กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2274|ตอบกลับ: 9

ความเป็นผู้ว่ายาก

[คัดลอกลิงก์]

12

กระทู้

14

เพื่อน

1068

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
1
สตางค์
710
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 20-2-2012 11:15:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
     [๔๘๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ท่านพระมหากัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นท่านพระมหากัสสปนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่าดูกรกัสสป เธอจงกล่าวสอนภิกษุทั้งหลาย จงกระทำธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลายเราหรือเธอ พึงกล่าวสอนภิกษุทั้งหลาย เราหรือเธอพึงกระทำธรรมีกถาแก่ภิกษุ
ทั้งหลาย ฯ
     [๔๘๔] พระมหากัสสปกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เจริญ ภิกษุทั้งหลายในบัดนี้เป็นผู้ว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่อดทนไม่รับอนุศาสนีโดยเคารพ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในพระธรรมวินัยนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นภิกษุชื่อภัณฑะ ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระอานนท์ และภิกษุชื่ออาภิชชิกะซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของพระอนุรุทธ์ กล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะว่า จงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ดังนี้ ฯ
     [๔๘๕] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุรูปหนึ่งมาตรัสว่าดูกรภิกษุ เธอจงมา จงเรียกภัณฑภิกษุ สัทธิวิหาริกของอานนท์ และอาภิชชิกภิกษุ สัทธิวิหาริกของอนุรุทธ์ มาตามคำของเราว่า พระศาสดาตรัสเรียกท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุนั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า แล้วเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ ครั้นเข้าไปหาแล้วได้กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นดังนี้ว่า พระศาสดาตรัสเรียกท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นรับคำภิกษุนั้นว่า ขอรับ ผู้มีอายุ ดังนี้แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
     [๔๘๖] ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่า พวกเธอได้กล่าวล่วงเกินกันและกัน ด้วยสุตะว่าจงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ดังนี้จริงหรือ ฯ
     ภิกษุเหล่านั้นทูลรับว่า จริงอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
     พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอรู้ทั่วถึงธรรมที่เราแสดงไว้แล้วอย่างนี้หรือหนอ พวกเธอจึงกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะอย่างนี้ว่า จงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ฯ
     ภิ. ไม่เป็นอย่างนั้นเลย พระเจ้าข้า ฯ
     พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่าพวกเธอไม่รู้ทั่วถึงธรรมที่เราแสดงแล้วอย่างนี้ ดูกรโมฆบุรุษ เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเธอรู้อะไร เห็นอะไร บวชอยู่ในธรรมวินัยที่เรากล่าวดีแล้วอย่างนี้ ย่อมกล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะไปทำไมเล่าว่าจงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ฯ
     พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
     พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
     หน้าที่ ๒๐๑  ข้อที่ ๔๘๓
ละนันทิ ด้วยกายคตาสติ

12

กระทู้

14

เพื่อน

1068

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
1
สตางค์
710
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 20-2-2012 11:17:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
     [๔๘๗] ครั้งนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นซบศีรษะใกล้พระบาทพระผู้มีพระภาคแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โทษได้ครอบงำข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้พาลอย่างไร ผู้หลงอย่างไร ผู้ไม่ฉลาดอย่างไร ข้าพระองค์เหล่าใดบวชในพระธรรมวินัยที่พระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้วอย่างนี้ กล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะว่า จงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงรับโทษโดยความเป็นโทษ แห่งข้าพระองค์ทั้งหลายเหล่านั้น เพื่อสำรวมต่อไป ฯ
     [๔๘๘] พ. เอาเถิดภิกษุทั้งหลาย โทษได้ครอบงำพวกเธอ ผู้พาลอย่างไร ผู้หลงอย่างไร ผู้ไม่ฉลาดอย่างไร เธอเหล่าใดบวชในธรรมวินัยที่เรากล่าวดีแล้วอย่างนี้ ได้กล่าวล่วงเกินกันและกันด้วยสุตะว่า จงมาเถิดภิกษุ ใครจักกล่าวได้มากกว่ากัน ใครจักกล่าวได้ดีกว่ากัน ใครจักกล่าวได้นานกว่ากัน ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล พวกเธอมาเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ทำคืนเสียตามสมควรแก่ธรรม เมื่อนั้นเราทั้งหลายขอรับโทษนั้นของเธอเหล่านั้น ก็การที่บุคคลเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ทำคืนเสียตามสมควรแก่ธรรม และถึงความสำรวมต่อไปนี้ เป็นความเจริญในวินัยของพระอริยเจ้า ฯ

     พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
     พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
     หน้าที่ ๒๐๑  ข้อที่ ๔๘๓
ละนันทิ ด้วยกายคตาสติ

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 20-2-2012 12:24:43 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุ..เช่นนั้นโทษได้ครอบงำกระผมเสียแล้วขอรับ..แต่เจตนาของกระผมคือ ไต่ถาม ทวนถามแก่กันและกันในคำพระศาสดา ที่พระองค์ตรัสว่า "ข้อความนี้เป็นอย่างไร มีความหมายกี่นัย" ดังนี้ ด้วยการทำดังนี้ เธอย่อมเปิดธรรมที่ถูกปิดไว้ได้.
ธรรมที่ไม่ปรากฏ เธอก็ทำให้ปรากฏได้.ความน่าสงสัยในธรรมหลายประการ ที่น่าสงสัย เธอก็บรรเทาลงได้. และกระผม
ก็ไม่อยากเป็น "บุรุษคนสุดท้ายในกัลยานวัตรของพระองค์" ท่านอยากจะหยิบยื่น ข้อมูลจริงหรือข้อมูลปลอม ให้แก่บุคคลที่ท่านรู้จัก
หรือญาติมิตรสาโลหิต ของท่านล่ะ

12

กระทู้

14

เพื่อน

1068

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
1
สตางค์
710
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 20-2-2012 12:34:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
     @bird
     ส่วนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ :
     ที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ผิด ... ผู้ที่ผิดคือผู้ที่ไม่ได้ยกคำพระศาสดามาแสดงอย่างถูกต้อง ตัดออกบ้าง เติมเข้าไปบ้าง กล่าวขึ้นมาโดยไม่ได้ชี้แจงว่า ส่วนไหนคือคำของตัวเอง ส่วนไหนคือคำของพระศาสดา ไม่ได้อิงอรรถ อิงธรรม ไม่มีที่อ้างอิง
     ผู้ใดตัดออก เพิ่มเข้าไป ไม่อิงอรรถ ไม่อิงธรรม ไม่มีที่อ้างอิง จะไม่เป็นการ "กล่าวตู่คำพระศาสดา" หรือ ???
     ผู้ใด "กล่าวตู่พระศาสดา โดยคำไม่จริง" คติของชนเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร ???
     พระศาสดาก็เป็นเพียงผู้บอกทาง เมื่อบอกแล้วบางคนเลือกเอาทางตรงกันข้าม เราก็คงจะต้องวางความพอใจ ความไม่พอใจของเรากันไปนะ เมื่อ bird บอกเขาแล้ว บอกของดีแล้ว เขาไม่เอา ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเขากันไปบ้างก็น่าจะดีนะ .. ปล่อยให้สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมของมันบ้างก็คงไม่เป็นไรหรอกนะ ... bird จะได้มีเวลามาสงเคราะห์ตนเองบ้างนะ

แสดงความคิดเห็น

นันทิยะ  สาธุครับท่าน  โพสต์เมื่อ 21-2-2012 04:21
ละนันทิ ด้วยกายคตาสติ

14

กระทู้

85

เพื่อน

3218

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2678
ความดี
51
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-1-2017
โพสต์เมื่อ 20-2-2012 18:49:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุ   ละนันทิ จิตหลุดพ้น.....
เห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไปเป็นความเจริญ...   ...

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 21-2-2012 07:31:23 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย bird เมื่อ 21-2-2012 08:22

@ท่านภันเตที่เคารพ  กราบ(๓หน)ขอนพระคุณท่านที่เมตตาชี้ขุมทรัพย์(อีกคร้ัง) ตัวกระผมเองนั้นมิเป็นไรดอกใครจะว่าก็อย่างไรช่างเถิด มิได้บรรลุเช่นกับใครเขาก็ไม่เป็นไร จะเชื่อมั่นแต่พุทธวจนนี่แหละ เป็นห่วงแต่สุขภาพพระอาจารย์เท่านั้นแหละสู้อุตส่าห์พร่ำสอนจนเส้นเสียงอักเสบ
เพียงเพราะต้องการให้ท่านทั้งหลายได้รู้ได้เข้าใจในพุทธวจนคำพระตถาคตแท้ๆ ถ้าพระอาจารย์คิดอย่างที่ท่านภันเตว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ก็คงไม่ต้องต้องเที่ยวตะลอนๆไปบรรยายพุทธวจนตามสถานที่ต่างๆให้เหน็ดเหนื่อย จนบางคราวต้องหอบสังขารไปให้คุณหมอแหวกอกเล่นดอก ท่านก็ศึกษาเอง ปฏิบัตืเอง สำเร็จเองสบายไป มิต้องให้พวกที่ไม่เข้าใจ ยึดติด
แต่ทิฐิตัวเองและคำปลอมๆโพสว่าท่านทางหน้าเว็ปไซด์(เว็ปอื่นมิใช่เว็ปนี้)แหละท่านทั้งหลายก็คงมิได้รู้คุณค่าพุทธวจนและมาถกกันให้เป็นกรรมเช่นนี้ดอก
อ้อ..แล้วมิต้องถามนะขอรับว่ากระผม กำหนดจิตด้วยจิตได้หรือถึงได้รู้ว่าพระอาจารย์ท่านคิดอย่างไร เห็นอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้นแหละขอรับ

12

กระทู้

14

เพื่อน

1068

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
1
สตางค์
710
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 21-2-2012 07:49:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
     @bird ลองทบทวนดูดีดีนะ ในโพสต์นี้ตั้งแต่กระทู้แรกเป็นต้นมา มีคำไหนที่เราไปว่าเจาะจงลงไปที่ bird บ้าง มีคำไหนที่เราไปว่าร้าย bird บ้าง มีคำไหนที่เราไปใช้คำที่มีอคติกับ bird บ้าง
     อย่างส่วนนี้
     @bird
     ส่วนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ :
     ที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ผิด ... ผู้ที่ผิดคือผู้ที่ไม่ได้ยกคำพระศาสดามาแสดงอย่างถูกต้อง ตัดออกบ้าง เติมเข้าไปบ้าง กล่าวขึ้นมาโดยไม่ได้ชี้แจงว่า ส่วนไหนคือคำของตัวเอง ส่วนไหนคือคำของพระศาสดา ไม่ได้อิงอรรถ อิงธรรม ไม่มีที่อ้างอิง
      ผู้ใดตัดออก เพิ่มเข้าไป ไม่อิงอรรถ ไม่อิงธรรม ไม่มีที่อ้างอิง จะไม่เป็นการ "กล่าวตู่คำพระศาสดา" หรือ ???
      ผู้ใด "กล่าวตู่พระศาสดา โดยคำไม่จริง" คติของชนเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร ???
      พระศาสดาก็เป็นเพียงผู้บอกทาง เมื่อบอกแล้วบางคนเลือกเอาทางตรงกันข้าม เราก็คงจะต้องวางความพอใจ ความไม่พอใจของเรากันไปนะ เมื่อ bird บอกเขาแล้ว บอกของดีแล้ว เขาไม่เอา ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเขากันไปบ้างก็น่าจะดีนะ .. ปล่อยให้สัตว์โลกเป็นไปตามกรรมของมันบ้างก็คงไม่เป็นไรหรอกนะ ... bird จะได้มีเวลามาสงเคราะห์ตนเองบ้างนะ

      bird โพสต์มา เราก็โพสต์ตอบ, การที่เราโพสต์บทพยัญชนะต่าง ๆ ขึ้นมา เราไม่ได้เจาะจงจะไปบอก bird, เราบอกเป็นสาธารณะ บอกเป็นการทั่วไป
      เมื่อ bird ไปถึงทับจับฉวยเอาด้วยอุปาทานของตนเอง ว่าคนอื่นว่าตนอยู่ เราก็จะไปว่าอะไร bird ได้ ก็ในเมื่อ bird คิดของ bird ไปเอง ถึงทับจับฉวยเอาเอง คิดเอาเอง สรุปเอาเอง ดูให้ดี ใคร่ครวญให้ดี เราไปมีคำไหนบ้างที่เราบอกว่า คำศาสดาไม่ดี ไม่ให้บอกสอน ไม่ให้ขยายคำพระศาสดา ในสำนวนวลีพวกนี้ หรือสำนวนที่ใกล้เคียงมันได้เกิดขึ้นมาในเว็บบอร์ดนี้บ้างหรือไม่
     คิดเอาเองทั้งนั้น แล้วก็สรุปเอาเองว่าคนอื่นเขาคิดอย่างโน้น คนนั้นเขาว่าเราอย่างนั้น ชอบทำไปตามความอยากของตัวเองกันทั้งนั้น
     
ละนันทิ ด้วยกายคตาสติ

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 21-2-2012 08:17:15 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
@ท่านภันเต หามิได้ขอรับ กระผมมิได้กล่าวตู่ท่านภันเตเช่นนั้นกระผมนั้นเครพท่านภันเตและนัอมรับคำชี้แนะเสมอ   หากข้อตวามที่โพสไม่เหมาะสมก็กราบขออภัยครับ

แสดงความคิดเห็น

เคารพ  เป็นกำลังใจให้ครับ คุณbird ^^  โพสต์เมื่อ 18-3-2012 00:30

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 18-3-2012 00:21:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ภัณฑนสูตร
         [๕๖๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในทิศใด ภิกษุทั้งหลาย เกิดบาดหมางกัน เกิดทะเลาะ
วิวาทกัน ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอกคือปากอยู่ ทิศเช่นนี้ย่อมไม่ผาสุกแก่เราแม้แต่คิดในใจ

จะกล่าวไปใยถึงการไปเล่า ในเรื่องนี้เราสันนิษฐานได้ว่า ท่านผู้มีอายุเหล่านั้นละทิ้งธรรม ๓
ประการเสียแล้ว ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเป็นแน่ ได้ละธรรม ๓ ประการเหล่าไหน
ได้ละธรรม๓ ประการเหล่านี้ คือ เนกขัมมวิตก ๑ อัพยาปาทวิตก ๑ อวิหิงสาวิตก ๑ ได้ทำ
ให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเหล่าไหน ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการนี้ คือ กามวิตก ๑
พยาบาทวิตก ๑ วิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในทิศใด ภิกษุทั้งหลาย เกิดบาดหมางกัน
เกิดทะเลาะวิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วยหอกคือปาก อยู่ ทิศเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผาสุกแก่เรา
แม้แต่คิดในใจ จะป่วยกล่าวไปใยถึงการไป ในเรื่องนี้เราสันนิษฐานได้ว่า ท่านผู้มีอายุเหล่านั้น
ได้ละทิ้งธรรม ๓ ประการนี้เสียแล้ว ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการนี้เป็นแน่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ในทิศใด ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้สามัคคีกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ
ต่างมองดูกันและกันด้วยนัยน์ตาอันแสดงความรักอยู่ ทิศเช่นนี้ย่อมผาสุกแก่เราแม้แต่จะไป
จะป่วยกล่าวไปใยถึงการคิดในใจเล่า ในเรื่องนี้เราสันนิษฐานได้ว่า ท่านผู้มีอายุเหล่านั้น ได้ละ
ธรรม ๓ ประการเสียได้แล้ว ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเป็นแน่ ได้ละธรรม ๓ ประการ
เหล่าไหน ได้ละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ คือ กามวิตก ๑ พยาปาทวิตก ๑ วิหิงสาวิตก ๑
ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเหล่าไหน ได้ทำให้มากซึ่งธรรม ๓ ประการเหล่านี้ คือ
เนกขัมมวิตก ๑ อัพยาปาทวิตก ๑ อวิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในทิศใดภิกษุทั้งหลาย
เป็นผู้สามัคคีกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำ  ต่างมองดูกันและกันด้วย
นัยน์ตาอันแสดงความรักอยู่ ทิศเช่นนี้ย่อมผาสุกแก่เราแม้แต่จะไป จะป่วยกล่าวไปใยถึงการ
คิดในใจเล่า ในเรื่องนี้เราสันนิษฐานได้ว่าท่านผู้มีอายุเหล่านั้น ได้ละธรรม ๓ ประการนี้ได้
เสียแล้ว ได้ทำให้มากซึ่งธรรม๓ ประการนี้เป็นแน่ ฯ

แสดงความคิดเห็น

bird  ขอบคุณครับ  โพสต์เมื่อ 18-3-2012 07:23
bird  การได้ปุจฉาฯพุทธวจนกับท่านทั้งหลายนับว่าเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้  โพสต์เมื่อ 18-3-2012 07:22

2

กระทู้

3

เพื่อน

95

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
73
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
20-3-2012
โพสต์เมื่อ 19-3-2012 23:34:37 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มองเป็นกลางๆหล่ะกันครับ เราก็เป็นเพื่อน ร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ซึ่งได้มาร่วมกันศึกษาปฏิบัติธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเปิดเผยไว้
โดยมีวัตถุประสงค์ที่เด่นชัดเหมือนกันคือเพื่อนิพพาน
ไม่ใช่เพื่ออวดตัว ยกตน ดูหมิ่น มีมารยา หวังยศ หวังสักการะ หวังลาภ หวังคนมานับถือ......

ผู้ใดเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้ว ทำคืนตามธรรม ถึงความ
สำรวมต่อไป ข้อนี้เป็นความเจริญในวินัยของพระอริยะ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-10-2019 07:29 , Processed in 0.121777 second(s), 25 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน