กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: อัครา

เอกพีชี ได้เกิดเป็นมนุษย์หรือไม่ หรือว่าตายในครรภ์ครับ

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-2-2016 12:43:08 |ดูโพสต์ทั้งหมด

+++++++++++
การใช้คำว่าภพมีอีกกรณีหนึ่งคือ
ไม่มีภพที่ ๘ สำหรับโสดาบัน

แสดงความคิดเห็น

อัครา  แก้ครับ เป็นอรหันต์ไม่เกิน7ชาติ จึงไม่มีภพที่8  โพสต์เมื่อ 15-2-2016 14:28
อัครา  อาจพิจารณาได้ว่าเป็นอรหันต์ในชาติ ที่7 ครับ  โพสต์เมื่อ 15-2-2016 13:10

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-2-2016 06:55:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
โสดาบัน ยังละภพ และ การอุบัติ ไม่ได้
เพราะผู้ที่จะการอุบัติได้ แต่ยังละภพไม่ได้นั้น
จะเป็นกลุ่มของผู้ละสังโยชน์ ๕ ได้แก่ อันตราปรินิพพายี
ดังนั้นแล้ว โสดาบันยังต้องมีการอุบัติขึ้น
พึงสังเกตว่า อุบัติ จะเป็นคำที่ตรงกันข้ามกับ จุติ  ที่พระองค์ทรงตรัสใช้บ่อยๆ
การอุบัติหมายถึงการเกิดขึ้นมาเป็นสัตว์ที่ได้อายตนะครบ มีอินทรีย์แล้ว
เมื่ออุบัติมี การจุติ จึงย่อมมี เมื่อกายแตกไป ย่อมอุบัติขึ้น (สังเกตการใช้คำของพระองค์)
และจากบริบทต่างๆ การอุบัติของสัตว์ จะไปเกิดในชั้นต่างๆ ในเทวโลกต่างๆ  ในมนุษย์โลก เป็นต้น
ก็ปรากฏเป็นสัตว์ผู้มีความหยาบ ละเอียด เลว ความประณีต มีผิวพรรรดี และ ทราม ขึ้นมาแล้วทั้งนั้น  
อย่างเช่นปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เจริญฌานได้ แล้วไม่เสื่อม ตายไป
พระองค์จะใช้คำว่า ในเมื่อคติและอุบัติของสัตว์ยังคงมีอยู่ ย่อมไปเกิดเป็น" สหาย" ในชั้นต่างๆของเทวโลก
นี้เป็นตัวอย่างการใช้คำว่า อุบัติ ของโสดาบัน ที่ยังละภพ และ การอุบัติยังไม่ได้
และอีกกรณีหนึ่ง ผู้ที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์ให้เกิดมีขึ้นได้นั้น
พระองค์ทรงตรัสว่า บุคคลผู้เจริญโพชฌงค์ ๗ จะได้ผลคือ
ความเป็นอรหันต์ในปัจจุบัน  หรือ ในเวลาใกล้ตาย
(ในกรณีนี้ผมไม่ขอกล่าวถึงหากไม่ได้อรหันต์ ก็จะไปเป็นกลุ่มของอันตราปรินิพพายี เป็นต้น)
แต่เพราะเอกพีชี จะสำเร็จเป็นอรหันต์ในภพสุดท้ายนี้
ในเมื่อจำเป็นต้องเจริญโพชฌงค์ ๗ จึงได้ผลแห่งอรหันต์นั้น
แต่หากแค่สัตว์(ผู้เอกพีชี) ก้าวลงสู่ครรภ์ แล้วแตกดับสลายไปเลย ปรินิพพานไปเลย
เหมือนจะดีกว่าสกทาคามี ผู้ยังต้องกลับมาสู่โลกนี้ อีกคราวเดียว ถึงปรินิพาน อีกหรือครับ
ซึ่งขนาดสกทาคามียังต้องกลับมาอุบัติซ้ำเป็นสภาพที่มีอัตภาพก่อน
แล้วอาศัยอัตภาพนั้น เจริญจิต และ กาย ภาวนา จนสำเร็จอรหันต์ในชาตินั้น
ผมจึงมีความเห็นว่า การได้สภาวะแตะภพแล้วปรินิพพานในครรภ์ ดับแตกสลายไป ดูเกินความเป็นจริงไป
ความเพียรอันต้องอาศัยอัตภาพในการนำไปซึ่งความล่วงทุกข์ ยังไม่เกิดขึ้นมาได้เลย

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-2-2016 09:08:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 17-2-2016 06:55
โสดาบัน ยังละภพ และ การอุบัติ ไม่ได้
เพราะผู้ที่จะกา ...

ขอบคุณ พี่คมสันมากครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
หมายเหตุ – เป็นการวิเคราะห์ส่วนตัวตามความเห็น ความเข้าใจ โปรดศึกษา ทรงจำ จากพุทธวจน

1ดังนั้นแล้วโสดาบันยังต้องมีการอุบัติขึ้น
ค้นหา “โสดาบัน อุบัติ” หรือ “อุบัติโสดาบัน”มี 2 พระสูตร – ไม่เกี่ยวเนื่องกัน และ ไม่ใช่พุทธวจน
2 หาคำจำกัดความ หรือ ความหมายของ “ชาติ”
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๐
[๒๙๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ชาติเป็นไฉนความเกิด ความบังเกิด ความหยั่ง
ลงเกิด เกิดจำเพาะ ความปรากฏแห่งขันธ์ ความได้อายตนะครบ ใน      หมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่า
สัตว์นั้นๆ อันนี้เรียกว่าชาติ ฯ

ผมมีความเห็นว่า ความหมายของ “ชาติ “ มีหลายคำ ขึ้นอยู่กับ ลักษณะการเกิดเป็นสัตว์นั้นๆเช่น เป็นเทวดา ก็จะเร็ว สำเร็จกายด้วยใจ ไม่ต้องอยู่ในไข่ หรือ ครรภ์ ก่อนเกิดเป็นชาติ
-          ในกรณีของมนุษย์ การเกิดเป็นชาติผมว่าต้องมีอายตนะครบ หรือสามารถดำรงชีพได้ด้วยตนเอง(หายใจหรือกินอาหารได้เองถ้าตัดสายสะดือออก-ความเห็นส่วนตัว)ซึ่งการอยู่ในครรภ์ ช่วงท้ายๆ ก็ถือว่าเป็นชาติแต่ยังไม่ออกจากครรภ์
-          ที่มีความเห็นว่าต้องมีอายตนะครบหรือสามารถดำรงชีพได้ด้วยตนเอง จึงจะเป็นชาติเพราะพิจารณาจากถ้ายังเป็นตัวอ่อนอยู่ไม่กี่สัปดาห์ ถ้าเราผ่าเอาออกมาตอนนั้นตัวอ่อนนั้นจะดำรงชีพเองได้หรือ (พิจารณาส่วนความเป็นชาติ ของ รูปขันธ์)
3 พระองค์ทรงตรัสว่าบุคคลผู้เจริญโพชฌงค์ ๗ จะได้ผลคือ
ความเป็นอรหันต์ในปัจจุบัน  หรือ ในเวลาใกล้ตาย
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่๑๙
อานิสงส์การเจริญโพชฌงค์
        [๓๘๑]ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อโพชฌงค์ ๗ อันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มาก
แล้วอย่างนี้ ผลานิสงส์ ๗ ประการอันเธอพึงหวังได้ ผลานิสงส์ ๗ ประการเป็นไฉน?
        [๓๘๒]คือ (๑) ในปัจจุบัน จะได้บรรลุอรหัตผลโดยพลัน (๒) ในปัจจุบันไม่ได้
บรรลุ ทีนั้นจะได้บรรลุในเวลาใกล้ตาย(๓) ถ้าในปัจจุบันก็ไม่ได้บรรลุ ในเวลาใกล้ตายก็ไม่ได้
บรรลุทีนั้นจะได้เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี เพราะสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ สิ้นไป…….

-          ไม่มี เอกพีชี แต่การเป็นเอกพีชีก็ต้องได้เป็นก่อนตาย และเป็นได้ ก็ต้องรู้และได้ทำเป็นผลระดับหนึ่งของการเจริญโพชฌงค์
-          การอยู่ในครรภ์ ประมาณ9 เดือนมีเวลาเจริญโพชฌงค์พอสมควร และผมว่าได้ดีด้วย
เวลาแค่9 เดือน แล้วว่าได้ดีเพราะ 1สงัด วิเวก 2เป็นมนุษย์ คุณสมบัติที่เด่นของมนุษย์คือ การมีสติ 3รู้อริยสัจ4 4เห็นจริงตามอริยสัจทั้งด้วยปัญญาและด้วยเหตุการณ์จริง เพราะเพิ่งตายและเกิด
4 แต่หากแค่สัตว์(ผู้เอกพีชี)ก้าวลงสู่ครรภ์ แล้วแตกดับสลายไปเลย ปรินิพพานไปเลย
เหมือนจะดีกว่าสกทาคามีผู้ยังต้องกลับมาสู่โลกนี้ อีกคราวเดียว ถึงปรินิพาน อีกหรือครับ
-          การอยู่ในครรภ์ มีเวลาประมาณ 9 เดือน ไม่ได้หมายถึงก้าวลงสู่ครรภ์ปุ๊บ จะบรรลุอรหันต์อย่างรวดเร็ว
-          ละสังโยชน์ 3 เท่ากัน แค่กิเลสเบาบางต่างกัน
-          เหตุที่บรรลุได้เร็ว ก็ตามความเห็นข้อ3



(มีต่อ)

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-2-2016 09:09:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด

จุดที่ผมตั้งข้อสังเกตุ
1 เอกพีชี พระพุทธเจ้าไม่ได้ใช้คำว่า “ท่องเที่ยว” เหมือน โกลังโกละ หรือ สัตตักขัตตุปรมะ
2 ความหมายหรือคำจำกัดความของ”ชาติ” ของ มนุษย์
3 การบรรลุอรหันต์ของเอกพีชี ในช่วงเป็นภพผมว่าก็ยังเป็นไปได้ ดูตัวอย่างสิ้นสังโยชน์5-4จำพวก ยิ่งพวกนี้จะไปแตะหรือแตะในภพเทวดา ยิ่งเป็นชาติเร็วแต่ก็ยังบรรลุได้ ขณะที่เอกพีชีมีเวลาประมาณหลายเดือน (รูปขันธ์-เป็นแค่ภพช่วงต้นหลายเดือน เป็นชาติช่วงท้ายๆ ขณะอยู่ในครรภ์-เป็นคำจำกัดความตามความเห็นส่วนตัวครับ ส่วนขันธ์อื่นก็สมบูรณ์มีชาติขณะเป็นมนุษย์ตั้งแต่หยั่งลงในครรภ์แล้ว-จุดนี้ที่ผมเห็นว่าพระพุทธเจ้าไม่ใช้คำว่าท่องเที่ยว)
4 การอยู่ในครรภ์ มีทั้งภพ และ ชาติ เห็นด้วยแล้วครับว่าเอกพีชี อาจมีเป็นชาติอยู่ แต่ยังมีความเห็นว่าไม่ได้ออกจากครรภ์ ตายในครรภ์

- เป็นการถก กันในคำของพระพุทธเจ้า เฉยๆครับ ผมไม่ได้ยึดถือว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพราะ พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกสอนเรื่องนี้มาก
ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 21:52:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๐
262....ข้าพระองค์หาได้เป็นผู้รับฟังท่านเหล่านั้นไม่ ก็ข้า
พระองค์เป็นสาวกของพระองค์   ชั้นโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยง มีอันจะ
ตรัสรู้ใน    เบื้องหน้า ฯ
......
[๒๖๕] ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่สองอย่างนี้ว่า
     เราจุติจากทิพยกายแล้ว ละอายุอันมิใช่ของมนุษย์แล้ว        เป็นผู้ไม่หลง จักเข้าสู่ครรภ์
ในตระกูลอันเป็นที่พอใจของเรา       ดังนี้    จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส
เห็นปานนี้ ฯ

---------------------
ลองอ่านพระสูตรเต็มเอานะครับ
ขอแสดงความเห็นครับ
1.ท้าวสักกะ เป็นสัตตักขัตตุปรมะ
2." เป็นผู้ไม่หลง จักเข้าสู่ครรภ์" โสดาบันมีสติก้าวลงสู่ครรภ์
ทำให้ผมยังมีความเห็นว่า เอกพีชี ตายในครรภ์

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-1-2017 22:14:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1. จากสูตรนี้ทำให้พิจารณาได้ว่า เทวดาโสดาบัน สามารถพัฒนาอินทรีย์ต่อไปได้ ในกรณีของท้าสสักกะ สามารถเปลี่ยนจากโสดาบันไปเป็นอนาคามี และจะปรินิพพานที่สุทธาวาส (ชั้นอกนิฏฐา)

2. การเป็นผู้ไม่หลงเข้าสู่ครรภ์ ด้วยความเพียงแค่นี้ ก็ยังไม่ได้หมายถึงโสดาบันเอกพีชีต้องตายในครรภ์เท่านั้น

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ ผมยังติดใจ เอกพีชีไม่ใช้คำว่าตระกูลเหมือนโกลังโกละ  โพสต์เมื่อ 5-1-2017 08:04
123
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 16-9-2019 18:10 , Processed in 0.092838 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน