กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1707|ตอบกลับ: 9

มาร เทพ พรหม บันดาล

[คัดลอกลิงก์]

7

กระทู้

3

เพื่อน

525

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
355
ความดี
87
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-7-2017
โพสต์เมื่อ 19-12-2015 21:15:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออนญาตเรียนถามค่ะ บังเอิญได้ยิน พอจ อ่านพระสูตรเรืองรุกขเทวดาบันดาลไม่ให้ต้นไม้ออกดอกผลเพราะไม่พอใจมนุษย์  ท้าวสักกะเทวราชจึงบันดาลพายุพัดให้ต้นไม้ล้มรากชี้ฟ้า จึงเกิดความสงสัยว่า  สรุปแล้ว มาร เทพ พรหม สามารถบันดาลอะไรๆ ให้แก่มนุษย์ได้หรือไม่คะ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 19-12-2015 21:33:59 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ ยังเป็นผู้มีอุปาทานอยู่ ย่อมถูกต้องด้วยผัสสะกันทั้งสิ้น
หากการดลบันดาล ของคุณผู้ถาม หมายถึง การกระทำกรรมต่อกัน
ก็เป็นไปได้อยู่แล้วครับ แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน เช่นสุนัข
ที่ยังต้องมากัดคนเดินเท้า ที่ไม่รู้เรื่อง ก็ฉันนั้น

เพราะต่างถูกต้องด้วยผัสสะ ที่มีผัสสะบังหน้าไว้ ถูกความเป็นของเสียดแทง เป็นฝักฝ่ายแห่งความคับแค้นมีอยู่
แต่ในสูตรเรื่องของกรรม ที่ทรงตรัสว่า กรรม ไม่ได้เกิดจากผู้ใดดลบันดาล
เพราะ แท้จริงแล้ว ทรงหมายถึง ผัสสะ เท่านั้นที่เป็นเหตุเกิดขึ้นของกรรม

บุคคลที่เรียกว่าสัตว์ เป็นผู้ไม่รู้ (ในวิชชา ว่าแท้จริงแล้ว ไม่ต้องมีสังขารใดต้องมาปรุงแต่งให้เกิดมีขึ้นก็ได้)
หากเป็นผู้รู้ว่า กรรมใดทั้งหลายนั้นเกิดขึ้นจากผัสสะ ไม่ได้มองโดยความเป็น สัตว์
เขาย่อมเห็นโดยตามที่เป็นจริง ของธาตุทั้งหลาย ที่มาประชุมกันให้เกิดมีขึ้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง แปรปรวนไป เกิดมีขึ้นเพราะปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น เห็นชอบด้วยปัญญาตรงตามที่เป็นจริงแล้ว
ย่อมไม่สำคัญมั่นหมายในสิ่งทั้งปวงเหล่านั้น นี้เป็นส่วนแห่งวิชชาที่เกิดมีขึ้น แล้ว
แต่เพราะความเป็นสัตว์ ผู้ยังมีอุปาทาน เขานั้นยังสำคัญมั่นหมาย
โดยความเป็นธาตุทั้งหลาย(ขันธ์ และ อายตนะ) ว่า ของเรา เป็นเรา และเป็นตัวตนของเรา
จึงมีคำว่า เรา เขา สัตว์ชื่อนั้น  สัตว์ชื่อนี้ เป็นผู้กระทำกรรม ครับ

แสดงความคิดเห็น

อัครา  สาธุ  โพสต์เมื่อ 19-12-2015 21:43

7

กระทู้

3

เพื่อน

525

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
355
ความดี
87
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-7-2017
โพสต์เมื่อ 19-12-2015 21:48:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 19-12-2015 21:33
ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ ยังเป็นผู้มีอุปาทานอยู่ ย่อมถู ...

ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ สาธุ สาธุ

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 23-1-2017 18:58:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zmata เมื่อ 7-6-2017 08:49

พระสูตร เทวดาจะทำร้ายภิกษุเพราะตัดต้นไม้จนโดนแขนทารกลูกของเทวดา
ตถาคตกล่าว เจตนาว่าเป็นกรรม ดังนั้นภิกษุไม่เจตนาจึงไม่เป็นกรรม แต่เกือบได้รับผลกรรมถูกเทวดาทำร้ายกลับ
โดยมีตถาคตช่วยพูดไกล่เกลี่ยจึงแก้กรรมได้ ?
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=02&A=8542&Z=8605

.........................................................................................................................................................
หลังตถาคตปรินิพพานแล้วมีเทวดาอุบัติมากมายจึงมิได้บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ดังนั้น เจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ(ไม่น่าใช่เอราวัณเทพบุตรในพระไตรปิฎก) เทพกวนอู เจ้าพ่อเห้งเจีย ฯลฯ อาจมีจริง หรือเทวดานางฟ้าบางองค์อาจแปลงกายเลียนแบบตามเทพนิยายเพื่อให้มนุษย์รู้สึกคุ้นเคยสนิทใจยิ่งขึ้น แต่ไม่สามารถบันดาลโชคลาภมากมายให้มนุษย์ร่ำรวยจากหน้ามือเป็นหลังมือ อาจช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นสัก 10% โดยมนุษย์ต้องพึ่งตนเองก่อนแล้ว 90%

และอย่าลืมคำสอนตถาคตว่า ไม่ใช่ทางดับทุกขอริยสัจยังเวียนว่ายเกิดดับ ซึ่งหลายคนก็รู้ว่าไม่เที่ยงไม่ยั่งยืนในที่สุดเป็นทุกขัง แต่ก็ไม่อยากมีทุกขเวทนาจึงขอให้เทวดาบันดาล รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ สฬายตนะภายนอกอันน่าพอใจให้ตนเอง ทำให้มีผัสสะเป็นเหตุเกิดกรรมอันน่าพอใจในชาตินี้ ชาติต่อๆไปก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยเป็นใครในชาตินี้

มนุษย์ส่วนใหญ่ตายแล้วจะเป็นโอปะปาติกะ วิญญาณสร้างกายใหม่เป็นกายอันสำเร็จด้วยใจ เช่น ผี เทวดา เปรต ฯลฯ มีสมองเหมือนเดิมจำเรื่องตอนเป็นมนุษย์ได้ แต่เมื่อผ่านไป 3 ชาติ จะลืม 2 ชาติที่ผ่านมา

แต่การเวียนว่ายเกิดดับในชาติต่อ ๆ ไป มีทุกขเวทนามากมาย มนุษย์ควรปรินิพพานเพื่อมิให้มีทุกขเวทนาเกิดขึ้นอีก และควรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อป้องกันบรรเทาทุกขเวทนาในชาตินี้ทั้งของเราเองและของคนอื่นด้วย

คลิปตัวอย่างคนมีสัมผัสพิเศษสื่อสารภาพและเสียงจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีสหายของเทวดาสิงสถิตอยู่ (เชิญเริ่มชมคลิปตั้งแต่เวลา 7:55 นาที)
https://youtu.be/P1F_BYNmHrM?t=7m55s

ในทางกลับกันสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ดลบันดาลให้ตายได้
ตัวอย่างคลิปคนมีสัมผัสพิเศษสื่อสารกับวิญญาณหลังความตายจนพบว่าศาลเจ้าที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งติดตามเอาชีวิตผู้ป่วยที่เดินทางผ่านประตูโรงพยาบาลด้วยวิธีกระชากวิญญาณจนตาย เหตุเพราะมีคนไปบนบานแล้วไม่ทำตามสัญญาหรือบนบานในทางผิด คนในหมู่บ้านหนึ่งจึงตายทุกวันที่ 5 ตลอด 5 เดือน จะได้เชื่อว่าศาลเจ้าที่เอาจริง
https://www.youtube.com/watch?v=uaQezeL4Rec

7

กระทู้

3

เพื่อน

525

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
355
ความดี
87
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-7-2017
โพสต์เมื่อ 25-2-2017 10:29:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
zmata ตอบกลับเมื่อ 23-1-2017 18:58
พระสูตร เทวดาจะทำร้ายภิกษุเพราะตัดต้นไม้จนโดนแขนทา ...

ขอบพระคุณอย่างยิ่งค่ะ สาธุ

แสดงความคิดเห็น

zmata  ถูกใจ  โพสต์เมื่อ 1-3-2017 15:40

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-3-2017 17:48:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เทวดาดลบันดาลให้นางฟ้าลงไปเกิดเป็นมาตุคามกายประณีตเป็นแม่ของพระโพธิสัตว์เวสสันดรอดีตชาติของตถาคต

[๑๐๔๕]
ดูกรผุสดี(นางเทพอัปสร)ผู้มีรัศมีแห่งผิวพรรณอันประเสริฐ ผู้มีอวัยวะส่วนเบื้องหน้างาม
เธอจงเลือกเอาพร ๑๐ ประการในปฐพีซึ่งเป็นที่รักแห่งหฤทัยของเธอ.
[๑๐๔๖]
ข้าแต่ท้าวเทวราช ข้าพระบาทขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าพระบาทได้ทำบาปกรรมอะไรไว้หรือ
ฝ่าพระบาทจึงให้ข้าพระบาทจุติจากทิพยสถานที่น่ารื่นรมย์ ดุจลมอัดต้นไม้ใหญ่ให้หักไป ฉะนั้น.
[๑๐๔๗]
บาปกรรมเธอมิได้ทำไว้เลย และเธอไม่เป็นที่รักของเราก็หาไม่
แต่บุญของเธอสิ้นแล้ว เหตุนั้น เราจึงกล่าวกะเธออย่างนี้
ความตายใกล้เธอเธอจักต้องพลัดพรากจากไป
จงเลือกรับเอาพร ๑๐ ประการนี้แต่เราผู้จะให้.
[๑๐๔๘]
ข้าแต่ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าสัตว์ทั้งปวง ถ้าฝ่าพระบาทจะประทานพรแก่ข้าพระบาทไซร้
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอให้ข้าพระบาทพึงเกิดในพระราชนิเวศน์ของพระเจ้าสีวิราช
ข้าแต่ท้าวบุรินททะ ขอให้ข้าพระบาท
(๑) พึงเป็นผู้มีจักษุดำเหมือนตาลูกมฤคี (มีอายุ ๑ ขวบปี) ซึ่งมีดวงตาดำ
(๒) พึงมีขนคิ้วดำ
(๓) พึงเกิดในราชนิเวศน์นั้นมีนามว่าผุสดี
(๔) พึงได้พระราชโอรสผู้ให้สิ่งอันประเสริฐ ผู้ประกอบเกื้อกูลในยาจกมิได้ตระหนี่ ผู้อันพระราชาทุกประเทศบูชา  มีเกียรติยศ
(๕) เมื่อข้าพระบาททรงครรภ์ขออย่าให้อุทรนูนขึ้น พึงมีอุทรไม่นูน เสมอดังคันศรที่นายช่างเหลาเกลี้ยงเกลา
(๖) ถันทั้งคู่ของข้าพระบาทอย่าย้อยยาน
(๗) ผมหงอกก็อย่าได้มี
(๘) ธุลีก็อย่าได้ติดในกาย
(๙) ข้าพระบาทพึงปล่อยนักโทษที่ถึงประหารได้
(๑๐) ขอข้าพระบาทพึงได้เป็นอัครมเหสีที่โปรดปรานของพระราชาในแว่นแคว้นสีวีฯ

ที่มา http://84000.org/tipitaka/read/v ... 511&pagebreak=0

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 20-3-2017 16:59:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ตถาคตดลบันดาลให้แผลที่ขาของอุบาสิกาหายสนิทแทนเนื้อเดิมที่ถูกเฉือนไปต้มให้ภิกษุป่วยดื่มกิน

ขณะนั้นเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก แล้วถือบาตรจีวรเสด็จไปสู่นิเวศน์ของอุบาสกสุปปิยะ ครั้นถึงแล้วประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ที่เขาจัดถวายพร้อมด้วยพระสงฆ์ จึงอุบาสกสุปปิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามอุบาสกสุปปิยะผู้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งว่า อุบาสิกาสุปปิยาไปไหนฯลฯ
ขณะนั้น อุบาสกสุปปิยะได้พยุงอุบาสิกาสุปปิยามาเฝ้า พร้อมกันนางได้เห็นพระผู้มีพระภาค
แผลใหญ่เพียงนั้นได้งอกเต็ม มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติทันที
จึงอุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา พากันร่าเริงยินดีว่า อัศจรรย์นักชาวเรา ไม่เคยมีเลยชาวเรา
พระตถาคตทรงมีฤทธิ์มาก ทรงมีพระอานุภาพมาก เพราะพอเห็นพระองค์เท่านั้น
แผลใหญ่โตยังงอกขึ้นเต็มทันที มีผิวพรรณเรียบสนิท เกิดโลมชาติ
แล้วอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน
จนยังพระผู้มีพระภาคผู้เสวยเสด็จแล้ว ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตรให้ห้ามภัตรแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้อุบาสกสุปปิยะและอุบาสิกาสุปปิยา เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ

ที่มา http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=05&A=1372&Z=1508

0

กระทู้

0

เพื่อน

39

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
20
ความดี
8
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
16-4-2017
โพสต์เมื่อ 16-4-2017 15:09:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ความรู้

0

กระทู้

0

เพื่อน

148

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
67
ความดี
39
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-6-2017
โพสต์เมื่อ 6-5-2017 08:23:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
Holiday Palace  ดีมากครับ ได้ความรู้

17

กระทู้

0

เพื่อน

1569

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1231
ความดี
177
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-9-2019
โพสต์เมื่อ 7-6-2017 16:54:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกไปในมัลลชนบท พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ฯ
พราหมณ์และคฤหบดีชาวถูนคามได้เอาหญ้าและแกลบถมบ่อน้ำจนเต็มถึงปากบ่อ
ด้วยตั้งใจว่า สมณะโล้นทั้งหลายอย่าได้ดื่มน้ำ
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงแวะออกจากทางแล้ว เสด็จเข้าไปยังโคนต้นไม้ต้นหนึ่ง
ประทับนั่งบนอาสนะที่ท่านพระอานนท์จัดถวาย ครั้นแล้วตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า
ดูกรอานนท์ เร็วเถิด เธอจงไปนำน้ำมาจากบ่อนั่นเพื่อเราฯ
ท่านพระอานนท์เอาบาตรตักน้ำแล้วเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาค
ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ไม่เคยมีมา ความที่พระตถาคตทรงมีฤทธิ์มีอานุภาพมาก
เมื่อข้าพระองค์เดินเข้าไป บ่อน้ำนั้นแลล้นขึ้นพาเอาหญ้าและแกลบทั้งหมดนั้นออกไปจากปากบ่อ
เต็มไปด้วยน้ำใสแจ๋ว ไม่ขุ่นมัว จนถึงปากบ่อ ดุจไหลไปขังอยู่
ขอพระผู้มีพระภาคทรงดื่มน้ำเถิด ขอพระสุคตจงทรงดื่มน้ำเถิด ฯ

ที่มา http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=3910&Z=3947
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-9-2019 15:24 , Processed in 0.114263 second(s), 23 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน