กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2820|ตอบกลับ: 10

ข้อสงสัยใน ชาณุสโสณีสูตร เกี่ยวกับให้ทานเพื่อสำเร็จแก่ญาติผู้ล่วงลับ

[คัดลอกลิงก์]

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 6-2-2016 19:56:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๔
ชาณุสโสณีสูตร
     [๑๖๖] ครั้งนั้นแล ชาณุสโสณีพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับได้
ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่ควรส่วน
ข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ท่านโคดมผู้เจริญพวกข้าพเจ้าได้นามว่าเป็น
พราหมณ์ ย่อมให้ทาน ย่อมทำความเชื่อว่า ทานนี้ต้องสำเร็จแก่ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้ว
ขอญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วจงบริโภคทานนี้ ท่านโคดมผู้เจริญ ทานนั้นย่อมสำเร็จแก่ญาติ
สาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วหรือญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้นย่อมได้บริโภคทานนั้นหรือ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ทานนั้นย่อมสำเร็จในฐานะแล ย่อมไม่สำเร็จในอฐานะ ฯ.....

......พ. ดูกรพราหมณ์ ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่นของทายกนั้นที่เข้าถึง
ฐานะนั้นมีอยู่ ญาติสาโลหิตเหล่านั้นย่อมบริโภคทานนั้น ฯ
ชา. ท่านโคดมผู้เจริญ ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่เข้าถึงฐานะนั้น และ
ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่นของทายกนั้น ก็ไม่เข้าถึงฐานะนั้น ใครเล่าจะบริโภค
ทานนั้น ฯ
พ. ดูกรพราหมณ์ ฐานะที่จะพึงว่างจากญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วโดยกาลช้านาน
เช่นนี้ มิใช่ฐานะมิใช่โอกาสที่จะมีได้ อีกประการหนึ่ง แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล
     ชา. ท่านโคดมผู้เจริญ ย่อมตรัสกำหนดแม้ในอฐานะหรือ ฯ
     พ. ดูกรพราหมณ์ เรากล่าวกำหนดแม้ในอฐานะ ดูกรพราหมณ์ บุคคลบางคนในโลก
นี้ เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ... มีความเห็นผิด บุคคลนั้นย่อมให้ข้าว น้ำ ผ้ายาน มาลา ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป แก่สมณพราหมณ์ บุคคลนั้นเมื่อตายไป ย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของช้าง เขาย่อมได้ข้าว น้ำ มาลาและเครื่องอลังการต่างๆ ในกำเนิดช้างนั้น.....


-------------------------
ข้อสงสัยคือ
1 พรหมณ์ ให้ทาน เเบบไหน เป็นการให้โดยนำอาหารไปวางเฉยๆ หรือ นำอาหารไปให้แก่สมณพรหมณ์คนอื่น
2 พรหมณ์ เวลาให้ทาน จะไห้กับใคร ให้กับ สมณพรหมณ์ที่มีศักดิ์สูงกว่าหรือครับ (จะให้สมณพรหมณ์ที่มีศีลสูงกว่าก็ไม่ทราบว่าจะวัดว่ามีศีลสูงกว่ากันยังไงกรณี ไม่รู้จัก หรือ มีศีลใกล้ๆกัน)
3 "ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่น" ญาติเหล่าอื่นเป็นอย่างไร

ความเห็น
1 พรหมณ์ น่าจะให้ทานเเบบ ให้ สิ่งของแก่ สมณพรหมณ์คนอื่น เพราะ
  1.1 ใช้คำว่า ทาน
  1.2 พระพุทธเจ้าตรัส  แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล ทายก น่าจะหมายถึงผู้ให้ แล้ว มีผู้รับด้วย
2 พรหมณ์ เวลาให้ทาน น่าจะให้กับ สมณพรหมณ์ที่มีศักดิ์สูงกว่า
3 ญาติผู้ล่วงลับเหล่าอื่น น่าจะเป็นญาติในชาติก่อนๆ สมัยเป็นมนุษย์เท่านั้น เพราะ เทวดา เปรต เดรัจฉาน สัตว์นรก คงไม่มีการนับญาติกัน

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ


19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 6-2-2016 21:45:07 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ข้อสงสัยคือ
1 พรหมณ์ ให้ทาน เเบบไหน เป็นการให้โดยนำอาหารไปวางเฉยๆ หรือ นำอาหารไปให้แก่สมณพรหมณ์คนอื่น
*********************
จากบริบทต่างๆ ทานที่พราหมณ์ให้ จะให้แก่พราหมณืด้วยกันเองบ้าง แก่บรรพชิตบ้าง และแก่คฤหัส



2 พรหมณ์ เวลาให้ทาน จะไห้กับใคร ให้กับ สมณพรหมณ์ที่มีศักดิ์สูงกว่าหรือครับ (จะให้สมณพรหมณ์ที่มีศีลสูงกว่าก็ไม่ทราบว่าจะวัดว่ามีศีลสูงกว่ากันยังไงกรณี ไม่รู้จัก หรือ มีศีลใกล้ๆกัน)
**********************
ชานุสโสณีพราหมณ์เป็นผู้เล่าด้วยตนเองแก่พระศาสดาว่า ควรให้ทานแก่พราหมณ์ผู้ได้วิชชา ๓ และในอีกสูตรมีการกล่าวว่า ควรให้แก่บรรพชิต มากกว่าคฤหัส

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ไม่ใช่วางไว้เฉยๆที่หลุมศพ หรือ ตั้งโต๊ะไหว้  โพสต์เมื่อ 6-2-2016 22:37
อัครา  ขอบคุณครับได้ความกระจ่างคือ อยากให้อาหารญาติที่ตายก็ให้ทักขิเนยบุค...  โพสต์เมื่อ 6-2-2016 22:36

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 6-2-2016 22:49:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 6-2-2016 23:25

ขอบคุณ คุณคมสัน มากครับ
ได้ความกระจ่างคือ
1 ทานให้ผลกับญาติผู้ล่วงลับ ต้องมีผู้รับ
2 การไหว้ที่หลุมศพ หรือ ตั้งโต๊ะไหว้ ทานนั้นไม่สำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ
3 แม้ หลังไหว้เสร็จ จะเอามากินกัน ก็ไม่ถือว่า ทานนั้น มีผู้รับ เพราะไม่ได้มีเจตนาว่าจะให้คนกิน แต่ เจตนาจะให้ผู้ล่วงลับ ทำให้ไม่สำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ
4 การนำของไหว้มาให้คนกินต่อ เป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มี หรือ เจตนาให้ญาติกิน ก็ได้ส่วนบุญ จากการให้ทาน เฉพาะทายก ไม่สำเร็จถึงญาติผู้ล่วงลับ เพราะตอนเอาของไหว้มาให้ญาติกิน ไม่ได้ตั้งเจตนา ให้ผลทานที่เอาของไหว้ให้ญาติกินมีผลถึงญาติผู้ล่วงลับ
- วิธีให้สำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ คือ ถ้าเรายังแก้ทิฐิญาติที่เอาอาหารไปไหว้ เซ่น ที่หลุมศพ หรือตั้งโต๊ะไหว้ไม่ได้ ก็ให้เจ้าของอาหารนั้น ตั้งเจตนาอีกครั้ง ว่าการที่เอาอาหารไปให้ญาติกินนี้ ให้มีผลสำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ อีกครั้ง ทานนั้นก็สมบูรณ์แล้วสำเร็จแล้วถึงญาติผุู้ล่วงลับ คือ 1 มีผู้ให้ 2มีของ 3ผู้รับ 4เจตนาให้สำเร็จถึงญาติผู้ล่วงลับ (ได้บุญทั้งคนให้ มีผลสำเร็จถึงญาติผู้ล่วงลับ)
5 ทานจะมีสำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ ต้องมีผู้รับ คือ เดรัจฉาน หรือ มนุษย์ เท่านั้น
6 ผลของทาน ที่มีส่วนมากอีกอย่าง คือผู้รับ โดยเราให้สัตว์แล้วตั้งเจตนาให้สำเร็จถึงญาติผุ้ล่วงลับ ทานนั้นก็มีผล แต่มีผลน้อย ควรให้แก่ทักขิเนยบุคคล ยิ่งเป็นสังฆทานยิ่งดี

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 7-2-2016 09:21:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จากพระสูตร ชาณุสโสณีสูตร ผมสรุปได้ความอย่างนี้

1. ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมไม่มีไม่ให้ผล
ผลทานที่ให้นั้นไม่สูญเปล่าแก่ทายกนั้น
ผลแห่งทานแม้ไม่มีผู้รับ ผู้ให้ทานนั้นย่อมได้รับผลแห่งทานนั้นไม่ขาดตกบกพร่องไป

2. ทานที่มีผู้รับ ผู้ให้ย่อมสำเร็จด้วยการให้นั้น

3. สัตว์นรก เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา
ยังอัตภาพแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไปบังเกิดในภพนั้นด้วยอาหารของสัตว์นั้นๆ

4.ฐานะแห่งทานอุทิศให้แก่ผู้ตายที่เป็นญาตินั้น
ถ้าผู้นั้นตายไปแล้ว ไปเกิดอยู่ในภูมิของเปรตแล้ว
นั่นเป็นฐานะที่จะได้รับผลแห่งการอุทิศนั้น

5. ไม่มีเลยที่ญาติผู้ล่วงลับของเราที่จะไม่หลงเหลือเป็นเปรตอยู่

6. ผู้ถึงพร้อมด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐ กับ ผู้ถึงพร้อมด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐
ทั้งสองนั้นเป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า...
แต่ผลต่างของ ผู้ถึงพร้อมด้วยกุศลกรรมบถ ๑๐
เมื่อกายแตกทำลายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
ส่วนผู้ถึงพร้อมด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐
เมื่อกายแตกทำลายไปย่อมเข้าถึงกำเนิดเดรัจฉาน
และทานที่ให้นั้นไม่สูญเปล่า(ทั้งสองกรณี)
ทานย่อมให้ผลแก่ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นที่บังเกิดของอัตภาพนั้นๆของสัตว์เหล่านั้น

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 7-2-2016 15:31:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 7-2-2016 23:01

ขอบคุณมากครับ

1. ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมไม่มีไม่ให้ผล
ผลทานที่ให้นั้นไม่สูญเปล่าแก่ทายกนั้น
ผลแห่งทานแม้ไม่มีผู้รับ ผู้ให้ทานนั้นย่อมได้รับผลแห่งทานนั้นไม่ขาดตกบกพร่องไป

ผู้รับในที่นี้ คือ ผู้รับทาน หรือ ญาติผู้ล่วงลับครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 8-2-2016 21:40:27 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อัครา ตอบกลับเมื่อ 7-2-2016 15:31
ขอบคุณมากครับ

1. ทานที่บุคคลให้แล้วย่อมไม่มีไม่ให้ผ ...

ผู้รับในที่นี้ คือ ผู้รับทาน หรือ ญาติผู้ล่วงลับครับ
-----------------------------------------
ในกรณีนี้ที่สรุป หมายถึง กรณีที่ทายกมีเจตนาให้ทานแก่ผู้รับทาน คือญาติผู้ล่วงลับ

หากทายกมีเจตนาให้ทานนั้น แก่ญาติผู้ล่วงลับเพื่อหวังให้บริโภค
หากญาติผู้ล่วงไปไม่ได้อยู่ในฐานะแห่งการรับทานบริโภคนี้
ผลแห่งทานนั้นไม่ขาดตกบกพร่องไปแก่ทายก เช่น
กรณีเทวดามีอาหารของเทวดา ไม่ใช่ฐานะที่เทวดาจะมารับทานนั้น

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 8-2-2016 22:54:46 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 8-2-2016 21:40
ผู้รับในที่นี้ คือ ผู้รับทาน หรือ ญาติผู้ล่วงลับครั ...

ขอบคุณครับ
----------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๔ หน้า244
ชา. ท่านโคดมผู้เจริญ ก็ถ้าญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ไม่เข้าถึงฐานะนั้น และ
ญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วแม้เหล่าอื่นของทายกนั้น ก็ไม่เข้าถึงฐานะนั้น ใครเล่าจะบริโภค
ทานนั้น ฯ
     พ. ดูกรพราหมณ์ ฐานะที่จะพึงว่างจากญาติสาโลหิตผู้ล่วงลับไปแล้วโดยกาลช้านาน
เช่นนี้ มิใช่ฐานะมิใช่โอกาสที่จะมีได้ อีกประการหนึ่ง แม้ทายกก็เป็นผู้ไม่ไร้ผล ฯ
-----------
ขอแสดงความเห็นว่า
1 กรณีเราเจาะจงญาติผู้ล่วงลับคนนั้น ถ้าคนนั้นไปภพอื่่นที่ไม่ใช่เปรต ก็คงไม่ได้รับ
แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราไม่ว่างจากญาติผู้ล่วงลับของเราที่ยังเป็นเปรตอยู่ (ญาติเหล่าอื่น)
2 นั่นคือ ผมว่า เราควรให้ทานแล้วตั้งเจตนาทั้งเจาะจงแก่ญาติผู้ล่วงลับในชาตินี้และไม่เจาะจงแก่ญาติผู้ล่วงลับเหล่าอื่นของเรา ทานนั้น จะได้ไม่เสียประโยชน์

ข้อสงสัย (อาจจะล่วงเลยปัญหาเสียแล้ว)
1 ถ้าเราไม่เจาะจงให้สำเร็จประโยชน์แก่ญาติผู้ล่วงลับของเรา คนหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ญาติผู้ล่วงลับคน,กลุ่มไหนจะได้, ได้คนเดียวหรือหลายคน , ถ้าหลายคนใครได้ก่อนได้หลัง ได้มากได้น้อย

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

7

กระทู้

3

เพื่อน

525

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
355
ความดี
87
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-7-2017
โพสต์เมื่อ 10-2-2016 12:19:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ ขอบพระคุณสำหรับคำถามและคำตอบนะคะ

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 17-3-2016 18:59:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
3 ญาติผู้ล่วงลับเหล่าอื่น น่าจะเป็นญาติในชาติก่อนๆ สมัยเป็นมนุษย์เท่านั้น เพราะ เทวดา เปรต เดรัจฉาน สัตว์นรก คงไม่มีการนับญาติกัน
แก้ความเห็นครับ
ญาติผู้ล่วงลับเหล่าอื่น น่าจะเป็นญาติในชาติก่อนๆ สมัยไม่ได้เป็นโอปปาติกะ เกิดขึ้นเอง ไม่ได้มีมารดาบิดา จึงไม่มีญาติ

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไรโปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

101

กระทู้

6

เพื่อน

5338

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3800
ความดี
818
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 24-12-2017 10:26:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำไมยังมีบางท่าน มีความเห็นว่า การวางอาหาร โดยไม่มีผู้รับ ญาติที่เป็นเปรตจะได้รับอาหารนั้นครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 13-12-2019 02:57 , Processed in 0.256127 second(s), 30 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน