู้ (มีวิชชา) แล้วว่าตัณหาทั้งสาม(กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา)เป็นสาเหตุพาไปหลุมถ่านเพลิง)
ก็ละตัณหาเครื่องนำไปสู่หลุมถ่านเพลิง -- เมื่อไม่ไปหลุมถ่านเพลิง ซึงเป็นทุกข์ ก็มีความสุขแล้ว
   ---> อริยสาวก แสวงหาความสุข ด้วยการละตัณหา
2. ซึ่งการมีตัณหา มีตั้งแต่ มโนสัญเจตนา(เจตนาทางใจ) แล้ว

สรุป
ให้ระวังตั้งแต่ มโนสัญเจตนา ไม่ให้มีเจตนาทางใจตาม อำนาจกำลังของตัณหา ให้ละตัณหาเสียตั้งแต่ มโนสัญเจตนา

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 18-12-2018 23:44 , Processed in 0.119363 second(s), 5 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน