กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: อัครา

สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ และ อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ต่างกันอย่างไร

[คัดลอกลิงก์]

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5776
ความดี
3495
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
8-12-2018
โพสต์เมื่อ 7-10-2018 11:36:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
1.สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ
คือ การได้นิพพาน โดยกายยังไม่แตกทำลาย (เป็นมนุษย์) - เป็นอรหันต์ในปัจจุบัน (ทิฏฺเฐว  ธมฺเม  อรหา)


นิยามของสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ คือ 1. ความเป็นอรหันต์ 2. มีอินทรีย์ที่ยังตั้งอยู่ ไม่ถูกจำกัด 3. ยังเสวยอารมณ์เสวยอารมณ์อันเป็นที่ชอบใจบ้าง  ไม่เป็นที่ชอบใจบ้าง  ให้รู้สึกสุขและทุกข์บ้าง (แต่ไม่ได้หมายถึงอรหันต์จะมีสุขเวทนา และ ทุกขเวทนาเกิดขึ้นภายในใจ เพราะอารมณ์นั้นเป็นเหตุ อารมณ์เหล่านั้น เป็นเพียงอารมณ์ที่เป็นที่ชอบใจ หรือ ไม่ชอบใจ เท่านั้น ก็มีอยู่ของมันเป็นอย่างนั้นในสิ่งที่น่ารัก น่าใคร่ และ ในสิ่งที่ขยะแขยง เกลียดชัง แต่หาได้มีความผูกจิตไปกับอารมณ์ด้วยอำนาจของความเพลิน - ตัณหา ที่มีเหล่านั้นไม่

2.อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ
คือ การได้นิพพาน แล้วกายแตกดับเลย (เป็นเทวดา - กายสำเร็จด้วยใจ , กายสำเร็จด้วยสัญญา)
เพราะเมื่อ ไม่ยึดในขันธ์ทั้ง5 แล้ว - เมื่อกายสำเร็จด้วยใจ หรือ สัญญา แล้วไม่มีการยึด ย่อมดับเย็นทันที (กายหาย) ที่สิ้นสังโยชน์10 --> ปรินิพพานทันที
---> ข้อสังเกตุ ไม่กำหนดอายุเทวดาที่จะปรินิพพานที่แน่นอน เพราะ กายจะแตกดับทันที ที่สิ้นสังโยชน์10 ไม่จำเป็นต้องรอให้สิ้นอายุขัย


อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ หมายถึง อรหันต์ที่กายแตกทำลายไปแล้วและวิญญาณดับลงไปแล้วเพราะไม่ถูกปรุงแต่งขึ้นได้อีก ภพต่อไปจึงไม่มี


3.ข้อสังเกต พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัส คำว่า "อรหันต์" ในเทวดาที่สิ้นสังโยชน์10 มีแต่บอกว่า ปรินิพพาน

ไม่ได้ทรงเรียกว่าอรหันต์ เพราะ คำว่า อรหันต์ ทรงหมายถึงผู้สำเร็จในโลกนี้ คือ โลกมนุษย์


4.อรหันต์ เเปลว่า "ผู้"ไกลจากกิเลส นั่นคือ กายยังไม่แตกทำลาย แล้ว เป็น "ผู้" ไกลจากกิเลส

อรหันต์ ผู้ไกลจากกิเลส หมายถึง จิตของอรหันต์ถึงความเป็นธรรมชาติ ที่อารมณ์จะยุแหย่ยั่วเย้าไม่ได้เสียแล้ว มันได้ลุถึงความหมดอยากทุกอย่าง แม้กายมีอยู่นั้น ก็เป็นสติที่ดำรงไว้เพียงเพื่อความรู้ เพียงเพื่ออาศัยระลึก ที่แท้แล้วจะเป็นผู้ที่ตัณหาและทิฏฐิอาศัยไม่ได้ จึงทรงเรียกว่า อรหันต์

5.ผู้สิ้นสังโยชน์10 ไม่ก่อนไม่หลังการตาย (สิ้นสังโยชน์พร้อมการตาย) น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ

ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุเพราะวิญญาณหาที่ตั้งไม่ได้แล้ว

99

กระทู้

6

เพื่อน

5144

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3648
ความดี
796
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-12-2018
โพสต์เมื่อ 24-10-2018 15:24:32 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ

พระสูตรใช้เสริม ความเห็น

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๘
[๘๐๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรวัจฉะ จริงทีเดียว ควรที่ท่านจะสงสัยเคลือบ
แคลงใจ ความเคลือบแคลงเกิดขึ้นแล้วแก่ท่านในฐานะที่ควรสงสัย ดูกรวัจฉะ เราย่อมบัญญัติ
ความเกิดขึ้นแก่คนที่ยังมีอุปาทานเท่านั้น หาบัญญัติแก่คนที่หาอุปาทานมิได้ไม่ ดูกรวัจฉะ ไฟมี
เชื้อจึงลุกโพลง ไม่มีเชื้อหาลุกโพลงไม่แม้ฉันใด ดูกรวัจฉะ เราก็ย่อมบัญญัติความเกิดขึ้นแก่
คนที่ยังมีอุปาทานหาบัญญัติแก่คนที่หาอุปาทานมิได้ไม่ ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ

[๘๐๐]   อลฺหิ   เต   วจฺฉ  กงฺขิตุ  อล  วิจิกิจฺฉิตุ  กงฺขานิเย
จ   ปน   เต   าเน   วิจิกิจฺฉา  อุปฺปนฺนา  ฯ  สอุปาทานสฺส  ขฺวาห
วจฺฉ   อุปปตฺตึ   ปฺเปมิ   โน   อนุปาทานสฺส   ฯ  เสยฺยถาปิ  วจฺฉ
อคฺคิ   สอุปาทาโน   ชลติ   โน   อนุปาทาโน  เอวเมว  ขฺวาห  วจฺฉ
สอุปาทานสฺส   อุปปตฺตึ   ปฺเปมิ   โน   อนุปาทานสฺสาติ

-----------
สอุปาทิเสสนิพพาน --> มีขันธ์ ใช้ขันธ์ แต่ นิพพาน --> เป็นอรหันต์ในปัจจุบัน (ทิฏฺเฐว  ธมฺเม  อรหา)
อนุปาทิเสสนิพพาน --> ไม่มีขันธ์ ไม่ได้ใช้ขันธ์ นิพพาน --> ปรินิพพานด้วยอุปาทิเสสนิพพาน

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-12-2018 00:30 , Processed in 0.111823 second(s), 5 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน