กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1883|ตอบกลับ: 7

มหาปุริสลักษณะ จากพระโอษฐ์

[คัดลอกลิงก์]

2847

กระทู้

11

เพื่อน

2หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
11731
ความดี
5447
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2019
โพสต์เมื่อ 25-2-2012 05:29:07 |ดูโพสต์ทั้งหมด
๗. ลักขณสูตร(๓๐)
[๓/๑๓๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของ    ท่านอนาถบิณฑิก
เศรษฐี เขตพระนครสาวัตถีณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัส เรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว       พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระมหาบุรุษผู้สมบูรณ์ด้วยมหาปุริสลักษณะ๓๒ ประการเหล่านี้ ย่อมมีคติเป็นสองเท่านั้น   ไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือน จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรมเป็นใหญ่ในแผ่นดินมีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ทรงชนะ แล้ว มีราชอาณาจักรมั่นคง สมบูรณ์ด้วยแก้ว๗ ประการ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คฤหบดีแก้ว ปริณายกแก้วเป็นที่๗  พระราชบุตรของพระองค์มีกว่าพันล้วนกล้าหาญ มีรูปทรงสมเป็นวีรกษัตริย์  สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้ พระองค์ทรงชำนะโดยธรรม โดยเสมอ
มิต้องใช้ศัสตรา มิต้องใช้อาชญามิได้มีเสนียด ครอบครองแผ่นดิน มีสาครเป็นขอบเขต มิได้มีเสาเขื่อน มิได้มีนิมิต ไม่มีเสี้ยนหนามสำเร็จ แพร่หลาย   มีความเกษม สำราญ ถ้าเสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิตจะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคา คือ กิเลสอันเปิดแล้วในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลายมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการนั้น เป็นไฉน ซึ่งพระมหาบุรุษประกอบแล้วย่อมมีคติเป็นสองเท่านั้นไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯลฯ อนึ่ง ถ้าพระมหาบุรุษนั้นเสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลกดูกรภิกษุทั้งหลาย พระมหาบุรุษในโลกนี้
ลกฺขณสุตฺตํ
[๓/๑๓๐]   เอวมฺเม  สุตํ  ฯ  เอกํ  สมยํ  ภควา  สาวตฺถิยํ  วิหรติ เชตวเน  อนาถปิณฺฑิกสฺสาราเม ฯ  ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ
ภิกฺขโวติ   ฯ   ภทนฺเตติ   เต   ภิกฺขู  ภควโต  ปจฺจสฺโสสํ  ฯ  ภควา เอตทโวจ    ทฺวตฺตึสิมานิ    ภิกฺขเว    มหาปุริสสฺส   มหาปุริสลกฺขณานิ เยหิ  สมนฺนาคตสฺส  มหาปุริสสฺส  เทฺว  ว    คติโย  ภวนฺติ  อนญฺญา  สเจ  อคารํ   อชฺฌาวสติ  ราชา  โหติ  จกฺกวตฺติ  ธมฺมิโก  ธมฺมราชา  จาตุรนฺโต  
วิชิตาวี     ชนปทฏฺฐาวริยปฺปตฺโต    สตฺตรตนสมนฺนาคโต ตสฺสิมานิ    สตฺต   รตนานิ   ภวนฺติ   เสยฺยถีทํ   จกฺกรตนํ   หตฺถิรตนํ อสฺสรตนํ     มณิรตนํ     อิตฺถีรตนํ     คหปติรตนํ    ปริณายกรตนเมว สตฺตมํ  ฯ ปโรสหสฺสํ   โข  ปนสฺส  ปุตฺตา  ภวนฺติ  สูรา  วีรงฺครูปา  ปรเสนปฺปมทฺทนา  ฯ   โส   อิมํ   ปฐวึ  สาครปริยนฺตํ  อขีลํ  อนิมิตฺตํ อกณฺฏกํ  อิทฺธํ  ผีตํ  เขมํ  สิวํ  นิรพฺพุทํ    อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน สเมน    อภิวิชิย  อชฺฌาวสติ  สเจ  โข  ปน  อคารสฺมา  อนคาริยํ ปพฺพชติ    อรหํ    โหติ    สมฺมาสมฺพุทฺโธ    โลเก   วิวฏจฺฉโท   ฯ
กตมานิ  ตานิ  ภิกฺขเว  ทฺวตฺตึส  มหาปุริสสฺส  มหาปุริสลกฺขณานิ  เยหิ สมนฺนาคตสฺส  มหาปุริสสฺส  เทฺว  ว    คติโย  ภวนฺติ  อนญฺญา
สเจ   อคารํ   อชฺฌาวสติ   ราชา   โหติ   จกฺกวตฺติ  ฯ  สงฺขิตฺตํ  ฯ สเจ  โข  ปน  อคารสฺมา  อนคาริยํ  ปพฺพชติ  อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ  โลเก    วิวฏจฺฉโท   ฯ   

2847

กระทู้

11

เพื่อน

2หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
11731
ความดี
5447
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2019
โพสต์เมื่อ 25-2-2012 05:31:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kp1032 เมื่อ 25-2-2012 05:34

[๓/๑๓๐] มหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการนั้น เป็นไฉน ซึ่งพระมหาบุรุษประกอบแล้วย่อมมีคติเป็นสองเท่านั้น ไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯลฯ อนึ่ง ถ้าพระมหาบุรุษนั้น เสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

กตมานิ  ตานิ  ภิกฺขเว  ทฺวตฺตึส  มหาปุริสสฺส  มหาปุริสลกฺขณานิ  เยหิ  สมนฺนาคตสฺส  มหาปุริสสฺส  เทฺว  ว    คติโย  ภวนฺติ  อนญฺญา
สเจ   อคารํ   อชฺฌาวสติ   ราชา   โหติ   จกฺกวตฺติ  ฯ  สงฺขิตฺตํ  ฯ สเจ  โข  ปน  อคารสฺมา  อนคาริยํ  ปพฺพชติ  อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ


These thirty-two marks peculiar to a Great Man; and for that Great Man who possesses them, only two careers are open.
If he lives the household life, he will become a ruler, a wheel-turning righteous monarch of the law, conqueror of the four quarters, who has established the security of his realm and is possessed of the seven treasures.
But if he goes forth from the household life into homelessness, he will become an Arahant, a fully-enlightened Buddha, who has drawn back the veil from the world.

ทฺวตฺตึส  มหาปุริสสฺส  มหาปุริสลกฺขณา / มหาปุริสลักษณะของพระมหาบุรุษ ๓๒ ปะการ
Tawattimsa mahapurisassa mahapurislakhana : The thirty-two marks peculiar to a Great Man

๑. สุปติฏฺฐิตปาโท โหติ   ฯ / มีพระบาทประดิษฐานเป็นอันดี
(1) Supatitdhitapadho hoti : He has feet with level tread•
๒. เหฏฺฐาปาทตเลสุ   จกฺกานิ   ชาตานิ  โหนฺติ  สหสฺสารานิ สเนมิกานิ  สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ / ณ พื้นภายใต้ฝ่าพระบาททั้ง ๒ ของพระมหาบุรุษ มีจักรเกิดขึ้น มีซี่กำ  ข้างละพัน มีกง มีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง
(2) Hetdhapatatalesu cakkani jatani honti sahassarani sanemikani sanapikani sappakaraparipurani : On the soles of his feet are wheels with a thousand spokes, complete with felloe and hub.
๓. อายตปณฺหิ  โหติ  ฯ / มีส้นพระบาทยาว ฯ
(3) Ahyatapanhi hoti : He has projecting heels.      
๔. ทีฆงฺคุลี  โหติ  ฯ / มีพระองคุลียาว ฯ
(4) Tekangkule hoti : He has long fingers and toes.
๕. มุทุตลนหตฺถปาโท  โหติ ฯ/ มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม ฯ
(5) Mututalanahattapadho hoti : He has soft and tender hands and feet.      
๖. ชาลหตฺถปาโท  โหติ   ฯ /  มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย ฯ
(6) Jalahattapadho hoti : His hands and feet are net-like•
๗. อุสฺสงฺขปาโท   โหติ   ฯ /  มีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ ฯ
(7) Ussangkapato hoti : He has high-raised ankles•     
๘. เอณิชงฺโฆ   โหติ  / มีพระชงฆ์รีเรียวดุจแข้งเนื้อทราย ฯ
(8) Aenijangkho hoti : His legs are like an antelope's.
๙. ฐิตโก  ว  อโนนมนฺโต   อุโภหิ   ปาณิตเลหิ   ชนฺนุกานิ   ปริมสติ   ปริมชฺชติ   ฯ / เสด็จสถิตยืนอยู่มิได้น้อมลง เอาฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองลูบคลำได้ถึงพระชาณุทั้งสอง ฯ
(9) Titako va anonamanto upohi panitalehi jannukani parimasati parimajjati : Standing and without bending, he can touch and rub his knees with either hand.
๑๐. โกโสหิตวตฺถคุโยฺห   โหติ  ฯ / มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก ฯ
(10) Kosohitavattakuyoha hoti : His male organs are enclosed in a sheath.     

2847

กระทู้

11

เพื่อน

2หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
11731
ความดี
5447
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2019
โพสต์เมื่อ 25-2-2012 05:35:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
๑๑. สุวณฺณวณฺโณ    กาญฺจนสนฺนิภตโจ  ฯ / มีพระฉวีวรรณดุจวรรณะแห่งทองคำ คือ มีพระตจะ ประดุจหุ้มด้วยทอง ฯ
(11) Suwannawanno kancanasannipataco : His complexion is bright, the colour of gold.
๑๒. สุขุมจฺฉวี โหติ  สุขุมตฺตา  ฉวิยา รโชชลฺลํ  กาเย น อุปลิปฺปติ ฯ/ มีพระฉวีละเอียด เพราะพระฉวีละเอียด ธุลีละอองจึงมิติดอยู่ในพระกายได้ฯ
(12) Sukumacjave hoti sukumatta javiya ra jojalam kaye na upalippati : His skin is delicate and so smooth that no dust can adhere to his body.   
๑๓. เอเกกโลโม   โหติ   เอเกกานิ   โลมานิ   โลมกูเปสุ   ชาตานิ   ฯ / มีพระโลมชาติเส้นหนึ่งๆ เกิดในขุมละเส้นๆ ฯ
(13) Aekekalome hoti aekenaki lomani lomakupesu jatani : His body-hairs are separate, one to each pore.
๑๔. อุทฺธคฺคโลโม   โหติ  อุทฺธคฺคานิ  โลมานิ  ชาตานิ  นีลานิ  อญฺชนวณฺณานิ  กุณฺฑลาวตฺตานิ    ทกฺขิณาวตฺตกชาตานิ ฯ /  มีพระโลมชาติมีปลายงอนช้อยขึ้นข้างบน มีสีเขียว มีสีเหมือนดอกอัญชัญ ขดเป็นกุณฑลทักษิณาวัฏ ฯ
(14) Uttakkalomo hoti uttakkani lomani jatani nelani  anjanavannani kuntalavattani takkinavataka jatani : His body-hairs grow upwards, each one bluish-black like collyrium, curling in rings to the right.     
๑๕. พฺรหฺมุชุคตฺโต โหติ  ฯ/ มีพระกายตรงเหมือนกายพรหม ฯ
(15) Prommujukatto hoti : His body is divinely straight.
๑๖. สตฺตุสฺสโท  โหติ  ฯ / มีพระมังสะเต็มในที่ ๗ สถาน ฯ
(16) Sattussadho hoti : He has the seven convex surfaces.   
๑๗. สีหปุพฺพทฺธกาโย  โหติ ฯ / มีกึ่งพระกายท่อนบนเหมือนกึ่งกายท่อนหน้าของสีหะ ฯ
(17) Sihapuppatakayo hoti : The front part of his body is like a lion's.
๑๘. ปิตฺตนฺตรํ โส   โหติ   ฯ /  มีระหว่างพระอังสะเต็ม ฯ
(18) Pittantaram so hoti : There is no hollow between his shoulders.
๑๙. นิโคฺรธปริมณฺฑโล   โหติ   ยาวตกฺวสฺส  กาโย  ตาวตกฺวสฺส พฺยาโม   ยาวตกฺวสฺส   พฺยาโม  ตาวตกฺวสฺส  กาโย  ฯ / มีปริมณฑลดุจไม้นิโครธ วาของพระองค์เท่ากับพระกายของพระองค์ พระกายของพระองค์ก็เท่ากับวาของพระองค์ ฯ
(19) Nikorataparimundhalo hoti yavatakvassa kayo tavatakvassa payamo yavatakvassa payamo tavatakvassa kayo : He is proportioned like a banyan-tree: the height of his body is the same as the span of his outstretched arms, and conversely.
๒๐. สมวฏฺฏกฺขนฺโธ  โหติ   ฯ /  มีลำพระศอกลมเท่ากัน ฯ
(20) Samavattakkanto hoti : His bust is evenly rounded.
๒๑. รสคฺคสคฺคี   โหติ   ฯ /  มีปลายเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหารอันดี ฯ
(21) Rasakkasakki hoti : He has a perfect sense of taste.
๒๒. สีหหนุ   โหติ  ฯ / มีพระหนุดุจคางราชสีห์ ฯ
(22) Sihahanu hoti : He has jaws like a lion's.
๒๓. จตฺตาฬีสทนฺโต โหติ   ฯ / มีพระทนต์ ๔๐ ซี่ ฯ
(23) Cattarisatanto hoti : He has forty teeth.
๒๔. สมทนฺโต  โหติ  ฯ / มีพระทนต์เรียบเสมอกัน ฯ
(24) Samatanto hoti : His teeth are even.
๒๕. อวิรฬทนฺโต  โหติ  ฯ / มีซี่พระทนต์ไม่ห่าง ฯ
(25) Aviralatanto hoti : There are no spaces between his teeth.
๒๖. สุสุกฺกทาโฐ  โหติ   ฯ /  มีพระเขี้ยวขาวงาม ฯ
(26) Susukkatato hoti :  His canine teeth are very bright.
๒๗. ปหูตชิโวฺห โหติ  ฯ / มีพระชิวหายาว ใหญ่ฯ
(27) Pahutajivoha hoti : His tongue is very long & large.
๒๘. พฺรหฺมสฺสโร  โหติ  กรวิกภาณี โหติ   ฯ /  มีพระสุรเสียงดุจเสียงแห่งพรหม ตรัสมีสำเนียงดังนกกรวิก ฯ
(28) Prommassaro hoti karavikapani hoti : He has a Brahma-like voice, like that of the karavika-bird.
๒๙. อภินีลเนตฺโต   โหติ  ฯ / มีพระเนตรดำสนิท [ดำคม] ฯ
(29) Apineelanetto hoti : His eyes are deep blue.
๓๐. โคปขุโม  โหติ  ฯ / มีดวงพระเนตรดุจตาแห่งโค ฯ
(30) Kopakhumo hoti : He has eyelashes like a cow's.
๓๑. อุณฺณา  ภมุกนฺตเร  ชาตา โหติ โอทาตา  มุทุ  ตูลสนฺนิภา ฯ / มีพระอุณณาโลมบังเกิด ณ ระหว่างพระขนง มีสีขาวอ่อน ควรเปรียบด้วยนุ่น ฯ
(31) Unna pamukantare jata hoti otata mutu tulasannipa : The hair between his eyes is white and soft like cotton down.
๓๒. อุณฺหีสสีโส  โหติ  ฯ / มีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ ฯ
(32) Unhesaseso hoti : His head is like a royal turban.
The thirty-two marks of a Great Man.
+++++++++

2847

กระทู้

11

เพื่อน

2หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
11731
ความดี
5447
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2019
โพสต์เมื่อ 25-2-2012 05:46:08 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มีหลายพระสูตรที่พระศาสดาทรงตรัสไว้ แล้วมีผู้อื่นนำไปบอกต่อ ซึ่งพระไตรปิฎกก็นำมาลงบันทึกซ้ำ ณ ต่างกรรม ต่างวาระ
ถ้าจะอ้างอิงพุทธวจนอย่างองอาจต้องออกแรงมากหน่อย แต่ถ้านำมาเพื่อบอกว่าไม่ใช่พุทธวจน ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณ

10

กระทู้

8

เพื่อน

994

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
679
ความดี
5
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
15-3-2013
โพสต์เมื่อ 26-2-2012 01:14:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อืม...ต้องกราบอนุโมทนาสามจบครับ คุณkp1032 ช่วยได้มากมายเลยครับ ช่างเป็นผู้ที่ให้ความกระจ่างแก่ข้าพเจ้า เป็นเเบบอย่างได้ดีจริงๆ ต้องแบบนี้ถึงจะเป็นพุทธบริษัทที่เลิศสมควรแล้วๆสาธุๆๆครับ
สิ่งใดมีความเกิด เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมด มีความดับไป เป็นธรรมดา

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 31-5-2017 04:33:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอเสริมครับขอ ที่14. นั้น ฝรั่งแปลว่าสีดำ พระไตรปิฎกไทยก็แปลว่าดำ ซึ่งผิดหมดนะครับ

เพราะในคำบาลีบอกชัดเจนว่านีลังแถมบอกดอกไม้ที่เปรียบเทียบชัดเจนว่า เขียวดุจอัญชัญ แต่สมัยโบราณไม่มีศัพท์คำว่าสีน้ำเงิน ดังนั้น ขน ของพระพุทธองค์ สีน้ำเงินเข้มเหมือนดอกอัญชัญ ครับผม  ไม่ใช่สีดำที่พระไตรปิฎกแปลและพระไตรปิฎกฝรั่งแปลครับ

2847

กระทู้

11

เพื่อน

2หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
11731
ความดี
5447
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-10-2019
โพสต์เมื่อ 31-5-2017 06:12:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
นีลานิ  อญฺชนวณฺณานิ    /    มีสีเขียว มีสีเหมือนดอกอัญชัญ    /    bluish-black like collyrium

(สีหมอกเมฆนิลกาฬ)

bluish-black = very dark blue or dark green (off black)

น่าจะตรงกับคำไทยที่วา  เขียวปี  เขียวอือ  หรือเขียวจนดำน่ะแหละ

6

กระทู้

0

เพื่อน

200

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
105
ความดี
49
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
20-1-2018
โพสต์เมื่อ 1-6-2017 00:35:40 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย undeath13 เมื่อ 1-6-2017 00:42

ไม่ใช่สิ bluish-black = very dark blue or dark green (off black)  ต้องเป็น  very dark blue ครับไม่ใช่เขียว (dark green) และ bluish-black แปลว่าสีกรมครับ ประมาณนี้   ดูไกลๆก็ดำนะแต่ถ้าแสงแดดสะท้อนก็จะออกน้ำเงินชัดเจน  

เพราะพุทธวจนก็บอกอยู่ว่า "อญฺชนวณฺณานิ" สีเขียวดุจดอกอัญชันและ ดอกอัญชันเป็นสี dark blue ครับ

ถ้าเขียวที่หมายถึงสีเขียว พระสูตรจะเปรียบเทียบเป็นดอกอุบลนั้นก็คือเขียวดอกบัวนั้นเอง

อย่าลืมครับคนโบราณเรียกสี น้ำเงิน สีฟ้า ว่าสีเขียวเหมือนกัน

ส่วนฝรั่งแปลถูกละครับ ผมมึนเอง ฝรั่งแปลว่สีกรมท่า bluish-black  ส่วน สีหมอกเมฆนิลกาฬ, นิลกาฬน่ะคือไพลิน และไพลิน มีสีน้ำเงินเข้มครับเหมือนดอกอัญชันเลย
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 18-10-2019 01:29 , Processed in 0.059735 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน