กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1388|ตอบกลับ: 6

การกล่าวธรรม โดยอรรถ และพยัญชนะ

[คัดลอกลิงก์]

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 23-2-2012 00:17:52 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เคารพ เมื่อ 23-2-2012 00:21

[๑๐๘] เพราะเหตุดังนี้นั่นแหละ จุนทะ ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นใด อัน เราแสดงแล้วด้วยปัญญา
อันยิ่ง บริษัททั้งหมดเทียว พึงพร้อมเพรียงกันประชุม รวบรวมตรวจตราอรรถด้วยอรรถ พยัญชนะ
ด้วยพยัญชนะ ในธรรมเหล่านั้น โดยวิธีที่พรหมจรรย์นี้จะพึงเป็นไปตลอดกาลยืดยาว ตั้งมั่นอยู่
สิ้นกาลนาน  พรหมจรรย์นั้นจะพึงเป็นไปเพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชน
เป็น อันมาก เพื่อความอนุเคราะห์แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความ สุขแก่เทพดา
และมนุษย์ทั้งหลาย ดูกรจุนทะ ก็ธรรมทั้งหลายเหล่านั้น อันเรา  แสดงแล้วด้วยความรู้ยิ่งเป็นไฉน
ที่บริษัททั้งหมดเทียว พึงพร้อมเพรียงกันประชุม     รวบรวมตรวจตราอรรถด้วยอรรถ พยัญชนะด้วย
พยัญชนะ โดยวิธีที่พรหมจรรย์  นี้จะพึงตั้งอยู่ตลอดกาลยืดยาวตั้งมั่นอยู่สิ้นกาลนาน พรหมจรรย์
นั้นจะพึงเป็นไป          เพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์
แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย      คืออะไรบ้าง
คือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕   โพชฌงค์ ๗ อริยมรรค
มีองค์ ๘ ดูกรจุนทะ ธรรมทั้งหลายเหล่านี้แล อันเราแสดง แล้วด้วยความรู้ยิ่ง ซึ่งเป็นธรรมที่
บริษัททั้งหมดเทียว พึงพร้อมเพรียงกันประชุม    รวบรวมตรวจตราอรรถด้วยอรรถ พยัญชนะด้วย
พยัญชนะ โดยวิธีที่พรหมจรรย์       นี้จะพึงตั้งอยู่ตลอดกาลยืดยาว ตั้งมั่นอยู่สิ้นกาลนาน พรหมจรรย์
นั้นจะพึงเป็นไป     เพื่อเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่
ชาวโลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ
     [๑๐๙] ดูกรจุนทะ ก็บริษัทเหล่านั้นแล พึงพร้อมเพรียงกัน ชื่นบานกัน ไม่วิวาทกัน
ศึกษาเถิด
สพรหมจารีสงฆ์ผู้ใดผู้หนึ่งพึงกล่าวธรรม หากว่าในภาษิต     ของสพรหมจารีนั้น คำ
อย่างนี้พึงมีแก่เธอทั้งหลายว่า อาวุโส ท่านผู้มีอายุนี้แล      ถือเอาอรรถนั่นแหละผิด และยกขึ้นซึ่ง
พยัญชนะทั้งหลายผิด ดังนี้ เธอทั้งหลายไม่พึงยินดี ไม่พึงคัดค้านต่อสพรหมจารีนั้น ครั้นแล้ว
สพรหมจารีนั้นอันพวกเธอ   พึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส พยัญชนะเหล่านี้หรือพยัญชนะเหล่านั้น
ของอรรถนี้   เหล่าไหนจะสมควรกว่ากัน อรรถนี้หรืออรรถนั่นของพยัญชนะเหล่านี้ อย่างไหน

จะสมควรกว่ากัน
หากว่าสพรหมจารีนั้นพึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส พยัญชนะ  เหล่านี้แหละ
ของอรรถนี้สมควรกว่า และอรรถนี้แหละของพยัญชนะเหล่านี้สมควร กว่า สพรหมจารีนั้นอัน
พวกเธอไม่พึงยินดี ไม่พึงรุกราน ครั้นแล้วสพรหมจารี นั้นแหละ อันพวกเธอพึงให้รู้ด้วยดี
เพื่อไตร่ตรองอรรถนั้นและพยัญชนะเหล่า นั้น ฯ

[๑๑๐] ดูกรจุนทะ ถ้าสพรหมจารีสงฆ์แม้อื่นอีก พึงกล่าวธรรม หาก ว่าในภาษิตของ
สพรหมจารีนั้น คำอย่างนี้พึงมีแก่เธอทั้งหลายว่า ท่านผู้มีอายุนี้แล  ถือเอาอรรถเท่านั้นผิด ยกขึ้นซึ่ง
พยัญชนะทั้งหลายชอบ ดังนี้ เธอทั้งหลายไม่พึง  ยินดี ไม่พึงคัดค้านต่อสพรหมจารีนั้น ครั้นแล้ว
สพรหมจารีนั้นอันพวกเธอพึงกล่าว    อย่างนี้ว่า อาวุโส อรรถนี้หรืออรรถนั่นของพยัญชนะ
เหล่านี้อย่างไหนจะสมควกว่ากัน หากว่าสพรหมจารีนั้นพึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส อรรถนี้แหละ
ของ  พยัญชนะเหล่านี้สมควรกว่า สพรหมจารีนั้น อันพวกเธอไม่พึงยกย่อง ไม่พึง   รุกราน
ครั้นแล้วสพรหมจารีนั้นแหละ อันพวกเธอพึงให้รู้ด้วยดี เพื่อไตร่ตรอง    อรรถนั้น ฯ
  

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 23-2-2012 00:18:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เคารพ เมื่อ 23-2-2012 00:19

   [๑๑๑] ดูกรจุนทะ ถ้าสพรหมจารีสงฆ์แม้อื่นอีก พึงกล่าวธรรม หากว่า  ในภาษิตของ
สพรหมจารีนั้น คำอย่างนี้พึงมีแก่เธอทั้งหลายว่า ท่านผู้มีอายุนี้แล        ถือเอาอรรถเท่านั้นชอบ
ยกขึ้นซึ่งพยัญชนะทั้งหลายผิด ดังนี้ พวกเธอทั้งหลาย    ไม่พึงยินดี ไม่พึงคัดค้านต่อสพรหมจารีนั้น
สพรหมจารีนั้นอันพวกเธอพึงกล่าว   อย่างนี้ว่า อาวุโส  พยัญชนะเหล่านี้เทียว หรือว่าพยัญชนะ
เหล่านั้นของอรรถนี้   เหล่าไหนจะสมควรกว่ากัน หากว่าสพรหมจารีนั้นพึงกล่าวอย่างนี้ว่า พยัญชนะ
เหล่านี้แหละ ของอรรถนี้แล สมควรกว่า สพรหมจารีนั้นอันพวกเธอไม่พึงยก  ย่อง ไม่พึงรุกราน
ครั้นแล้วสพรหมจารีนั้นแหละ อันพวกเธอพึงให้รู้ด้วยดี  เพื่อไตร่ตรองพยัญชนะเหล่านั้นนั่นเทียว ฯ
     [๑๑๒] ดูกรจุนทะ ถ้าสพรหมจารีสงฆ์แม้อื่นอีก พึงกล่าวธรรม หากว่า    ในภาษิตของ
สพรหมจารีนั้น คำอย่างนี้พึงมีแก่เธอทั้งหลายว่า ท่านผู้มีอายุนี้แล      ถือเอาอรรถนั่นแหละชอบ
ยกขึ้นซึ่งพยัญชนะทั้งหลายก็ชอบ ดังนี้ เธอทั้งหลายพึงชื่นชม พึงอนุโมทนาภาษิตของสพรหม
จารีนั้นว่า ดีแล้ว
สพรหมจารีนั้น     อันพวกเธอพึงกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส เป็นลาภของเราทั้งหลาย
อาวุโส พวกเราได้ดีแล้วที่จักระลึกถึงท่านผู้มีอายุ ผู้เป็นสพรหมจารีเช่นท่าน ผู้เข้าถึงอรรถ
ผู้เข้า   ถึงพยัญชนะอย่างนี้ ดังนี้ ฯ

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๑
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
หน้าที่ ๑๐๐ ข้อ ๑๐๘-๑๑๒

แสดงความคิดเห็น

jongkol  สาธุ........  โพสต์เมื่อ 23-2-2012 11:55

11

กระทู้

19

เพื่อน

1706

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1097
ความดี
220
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
25-9-2015
โพสต์เมื่อ 23-2-2012 08:59:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย รตนะ เมื่อ 23-2-2012 09:01

สาธุค่ะ เรื่องการกล่วนี้ ทรงตรัสไว้มาก ขอเลือกบทสั้นๆมาร่วมด้วยสัก 1 บท
จาก ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้า 409

ว่าด้วยการพูดที่ไม่เป็นประโยชน์

ภิกษุ ท. ! พวกเธอ อย่ากล่าวถ้อยคำที่เป็นเหตุให้ยึดถือแตกต่างกันว่า
“ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้,
ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้,
ท่านรู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้ได้อย่างไร
ท่านปฏิบัติผิด ข้าพเจ้าปฏิบัติถูก,
คำควรกล่าวก่อน ท่านกล่าวทีหลัง,
คำควรกล่าวทีหลัง ท่านมากล่าวก่อน,
คำพูดของท่านจึงไม่เป็นประโยชน์ คำพูดของข้าพเจ้า เป็นประโยชน์,
ข้อที่ท่านเคยถนัดมาแปรปรวนไปเสียแล้ว
ข้าพเจ้าแย้งคำพูดของท่านแหลกหมดแล้ว,
ท่านถูกข้าพเจ้าข่มแล้วเพื่อให้ถอนคำพูดผิด ๆ นั้นเสีย
หรือท่านสามารถก็จงค้านมาเถิด” ดังนี้.

พวกเธอไม่พึงกล่าวถ้อยคำเช่นนั้น เพราะเหตุไรเล่า ?
เพราะเหตุว่าการกล่าวนั้น ๆ
ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่เป็นเงื่อนต้นของพรหมจรรย์  
ไม่เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อมและนิพพาน.

ภิกษุ ท. ! เมื่อพวกเธอจะกล่าว จงกล่าวแต่เรื่องที่ว่า
“ความทุกข์เป็นเช่นนี้ ๆ,
เหตุให้เกิดทุกข์ เป็นเช่นนี้ ๆ,
ความดับสนิทแห่งทุกข์เป็นเช่นนี้ ๆ,
และข้อปฏิบัติเครื่องให้ถึงความดับสนิทแห่งทุกข์ เป็นเช่นนี้ ๆ” ดังนี้. เพราะเหตุไรเล่า ?
เพราะเหตุว่า การกล่าวนั้นเป็นการกล่าวที่ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นเงื่อนต้นของพรหมจรรย์
เป็นไปพร้อมเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม และนิพพาน แล.
_______________________________________
บาลี พระพุทธภาษิต มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๒๕/๑๖๖๒, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.

แสดงความคิดเห็น

jongkol  สาธุ........  โพสต์เมื่อ 23-2-2012 11:56
สรณ  งดงามครับ  โพสต์เมื่อ 23-2-2012 11:17

11

กระทู้

19

เพื่อน

1706

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1097
ความดี
220
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
25-9-2015
โพสต์เมื่อ 23-2-2012 09:16:53 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออีกบท ที่กินใจ ที่พระพุทธองค์ ย้ำว่า
เรากล่าวแล้ว โดยปริยายแม้สองอย่าง ถึง ร้อยแปดอย่าง...

อริยสัจจากพระโอษฐ์หน้า178

“ธรรม” (คือเวทนา) เป็นสิ่งที่บัญญัติได้หลายปริยาย
(อันเป็นเหตุให้หลงทุ่มเถียงกัน)

ภิกษุ ท. ! เวทนาเรากล่าวแล้ว โดยปริยายแม้สองอย่าง,
โดยปริยายแม้สามอย่าง, โดยปริยายแม้ห้าอย่าง,
โดยปริยายแม้หกอย่าง, โดยปริยายแม้สิบแปดอย่าง,
โดยปริยายแม้สามสิบหกอย่าง, โดยปริยายแม้ร้อยแปดอย่าง.

ภิกษุ ท. ! โดยปริยายอย่างนี้ ที่เราแสดงธรรม.
เมื่อเราแสดงธรรมอยู่โดยปริยายอย่างนี้,
ชนเหล่าใด จักไม่สำคัญร่วม จักไม่รู้ร่วม
จักไม่พอใจร่วม แก่กันและกัน ว่าเป็นธรรมที่เรากล่าวดีแล้ว พูดไว้ดีแล้ว ;
เมื่อเป็นอย่างนี้ สิ่งที่เขาหวังได้ ก็คือ จักบาดหมางกัน ทะเลาะกัน วิวาทกันทิ่มแทง
กันและกันด้วยหอกปาก อยู่.

ภิกษุ ท. ! โดยปริยายอย่างนั้น ที่เราแสดงธรรม.
เมื่อเราแสดงธรรมอยู่โดยปริยายอย่างนั้น,
ชนเหล่าใด จักสำคัญร่วม จักรู้ร่วม จักพอใจร่วม แก่กันและกัน
ว่าเป็นธรรมที่เรากล่าวดีแล้ว พูดไว้ดีแล้ว ;
เมื่อเป็นอย่างนี้ สิ่งที่เขาหวังได้ ก็คือ จักพร้อมเพรียงกัน บันเทิงต่อกัน
ไม่วิวาทกันเข้ากันได้เหมือนน้ำนมกับน้ำ
มองกันและกันด้วยสายตาอันเป็นที่รักอยู่, ดังนี้แล.

- สฬา. สํ. ๑๘/๒๘๓/๔๒๕.

แสดงความคิดเห็น

เคารพ  สาธุครับ คุณรตนะ เลือกพระสูตร มาได้ดีทีเดียว มีประโยชน์มากเลย ครับ  โพสต์เมื่อ 27-2-2012 21:50
นันทิยะ  อนุโมทนาสาธุครับ ข้อความนี้มีประโยชย์มากจะจดจำไว้ใช้ครับ  โพสต์เมื่อ 24-2-2012 02:21
jongkol  สาธุ........  โพสต์เมื่อ 23-2-2012 11:56

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 27-2-2012 21:52:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย เคารพ เมื่อ 23-2-2012 00:18
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เคารพ เมื่อ 23-2-2012 00:19

   [๑๑๑] ดูก ...

สาธุคร้าบบบบ

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 27-2-2012 22:15:29 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พยสนสูตร
     [๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายกล่าวโทษพระอริยะ
ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส
ความฉิบหาย ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือ

ภิกษุนั้นไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่บรรลุ ๑
เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว ๑
สัทธรรมของภิกษุนั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว ๑
เป็นผู้เข้าใจว่าตนได้บรรลุในสัทธรรมทั้งหลาย ๑
เป็นผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ๑
ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑
ย่อมถูกโรคอย่างหนัก ๑
ถึงความเป็นบ้า มีจิตฟุ้งซ่าน ๑
เป็นผู้หลงใหลกระทำกาละ ๑
เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย กล่าวโทษพระอริยะ
ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย๑๐ อย่างนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ฯ
                          จบสูตรที่ ๘

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖



แสดงความคิดเห็น

รตนะ  สาธุ ขอบคุณมากค่ะ  โพสต์เมื่อ 28-2-2012 20:43

0

กระทู้

6

เพื่อน

272

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
263
ความดี
2
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
23-4-2016
โพสต์เมื่อ 28-2-2012 20:06:40 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-10-2019 09:01 , Processed in 0.115876 second(s), 26 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน