กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: อัครา

เอกพีชี ได้เกิดเป็นมนุษย์หรือไม่ หรือว่าตายในครรภ์ครับ

[คัดลอกลิงก์]

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:38:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
   เราจงเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่อย่างสดชื่นแท้จริงทั้งภายนอกและภายใน, มีแววตาสุกใสแสดงนิมิตแห่งความเยือกเย็นอยู่เสมอ. ข้อนี้ จะเป็นตัวอย่างแก่มนุษย์ผู้มีทุกข์เต็มอก มีแววตาขุ่นข้นเพราะภายในถูกแผดเผาด้วยอำนาจความโลภ ความโกรธ และความไม่ได้ตามใจหวัง. แม้ภายนอกแสดงเพศแห่งสมณะผู้สงบ แต่ภายในเต็มไปด้วยความตริตรึกร่านรนเช่นเดียวกับเพศฆราวาสแล้ว ก็ไม่อาจเป็นตัวอย่างแก่มหาชนในโลก และจะกลายเป็นคนตาบอดช่วยจูงคนตาบอดไป. เราจะเป็นตัวอย่างการบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ผู้อื่นอย่างสูงสุด โดยไม่มีการตอบแทนเสมอทุกเวลา, ด้วยอำนาจเมตตานุภาพนี้จะทำให้มหาชนเกิดมีความอารีแก่กันและกัน. เราจะสละสุขเพื่ออบรมโลกในคุณธรรมข้อนี้โดยจะเป็นตัวอย่างแห่งผู้รู้จักบริโภคใช้สอยแต่พอยังชีวิตให้เป็นไปสะดวก รวบรวมทุนที่เหลือจากการบริโภคฟูมฟาย มาบำเพ็ญประโยชน์สุขอย่างอื่น และแก่ผู้อื่นที่กำลังได้รับทุกข์
   พระอรหันต์ครั้งกระโน้น หรือครั้งไหนก็ตาม ไม่ได้มีชีวิตอยู่อย่างขี้เกียจโดยผู้อื่นรู้ไม่ทัน หรือเอาเปรียบมหาชนด้วยการหลีกออกหาความสุขแต่ผู้เดียว, ที่แท้ เป็นผู้ที่คอยทำตัวอย่างแห่งบุคคลที่มีใจเป็นสุขให้มหาชนดูอยู่ทุก ๆ เวลาตลอดชีวิต. มหาชนเจือจานท่านเพียงแต่ให้อาหารพอประทังชีพ, เครื่องนุ่งห่มท่านพอใจแสวงหาเอาจากท่านผ้าที่พวกมนุษย์ทิ้ง มาทำขึ้นใช้สอย, เสนาสนะท่านพอใจตามธรรมชาติ ซึ่งอำนวยแก่ความสุขทางใจ เช่น ถ้ำและโคนไม้เป็นต้น, ยาแก้โรคก็แสวงเท่าที่จะได้มาง่าย ๆ, แต่ท่านกลับทำประโยชน์อย่างสูงให้แก่มหาชน ด้วยการคอยอบรมมนุษย์ให้มีเมตตาอารี ให้มีใจสงบสุข เพราะปลงตกไม่ต้องเดือดร้อนใจ เพราะความรัก ความกลัว และเหตุแห่งทุกข์อย่างอื่น ๆ, ด้วยการทำตัวอย่างให้ดู.
   สำหรับมนุษย์ที่มุ่งความเจริญฝ่ายโลกิยะนั้น พระอรหันต์เป็นตัวอย่างแห่งความอดทนความหนักแน่น แลความเพียร ให้ดู, เพราะวิธีการของความเป็นพระอรหันต์ ต้องเริ่มกระทำด้วยอธิษฐานใจ ตามทำนองที่พระองค์ตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย, พวกเธอทั้งหลายจงตั้งความเพียรด้วยการอธิษฐานใจว่า เลือดเนื้อจงแห้งไป เหลืออยู่แต่กระดูกกับเอ็นก็ตาม หากยังไม่บรรลุอันพึงได้ด้วยกำลังเรี่ยวแรงของมนุษย์เพียงใด จักไม่หยุดความเพียรนั้นเสีย” สำหรับเด็ก ๆ, วิธีการแห่งความเป็นพระอรหันต์ย่อมอบรมให้อดทนมั่นคงสม่ำเสมอสัตย์ซื่อกตัญญูกตเวที ให้รู้จักทำใจให้เป็นสุขไปตั้งแต่ต้นทีเดียว ตัดเชื้อโรคทางใจเสียแต่ต้นมือ ก่อนแต่จะกินตัวเป็นผู้ใหญ่ปกครองตน แล้วก็แก้ไขไม่ได้จนตาย, ไม่ได้สอนให้มักน้อยจนเกียจคร้าน เพราะผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้ว ก็ยังบำเพ็ญเพียรเพื่อประโยชน์ผู้อื่นอยู่เสมอไป และยังเป็นตัวอย่างหรืออบรมให้รู้จักอดทนต่อธรรมชาติ เช่น หนาว ร้อน เป็นต้น มุ่งเอาประโยชน์สำเร็จเป็นเกณฑ์. สำหรับคนแก่ชรา ก็เป็นตัวอย่างแห่งคนผู้ดับจิตไปด้วยความสุขสงบ ไม่กระวนกระวาย, เพราะตามธรรมดาพระอรหันต์เป็นตัวอย่างแห่งบุคคลชนิดที่เรียกกันว่า อาจยืนยิ้มได้ในระหว่างกองเพลิง ซึ่งกำลังลามเข้ามาเผาตัวอยู่แล้ว.

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:38:17 |ดูโพสต์ทั้งหมด
   การทำให้ดูจริง ๆ ดีกว่าการสอนด้วยปาก หรือเขียนหนังสือให้อ่าน. ๑ เฟื้อง ของการทำจริง ๆ ให้ดูเท่ากับ ๑ หาบของการสอนด้วยปาก. เราจงเดินตามรอยพระอรหันต์ด้วยการถือหลักเช่นนั้นเถิด, ประโยชน์สุขจะเกิดแก่พวกเรา, ประเทศของเรา, และแก่โลก.
   วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เป็นวิทยาศาสตร์เหมาะสำหรับรูปธรรมเพียงใด อริยวิทยาศาสตร์เก่าแก่ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ก็เหมาะสำหรับนามธรรมเพียงนั้น. บัดนี้วิทยาศาสตร์ใหม่ได้วิ่งก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองไปมากแล้ว วิทยาศาสตร์เก่าจะมัวล้าหลังอยู่อย่างเดิมทำไมกัน. นามธรรมสำคัญกว่ารูปธรรม ! เพื่อความเอ็นดูกรุณาแก่วิทยาศาสตร์แห่งรูปธรรม อันแล่นเข้าสู่ปากแห่งปีศาจมืด คืออวิชชาและตัณหาอันเป็นส่าเชื้อของความทุกข์มานานแล้วนั้น อริยวิทยาศาสตร์แห่งนามธรรม
จงรีบแล่นไปคู่เคียงกับวิทยาศาสตร์แห่งรูปธรรมเพื่อช่วยเหลือเถิด, โลกจะสงบเป็นสุข และหมุนไปตามเกลียวแห่งความสุขได้ ถ้าวิทยาศาสตร์แห่งรูปธรรมและนามธรรมเข้าผสมกำกับกันไป. นามธรรมที่ฝึกดีแล้วย่อมมีอำนาจเหนือรูปธรรมทั้งหมด, จึงเป็นอันหวังได้ว่าวิทยาศาสตร์แห่งนามธรรมจะสามารถควบคุมวิทยาศาสตร์แห่งรูปธรรมของโลก ให้เป็นไปราบรื่นปราศจากทุกข์ได้, และเมื่อนั้น ก็คือ ศรีอารยสมัย ! สมัยแห่งอริยเจ้าอันรุ่งเรือง.
   มนุษย์โลกได้ละเลยวิทยาศาสตร์เก่าแก่ของพระพุทธเจ้าให้ตกอยู่เบื้องหลัง, ต่างหมุนมาเพลินอยู่กับวิทยาศาสตร์ใหม่. แม้สาวกบางพวกของพระองค์ ก็กำลังแพ้อำนาจความยั่วยวนของวิทยาศาสตร์ใหม่ จนคล้ายทรยศต่อพระองค์ผู้เป็นสังฆบิดร. ข้อนี้อะไรเป็นเหตุ และเป็นมาตั้งแต่เมื่อไร ถึงจะค้นได้ก็ไม่เป็นประโยชน์นัก แต่อาจกล่าวได้อย่างถูกและง่ายที่สุดว่า มันเป็นไปตามกฎแห่งอนิจฺจํ ที่พระองค์ทรงแนะไว้เช่นนั้น. ก็เมื่อสาวกของพระองค์ อาจลืมตัวหมุนไปรักวิทยาศาสตร์
ใหม่ เพราะกฎความไม่เที่ยงได้แล้ว เขาพากันหมุนกลับไปหาวิทยาศาสตร์เก่า ตามกฎแห่งความไม่เที่ยงนั้นอีก ไม่ได้หรือ. ถ้าพระธรรมยังคงเป็นพระธรรมอยู่ก็ย่อมได้. จึงเป็นอันหวังได้ว่า อริยวิทยาศาสตร์เก่าแก่ของพระองค์อันมีการค้นคว้าและทดลองด้วยวิปัสนาธุระนั้น จะถูกฟื้นฟูให้กลับสู้สถานะเดิมขึ้นมาอีก เพื่อความสุขของมหาชนในโลกทั้งสิ้น.

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:38:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
   ทำไมจึงมีผู้ออกความเห็นว่า แม้พุทธสาสนาก็ต้องหมุนไปตามสมัยใหม่. เขาผู้กล่าวทราบความต่างกันแห่งวิทยาศาสตร์ใหม่ กับอริยวิทยาศาสตร์เก่าแห่งพุทธสาสนาดีแล้วหรือ. อริยสัจจ์แปลว่ากฎที่จริงและคงที่แน่นอนที่สุดในบรรดากฎทั้งปวง, จะต้องหมุนไปตามสมัยใหม่ด้วยหรือ, ถ้าเช่นนั้น พระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่ มิต้องตรัสอริยสัจเป็นอีกอย่างไปหรือ ? พระพุทธเจ้าองค์ใหม่จะยกไว้ก็ได้ เพราะเป็นอนาคตวิสัยยังมาไม่ถึงและยังไม่มา, แต่สำหรับพระพุทธเจ้าองค์เก่านั้น คงไม่
กลับความจริงที่พระองค์ทรงตรัสไว้แล้ว ซึ่งเป็นที่รวบรวมความจริงทั้งสิ้นอันมีอยู่ในสาสนาของพระองค์ ให้กลายเป็นอื่นไปโดยแน่นอน. พระองค์ยังทรงยืนยันว่าของจริงต้องเป็นอย่างนี้เสมอ ถึงหากพระพุทธเจ้าองค์อื่นก็ต้องตรัสอย่างนี้. และยิ่งกว่านั้น คงไม่ทรงอนุมัติให้หลักความจริงของพระองค์หมุนไปตามสมัยใหม่ แม้สาวกบางพวกที่ชอบการเจริญอย่างใหม่ขอร้อง. อริยวิทยาศาสตร์เก่าแก่ จงคงอยู่อย่างเก่าให้บริสุทธิ์เถิด, วิทยาศาสตร์ใหม่ จะเป็นผู้ตามได้อย่างดีที่สุดเอง, มิฉะนั้นโลกจะต้องได้รับของปลอมและไม่แน่นอนเข้าไว้เป็นที่พึ่ง เป็นแน่ !
   ขอบรรดาท่านผู้เป็นสาวกของพระองค์ทั้งหลาย จงช่วยกันฟื้นฟูฐานะของ อริย
วิทยาศาสตร์ ให้แก่โลกซึ่งกำลังกระหายเถิด, จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้แก่โลก เป็นเจ้าหนี้ของโลก เป็นที่เคารพของโลก เพราะท่านนำโลกไปสู่ความสุขที่ถูกต้อง, และจะเป็นการกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ผู้เสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว แต่ยังทรงประสงค์ให้เราทำตามรอยพระองค์อย่างบริสุทธิ์. เพราะเราบวชอุทิศต่อประองค์ หรือต่อวิทยาศาสตร์อย่างเก่า ไม่ใช่อุทิศต่อความรู้ หรือความเจริญอย่างใหม่ เราจำต้องรู้จักหน้าที่ของเรา, รู้จักความที่เราเป็นผู้ซื่อตรงต่อตนเอง, ต่อพระองค์, และต่อโลกที่พากันนับถือเราว่า เป็นผู้สืบสาสนาของพระองค์ไว้. เราจะพยายามแสดงอริยวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายนามธรรมให้แก่โลก ด้วยการทำให้ดูด้วยตนเองจริง ในการสละสุขเจืออามิสคือเหยื่อในโลก - เป็นการกระทำที่แม้ว่าเราจะตายเสียแต่ขณะลงมือ ก็ยังได้รับผลคือ ความดีล้นเหลือจนอิ่มอกอิ่มใจได้, นั่นคือการดำเนินชีวิตตามรอยพระอรหันต์ผู้หมดจดนั่นเอง, และเป็น ทานบารมีอย่างสูงสุดด้วย.

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:39:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เหรียญ เมื่อ 11-2-2016 11:47

   กลับความจริงที่พระองค์ทรงตรัสไว้แล้ว ซึ่งเป็นที่รวบรวมความจริงทั้งสิ้นอันมีอยู่ในสาสนาของพระองค์ ให้กลายเป็นอื่นไปโดยแน่นอน. พระองค์ยังทรงยืนยันว่าของจริงต้องเป็นอย่างนี้เสมอ ถึงหากพระพุทธเจ้าองค์อื่นก็ต้องตรัสอย่างนี้. และยิ่งกว่านั้น คงไม่ทรงอนุมัติให้หลักความจริงของพระองค์หมุนไปตามสมัยใหม่ แม้สาวกบางพวกที่ชอบการเจริญอย่างใหม่ขอร้อง. อริยวิทยาศาสตร์เก่าแก่ จงคงอยู่อย่างเก่าให้บริสุทธิ์เถิด, วิทยาศาสตร์ใหม่ จะเป็นผู้ตามได้อย่างดีที่สุดเอง, มิฉะนั้นโลกจะต้องได้รับของปลอมและไม่แน่นอนเข้าไว้เป็นที่พึ่ง เป็นแน่ !
   ขอบรรดาท่านผู้เป็นสาวกของพระองค์ทั้งหลาย จงช่วยกันฟื้นฟูฐานะของ อริย
วิทยาศาสตร์ ให้แก่โลกซึ่งกำลังกระหายเถิด, จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้แก่โลก เป็นเจ้าหนี้ของโลก เป็นที่เคารพของโลก เพราะท่านนำโลกไปสู่ความสุขที่ถูกต้อง, และจะเป็นการกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ผู้เสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว แต่ยังทรงประสงค์ให้เราทำตามรอยพระองค์อย่างบริสุทธิ์. เพราะเราบวชอุทิศต่อประองค์ หรือต่อวิทยาศาสตร์อย่างเก่า ไม่ใช่อุทิศต่อความรู้ หรือความเจริญอย่างใหม่ เราจำต้องรู้จักหน้าที่ของเรา, รู้จักความที่เราเป็นผู้ซื่อตรงต่อตนเอง, ต่อพระองค์, และต่อโลกที่พากันนับถือเราว่า เป็นผู้สืบสาสนาของพระองค์ไว้. เราจะพยายามแสดงอริยวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายนามธรรมให้แก่โลก ด้วยการทำให้ดูด้วยตนเองจริง ในการสละสุขเจืออามิสคือเหยื่อในโลก - เป็นการกระทำที่แม้ว่าเราจะตายเสียแต่ขณะลงมือ ก็ยังได้รับผลคือ ความดีล้นเหลือจนอิ่มอกอิ่มใจได้, นั่นคือการดำเนินชีวิตตามรอยพระอรหันต์ผู้หมดจดนั่นเอง, และเป็น ทานบารมีอย่างสูงสุดด้วย.
   รอยเท้าแห่งพระอรหันต์จริง ๆ ได้สาบสูญไป ยังเหลือตำราที่เขียนเรื่องราวไว้เท่านั้น. จะสาบสูญไปตั้งแต่เมื่อไร ก็ไม่จำเป็นต้องคิดอีก เพราะเป็นอดีตารมณ์. ตำราที่เขาเขียนไว้นั่นก็เหมือนกัน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเรียนให้จบ เราจะทราบความจริงแห่งนามธรรม จากกระดาษซึ่งเป็นรูปธรรมนั้นไม่ได้, เราจะรู้เพียงแต่แนวทางที่จะเอาไปคิดไปตรอง. พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความเพียรเครื่องให้รู้นั้น เขาจะต้องทำเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้ที่ชี้ทางเท่านั้น. ตั้งแต่ครั้งกระโน้นมาจนถึงบัดนี้เคยมีผู้เรียนจบตำราเหล่านั้นเป็นอันมาก แต่เขาไม่ได้บรรลุคุณวิเศษอะไร นอกจากเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและรวยลาภก็มี. ถ้าเพียงแต่เรามีตำราเหล่านี้ไว้ หรือจำเนื้อความในตำรานั่นได้อย่างเดียว เรายังคงไม่อาจเห็นอริยสัจอันเป็นความจริงของโลกได้อยู่นั่นเอง, เราจงชวนกันก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่ง คือการทำให้จริง ๆ ตามที่เราเรียนกันมาแล้ว. สภาพแห่งนามธรรมเป็นสิ่งที่ต้องค้นด้วยใจ และด้วยความเพียงอันแยบคายในที่สงัดปราศจากการรบกวนของวัตถุกามและกิเลสกาม. พระศาสดาทรงสอนให้เราเสพที่สงัด คือ ป่าไม้ โคนไม้ และสุญญาคาร เช่น ถ้ำ เป็นต้น ก็เพื่อช่วยให้เราพบเราเห็นได้ง่ายเข้า.

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:39:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
   พระศาสดาของเราทั้งหลาย ประสูติ ณ พื้นดิน ใต้โคนไม้สาละในสวนลุมพินี ตรัสรู้กลางพื้นดิน ซึ่งมีหญ้าคารองแต่บาง ๆ ใต้ต้นไม้โพธิที่พุทธคยา และทรงปรินิพพาน แทบพื้นดินใต้โคนไม้สาละ เพียงแต่มีสังฆาฏิรองเท่านั้น, ยิ่งกว่านั้นเป็นส่วนมาก เมื่อพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ก็ทรงประทับแทบพื้นดินโคนไม้เสมอ ๆ ทั้งนี้บ่งว่าชีวิตของพระองค์วิเวก ไม่คลุกคลีเสพเสนาสนะอันสงัดอย่างจริงจัง ก็ไม่ควรเดา หรือคาดคะเนเอาว่า เราไม่อาจบำเพ็ญความดีวิเศษให้เกิดขึ้นแก่ตนได้
ตามที่กล่าวสอนไว้. เราควรจะตัดบ่วงในใจที่ผูกมัดเรากับความคลุมคลี สนุกสบายนั่นเสีย, เราจักรักษาเกียรติของการเสพเสนาสนะสงัดชนิดที่พระองค์เคยทรงใช้ได้ผลดีมาแล้ว ถึงกับทรงแนะนำพวกเราไว้, และจักรักษาเกียรติแห่งความเป็นสมณะสากยบุตรของพวกเราเอง ด้วยการตั้งใจทำจริง ๆ อย่างสัตย์ซื่อต่อตัวเอง และต่อมหาชนก็จะพบผลแห่งอริยวิทยาศาสตร์แห่งนามธรรม ซึ่งเป็นความจริงอันไม่เปลี่ยนแปลงนั้น ใจเราก็จะเป็นไทยไม่เป็นทาสต่ออะไร ๆ ในโลกมีอำนาจเหนือ
วิทยาศาสตร์ฝ่ายรูปธรรม, อาจควบคุมโลกให้สงบเย็น เช่นเดียวกันสารถีที่ชำนาญควบคุมม้าพยศได้เรียบร้อยเหมือนกัน.
   ตะวันตกเจริญด้วยวิทยาศาสตร์อย่างใหม่ จนเป็นครูตะวันออกในเรื่องนี้. ส่วน
ตะวันออก ก็เคยเป็นเจ้าของอริยวิทยาศาสตร์อย่างเก่า ซึ่งแม้บัดนี้เหลือแต่ตำราเสียแล้ว ไม่มีการกระทำจริง ๆ ในขั้นเผล็ดผล, ถึงกระนั้น ตะวันตกก็ยังให้เกียรติยศแก่ตะวันออก ในฐานที่เคยเป็นเจ้าของ และตำรายังมีอยู่มาก เขาจะขอตำรานั้นไปคิดค้น. ตะวันตกต้องการวิทยาศาสตร์ของพระพุทธเจ้า, ความนับถือของตะวันตกจึงยังคงมีอยู่ต่อตะวันออก. เมื่อใด ตะวันตกได้ตำราเพียงพอและมีการคิดค้นด้วยการกระทำจริง ๆ ขึ้นแล้ว เมื่อนั้น ความนับถือจะคลายไป ตะวันออกก็จะกลายเป็นต้องนับถือตะวันตกไปทั้งสองอย่าง เพราะมัวล้าหลังอยู่. การมีตำราหรือรู้เนื้อความในตำรา. แต่ไม่ทำตามตำรานั้น จะเก็บเกี่ยวผลตามที่กล่าวไว้ในตำราอย่างไรได้. การเรียนรู้ กับการทำจริง ๆ ย่อมต่างกันมาก ! การตรัสรู้เกิดจากการกระทำจริง ๆ ไม่ได้เกิดจากความรู้ในกระดาษ. พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เพราะการกระทำความเพียรด้วยใจจริง ๆ. ความรู้ในกระดาษเป็นเพียงเครื่องชี้ทางเท่านั้นถ้ายังไม่ได้ทำอะไรลงไปก็เกือบจะไม่ได้ผลเลย เช่นเดียวกับเรียนวิชาแพทย์แล้วไม่ได้ทำอะไร ก็ไม่มีประโยชน์แก่คนเจ็บ.

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:40:16 |ดูโพสต์ทั้งหมด
   เราจะนอนรออุปนิสัย หรือจะพยายามทำเอาด้วยกำลังของบุรุษ – ด้วยความเพียรของบุรุษอย่างที่พระองค์ตรัสสอน ! ถ้าการเรียนในกระดาษอย่างเดียวเป็นการจบกิจที่ต้องทำแล้วพรหมจรรย์ในพุทธสาสนาก็ไม่ใช่ของลึกดังที่กล่าวไว้. สำหรับการเรียนที่ตั้งใจเรียนเพื่อหวังออกจากทุกข์มาเดิมก็พอทำเนา แต่ถ้าเป็นการเรียนที่ตั้งต้นด้วยใจเห่อต่อลาภยศแล้ว ก็เป็นการตั้งต้นที่ผิดพลาดหรือไขว้เขว. ข้างไหนจะใกล้อันตรายกว่ากัน, ข้างไหนจะหมุนไปฝ่ายโลกียะ, และข้างไหนจะหมุนไปข้างโลกุตระได้ง่ายกว่า ย่อมเป็นสิ่งที่พอจะมองเห็นได้. เพียงแต่เรียนอย่างเดียว เราจะหวังกอบกำผลของอริยวิทยาศาสตร์แห่งนามธรรมไว้ในกำมือได้อย่างไร.
   ชีวิตแห่งบุคคลผู้ครองเรือนก็คือชีวิตทีมีที่อยู่อาศัยใหญ่โต มีการเลี้ยงดูมาก มีกิจกังวลมาก มีข้าวของเป็นกรรมสิทธิ์มาก ไม่จำกัดว่าจะแต่งกายเป็นเพศบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ เพราะไม่ได้หมายเอาเพศ แต่หมายเอาแบบความอยู่แห่งชีวิต คือรูปและนาม ที่เป็นไปด้วยอาการอย่างไรต่างหาก. ชีวิตที่ไม่มีเรือนก็มีนัยเดียวกัน ถ้าเขาปราศจากเรือนไม่มีข้าวของ นอกจากเครื่องนุ่งห่มที่ปิดกาย และภาชนะสำหรับใส่อาหารรับประทานใบเดียว ปรารถนาอยู่แต่ความไม่มีทุกข์แล้ว เขาจะแต่งกายเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต ก็เรียกว่าอนาคาริกบุคคลได้ทั้งนั้น, นี่ย่อมเห็นได้ว่า หลักธรรมทางใจ ไม่ได้มุ่งหมายเอาเพศหรืออาการภายนอกเป็นเกณฑ์ . เราจะต้องบำเพ็ญด้วยใจ ภายในห้วงแห่งความคิดอั้นละเอียดและตั้งใจทำจริง ๆ อันได้แก่การกระทำตามรอยพระอรหันต์ จะพบวิทยาศาสตร์แห่งนามธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่โลกได้ และเราจะรักษาเกียรติยศนี้ไว้ให้แก่ตะวันออกได้อย่างเดิม
ทั้งเป็นประโยชน์แก่โลก ซึ่งกำลังกระหายความจริงและความสุขสงบอย่างมากนั้น อีกด้วย.
   เราจะเร่งเดินตามรอยพระอรหันต์กันเถิด ! พวกอนาคาริกบุคคล จะต้องรับหน้าที่ทำตนเป็นตัวอย่างแก่อาคาริกบุคคล. หนังสือเล่มนี้กล่าวเฉพาะหลักปฏิบัติของอนาคาริกบุคคลผู้จะเป็นตัวอย่างเท่านั้น. ประเทศสยามเรา เป็นประเทศที่ได้รับยกย่องจากโลก ให้เป็นประเทศหนึ่ง ในบรรดาประเทศที่มีพุทธสาสนารุ่งเรือง. แต่ในสมัยที่วงการแห่งพุทธสาสนาเจริญด้วยปริยัติ เนื่องจากเรามีพระเจ้าแผ่นดินเป็นสาสนูปถัมภก และมีการศึกษาปริยัติธรรมเจริญมากนี้ เรายังไม่มีบุคคลผู้ใดที่ได้รับผลอันสูงสุดของพุทธสาสนามาแสดงให้เป็นที่พอใจแก่โลกได้ เพราะเรายังไม่ก้าวหน้าให้ลุล่วงไปจริง ๆ อีกก้าวหนึ่ง คือก้าวแห่งการปฏิบัติธรรมชั้นสูง ตามรอยพระอรหันต์ อย่างที่เราเรียนกันมาอย่างมากมายแล้วนั้น. เรายังไม่มีใครที่ได้ผลทางใจ จนอาจพิสูจน์ให้โลกเห็นได้ว่าวิทยาศาสตร์ของพระพุทธเจ้าดับทุกข์ภายในหัวใจของสัตว์ทั้งหลายได้โดยเด็ดขาด ท่ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ดับทุกข์ทางกายภายนอกได้จริง ๆ. เราจงพยายามเพื่อจะเดินตามรอยพระอรหันต์ ยังมีชีวิตให้ล่วงไปวันหนึ่ง ๆ ด้วยการเดินเข้าไปใกล้ผลอันสูงสุดในพุทธสาสนาตามหน้าที่ของเราด้วย การสละสิ่งที่เป็นอุปสรรคทุก ๆ อย่างเสียเถิด !.
   

33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:41:11 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ต่อไปนี้ จะได้นำเอาพระบาลี ๓ สูตร ที่แสดงรอยทางแห่งการดำเนินของพระอรหันต์ เริ่มตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส ได้ออกบวชจนถึงบรรลุผลเป็นลำดับ ๆ ที่เข้าใจได้ง่ายทั้งอย่างย่อและอย่างพิสดาร มาตั้งเป็นหัวข้อแล้วยกเอาเนื้อความจากบาลีและอรรถกถาอื่น ๆ มาอธิบายประกอบเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะเรียนให้จบพระไตรปิฎก แต่สนใจในการที่จะหยั่งเอาผลการปฏิบัติจริง ๆ. รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเองผู้หนึ่ง ซึ่งต้องการจะมีส่วนในการช่วยกันส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของพระองค์ให้รุ่งเรือง ต่อจากปริยัติธรรมที่ได้รุ่งเรืองมาแล้วในยุคอันสมมติกันว่าเป็นกึ่งพุทธกาล นี้.

เพื่อเห็นแก่พระรัตนตรัย ด้วยการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเป็นของประเสริฐจริง, เห็นแก่ชาติประเทศอันเป็นที่รักของเรา ด้วยการรักษาเกียรติยศแห่งการก้าวหน้าของพุทธสาสนาประเทศไว้ไม่ให้ล้าหลังเขา, และ เห็นแก่ภาคตะวันออกของโลก ซึ่งเป็นบ้านเกิดแห่งอริยวิทยาศาสตร์ทางใจของพระพุทธเจ้ามานาน, ขอเราจงช่วยกันส่งเสริมวิธีการแห่งปฏิปัตติสัทธรรม คือการเดินตามรอยพระอรหันต์ อันเป็นก้าวสุดท้ายที่จะได้บรรลุถึงการเก็บเกี่ยวผลจากสาสนาอันสุดประเสริฐ จงเต็ม
ความสามารถทุก ๆ รูปทุกนาม เทอญ.

พุทธทาสภิกขุ
๒๗ สิงหาคม ๒๔๗๕


33

กระทู้

1

เพื่อน

2299

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1203
ความดี
563
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
26-8-2018
โพสต์เมื่อ 11-2-2016 11:44:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมเห็นว่าเป็นอีกบทความที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้สนใจในธรรม

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 13-2-2016 21:31:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระพุทธเจ้าใช้คำว่าภพ ยังไม่เป็นชาติ ไม่เหมือน โกลังโกละ ที่ใช้คำว่าตระกูล (มนุษย์)
แสดงว่า เอกพีชีตายในครรภ์ ไม่ได้เกิดออกจากครรภ์

***************************
ไม่เช่นนั้นครับ แต่การกล่าวว่าเป็นภพ นั้นคือเป็นธรรมที่เกิดมาแต่เหตุเป็นเบื้องต้นแห่งเอกพีชี

--------------
ข้อสงสัย
1 การนับว่าเป็นชาติ ในภพมนุษย์ หรือ ตระกูล นับจากตรงไหน

**********************************
ชาติ  เป็นธรรมที่เกิดมาแต่เหตุ คือ ภพ
การถือว่า เป็นชาติ เกิดจากการได้มาซึ่งภพแล้วครับ
ชาติย่อมเกิดมีขึ้นหลังจากการที่อาศัยซึ่งธาตุทั้ง ๖

การมาสู่ตระกูล หมายถึง การได้มาบังเกิดในภพของมนุษย์เจริยแล้วด้วยข้าวสุก ขนมสด

101

กระทู้

6

เพื่อน

5336

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3798
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 14-2-2016 00:10:12 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ
1 ค้นหา "เอกพีชี" มี 2 พระสูตร 23/216,24/63
2 เอกพีชี พระพุทธเจ้า ใช้คำว่า "บังเกิดยังภพมนุษย์นี้ครั้งเดียว"
  โกลังโกละ  - "ท่องเที่ยว อยู่ ๒-๓ ตระกูล"
  สัตตักขัตตุปรม - "ท่องเที่ยวอยู่ยังเทวดาและมนุษย์ ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง"
(พิจารณาตามที่เเปล ไม่รู้บาลี)
3 การเป็นเอกพีชี ผมคิดว่าน่าจะได้เป็นก่อนตาย ไม่ใช่ขณะกำลังตายได้ฟังธรรม ก็จะเป็นอีกกรณี (ฟังธรรมก่อนตายจะสิ้นสังโยชน์5)
จากคุณสมบัติของเอกพีชี

"อีกประการหนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล กระทำพอประมาณในสมาธิ ในปัญญา บุคคลนั้นเป็นเอกพีชี เพราะสังโยชน์สิ้นไป บังเกิดยังภพ
มนุษย์นี้ครั้งเดียว จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ดูกรสารีบุตรนี้บุคคลจำพวกที่ ๗ ... ฯ"

นั่นคือ เอกพีชี รู้จักสติปัฏฐาน4 น่าจะมีสติก่อนตาย --> เมื่อตายปุ๊บ วิญญาณก็จะไปจับนามรูป ปรุงตัวต่อในครรภ์ปั๊บ
เนื่องจากเป็นจิตที่ต่อเนื่องกัน --> น่ายังไม่หลงสติ น่าจะยังพิจารณาในธรรมอยู่ เห็นชัดตามความเป็นจริงแล้วว่าตายจากร่างเก่า กำลังปรุงตัวอยู่ในร่างใหม่ --> น่าจะรู้ชัดด้วยปัญญาตามความเป็นจริง จริงๆเลย --> ว่า ขันธ์5ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเเปรปรวนเป็นธรรมดา --> รู้ชัดว่านั่นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา --> ย่อมเบื่อหน่ายในขันธ์5 คลายกำหนัด สละคืน ปล่อยไป ไม่พัวพัน --> หลุ่ดพ้น --> วิญญาณไม่ตั้งอาศัยในนามรูป --> ปรุงตัวต่อไม่ได้ --> ตายในครรภ์
4 เป็นการจะไปแตะและแตะภพ คล้ายลักษณะของ อนาคามี4จำพวก ที่ยังไม่เกิดเป็นชาติ แล้วหลุดพ้น
5 เหตุที่ไม่เหมือนกับอนาคามี 4 จำพวกนั้นเพราะความต่างเเห่งอินทรีย์ แต่มีที่เหนือกว่านิดหน่อย ตรงพระสูตร 24/63 คือ เอกพีชี เชื่อมั่นในพระพุทธเจ้าตั้่งแต่ก่อนตายแล้ว (สมบูรณ์ด้วยทิฐิตั้งแต่ก่อนตาย)

ข้อสังเกต
1 พระพุทธเจ้าใช้คำต่างกันมาก ระหว่าง "บังเกิดยังภพมนุษย์" กับ "ท่องเที่ยว อยู่ ๒-๓ ตระกูล" หรือ "ท่องเที่ยวอยู่ยังเทวดาและมนุษย์ ๗ ครั้งเป็นอย่างยิ่ง"

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-11-2019 19:56 , Processed in 0.046400 second(s), 17 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน