กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: bunpot

อยากสอบถามคนใกล้ชิด พุทธวจน เรื่องพระอรหันต์ มีราคะ โทสะ ได้หรือไม่ จาก กระทู้โ

[คัดลอกลิงก์]

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 06:52:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 09:00
อัครา ตอบกลับเมื่อ 4-10-2015 22:05
ขอแสดงความเห็นครับ เนื่องจากเป็นความหมายที่สำคัญ
1. ...

พระสูตร อธิบายได้ตรงแล้ว เป็นขั้นตอนว่า
1. พระองค์ถามว่า เหตุในการพยากรณ์อรหัตผล หากเว้นจากการเชื่อผู้อื่น... แล้ว มีเหตุใดที่จะสามารถพยากรณ์ได้
2. ตรัสต่อมาว่า ภิกษุเห็นรูปด้วยตา (รูปแบบที่ทรงตรัสบ่อย) แล้วย่อมรู้ชัด (ใครจะรู้ชัดได้เท่าพระอรหันต์ ตรงนี้หมายถึงพยากรณ์ความเป็นอรหันต์แล้ว บาลีใช้คำว่า ปชานาติ มีคำนี้ปรากฏมากมายในสูตรที่ตรัสถึงการเป็นผู้รู้อยู่ของพระอรหันต์ทุกๆสูตร) ซึ่งราคะ โทสะ โมหะ อันมีอยู่ในภายใน (ทรงตรัสได้ตรงว่า มีเกิดในภายในของผู้ที่รู้ชัดนั้น) ว่า ราคะ โทสะ โมหะ มีอยู่ในภายใน
3. และเมื่อราคะ โทสะ โมหะ อันไม่มีอยู่ในภายในก็ใช้คำว่ารู้ชัดอีกเช่นกัน แสดงว่า รู้ชัดตั้งแต่ การเกิดมี หรือ ไม่เกิดมีขึ้นนั้น ก็รู้ตามเป็นจริง นี้เป็นการตามรู้ด้วยอริยสัจ ๔ เป็นปัญญาที่สรุปลงส่วนท้ายของพระสูตรว่าต้องมีเป็นเครื่องเจาะแทงกิเลส เหล่านี้

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:00:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 09:00
bunpot ตอบกลับเมื่อ 4-10-2015 22:49
จากในพระสูตร การพยากรณ์ อรหันต์ ของตน  ใช้ การวัด กิเ ...

ก็ตรงพระสูตรนี้ มีการตรัสนำมาแล้วว่า จะพยากรณ์อรหัตผลอย่างไร ตั้งเงื่อนไขมาว่า เมื่อเห็นรูปด้วยตา ก็ตรัสบอก ชัดเจนถึงการปรากฏมีขึ้นของราคะ โทสะ โมหะ ตามบาลีว่า

อชฺฌตฺต (ภายใน)   ราคโทสโมห   อตฺถิ (มีอยู่)   เม   อชฺฌตฺต ราคโทสโมโหติ    ปชานาติ  (รู้ชัด)

เป็นประโยคที่คล้อยตาม ที่อ่านแล้วก็ตีความได้ตามนั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:04:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 09:00
bunpot ตอบกลับเมื่อ 4-10-2015 23:13
ผมว่าควรกลับไปยึด พุทธวจน  ตามเดิมดี กว่า อย่า ต่อ เต ...

พระสูตร นี้ ก็พุทธวจนะ นักภาษาอ่าน ยังแปลได้ว่า การพูดในส่วนนี้หมายถึง พยากรณ์อรหันต์ ด้วยอาศัยกิเลส ๓ อย่างนี้ มี หรือ ไม่มี ในภายใน โดยจะใช้คำว่า " รู้ชัด " และ " ปัญญา " เป็นเครื่องนำไปอย่างนี้

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:05:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 08:59

ฝากเอาไปช่วยคิดกันนะ ว่า ราคะ โทสะ โมหะ เป็นกิเลส อาศัย อะไรแล้วเกิดขึ้น ดับไป เพราะไม่มีอะไร ใครเป็นผู้ตามรู้ ตามเห็น ด้วยปัญญา ในสิ่งที่เกิด และ ดับไป ของสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ปรุงแต่งให้มีขึ้นทั้งนั้น ได้อย่างบริบูรณ์  ปัญญาในพุทะศาสนา มีเพียงเท่านี้ คือ การเห็นเกิด ดับ ไปของสังขตธรรมทั้งหลาย

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:34:11 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เป็นความแปลกอย่างหนึ่งผู้มีปัญญา  ระดับพระอรหันต์จะไปหยิบจับของร้อนได้อย่างไร
ราคะ โทสะ โมหะ เป็นของร้อน
ขอให้พิจารณา

ถ้าเอาปัญญามากล่าวถึง
ผู้มีปัญญา จึงฝึก อบรบ จิต อบรมปัญญา   

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:41:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เหตุ เกิด  ย่อมรู้อยู่ว่า  เพราะ อโยนิโสมนสิการ  จึงมี ราคะ โทสะ โมหะ
ผู้รู้ อยู่เห็นอยุ่ ซึ่ง โยนิโสมนสิการ และ อโยนิโสมนสิการ  ย่อมสิ้นอาสวะได้


ธรรมะของพระพุทธเจ้าเปรียเหมือนดวงอาทิตย์ไม่ใช่หรือ ครับ  ไม่ควรที่จะถูกแย้งได้ มากขนาดนี้

ไม่ควรขัดแย้งได้มากขนาดนี้  ทั้งเจโตวิมุติที่ไม่กำเริบ
ตัดขาด เหมือนตาลยอดด้วน
ของร้อน  ยังจะไปหยิบ
อโยนิโสมนสิการ  ไปทำ ทำไม ให้ กิเลสเกิด   ในเมื่อปัญญา ขนาดนั้น

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:45:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้ามีคนถาม ว่า ทำมพระอรหันต์ไม่รู้เหตุ เกิด ราคะ   ละครับ รู้แล้ว ทำไม ทำ ให้เกิด  มันเกิดขึ้นเองโดยไม่มีปัจจัยหรือ
จะตอบว่าไงครับ

ผมไม่อยากถาม  ในทำนอง ซักไซ้ ไล่เลียง ให้เกิดความอึดอัด  แต่  
ควรพิจารณา   ความจริงด้วยครับ

104

กระทู้

6

เพื่อน

5414

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3861
ความดี
827
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-5-2020
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 07:56:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
Thman ตอบกลับเมื่อ 5-10-2015 06:52
พระสูตร อธิบายได้ตรงแล้ว เป็นขั้นตอนว่า
1. พระองค์ถา ...

พระสูตร อธิบายได้ตรงแล้ว เป็นขั้นตอนว่า
1. พระองค์ถามว่า เหตุในการพยากรณ์อรหัตผล หากเว้นจากการเชื่อผู้อื่น... แล้ว มีเหตุใดที่จะสามารถพยากรณ์ได้
2. ตรัสต่อมาว่า ภิกษุเห็นรูปด้วยตา (รูปแบบที่ทรงตรัสบ่อย) แล้วย่อมรู้ชัด (ใครจะรู้ชัดได้เท่าพระอรหันต์ ตรงนี้หมายถึงพยากรณ์ความเป็นอรหันต์แล้ว บาลีใช้คำว่า ปชานาติ มีคำนี้ปรากฏมากมายในสูตรที่ตรัสถึงการเป็นผู้รู้อยู่ของพระอรหันต์ทุกๆสูตร) ซึ่งราคะ โทสะ โมหะ อันมีอยู่ในภายใน (ทรงตรัสได้ตรงว่า มีเกิดในภายในของผู้ที่รู้ชัดนั้น) ว่า ราคะ โทสะ โมหะ มีอยู่ในภายใน
3. และเมื่อราคะ โทสะ โมหะ อันไม่มีอยู่ในภายในก็ใช้คำว่ารู้ชัดอีกเช่นกัน แสดงว่า รู้ชัดตั้งแต่ การเกิดมี หรือ ไม่เกิดมีขึ้น ก็รู้ตามเป็นจริง นี้เป็นการตามรู้ด้วยอริยสัจ ๔ เป็นปัญญาที่สรุปลงส่วนท้ายของพระสูตรว่าต้องมีเป็นเครื่องเจาะแทงกิเลส เหล่านี้ได้

ขอแสดงความเห็นครับ
ข้อ1. นอกจากเว้นจากการเชื่อผู้อื่นแล้ว ยังต้องเว้นจากความชอบใจ (ของตน) เว้นจากการฟังต่อๆ กันมา เว้นจากการนึกเดาเอาตามเหตุ เว้นจากการถือเอาใจความตามความเห็นของตน
ด้วยว่า พระสูตรนี้พระสูตรเดียว ที่บางท่านตีความว่า พระอรหันต์ มีราคะ โทสะ โมหะได้พระสูตรเดียว ซี่ง เข้ากันไม่ได้ ลงกันไม่ได้ กับอีกหลายร้อยพระสูตร
2. ต้องถามว่า ราคะ โทสะ โมหะ เป็นกิเลสหรือไม่ เป็นอาสวะหรือไม่
ุ้- ถ้าเป็นแล้ว ทำไมผู้มีสติสมบูรณ์ ทุกขณะจิต ผู้มีปัญญาสมบูรณ์ รู้แจ้งถึงความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา ขันธ์5ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ถึงปล่อยให้สภาพธรรมไหลเลยเกินไปจากแค่เวทนา ไปจนมีกิเลสได้
- ถ้าให้มี ราคะ โทสะ โมหะ ได้ในภายใน
ถามว่า มีได้นานเท่าไหร่ ถ้าตอบว่าจนกว่าจิตที่มีราคะ โทสะ โมหะดับ (ซึ่งจิตนั้นอาจจะ ถึง1วินาที 10วินาที 1นาที ถึง10นาที...) หรือมีได้นานเท่าไหร่ก็ได้จนจิตนั้นดับ โดยแค่พระอรหันต์รู้ชัด รู้แจ้งด้วยปัญญา ไม่ถือมั่น จะสมควรไม๊
3.ในหลายๆพระสูตร พระองค์ใช้คำว่า ความสิ้นไปของ ราคะ โทสะ โมหะ ในพระอรหันต์ ซึ่งเหมือนกับ ชาติสิ้นแล้ว คือไม่มี ไม่เกิด ไม่ปรากฎอีกต่อไปให้เห็นอีก ให้รู้อีก
-หรือจะเข้าใจว่า มีราคะ โทสะ โมหะ ในภายในก็รู้ชัด ก็พอ ผมว่านี้ยังไม่เป็นการจบ่ของพรหมจรรย์ ยังมีกิจที่ต้องทำ เพราะราคะ โทสะ โมหะ เป็นกิเลส เป็นอาสวะ ที่ยังมีอยู่

ตัวอย่างในความเห็นผม
เช่น มีคนด่า พระอรหันต์ ว่าหน้่าตาน่าเกลียด ท่านจะต้องรู้ชัดแต่แรกแล้วว่า เขาไม่ได้ด่าท่าน เพราะท่านไม่ยึดมั่น ถือมั่นในร่างที่เขาด่าแล้ว ต้องมีจิตไม่เลยจนมีโทสะ ถ้าท่านยังรักษาจิตที่มีโทสะต่อ ต่อไปก็จะแสดงออกทางกาย วาจา เพราะยังมีจิตที่มีโทสะ

4.ถ้าปรับความเห็นในพระสูตรนี้ให้เข้ากับหลายร้อยพระสูตร น่าจะถูกต้องกว่า หาเหตุผลมารับรองพระสูตรนี้ แต่ขัดกับพระสูตรอีกมากมายนะครับ

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิด กรุณาชี้แนะด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 08:21:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 08:59

จิตเกิดดับไวมาก จิตที่มีราคะเข้าประกอบไว้ สติ ปัญญาจะตัดกระแสธรรมเหล่านั้นได้ ไม่ทันที่ราคะจะมีผลต่อการเกิดปฏิจจสมุปบาทอย่างที่คิดได้  พระสูตรนี้(ที่โดนกล่าวหาว่าเป็นพระสูตรแกะดำ)เป็นพุทธวจนแน่นอน ดังนั้นย่อมไม่ขัดกับพระสูตรอื่นๆได้แน่นอน แต่พวกท่านต้องคิดสิว่า อะไรทำให้ราคะที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ส่งผลต่อจิตอรหันต์ได้ ปัญญาที่รู้ชัดเท่านั้นไม่ใช่หรือที่ตัดกระแสเหล่านี้ได้ อย่าคิดกันไปว่า ราคะเกิดไปจนทำให้วิมุตติกำเริบ แต่ให้คิดว่าเพราะปชานาติในสิ่งนั้นด้วยปัญญา ไม่มีอะไรให้เรียกว่าเป็นของท่านได้อีก

พระอาจารย์แสดงธรรมแจ่มแจ้งไม่ขัดแย้งแล้ว ต้องกลับไปฟังหลายๆรอบกันนะ

32

กระทู้

2

เพื่อน

3140

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2363
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-1-2020
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 10:25:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อ่าูนกระทู้นี้แล้วทำให้นึกถึงหนังจีน  ที่เคยดูในหลายๆเรื่อง ที่พูดว่า มาก็เหมือนไม่มา แล้วทำไมจึงต้องมาด้วย  มีก็เหมือนไม่มี     เมื่อนำมาเทียบกับประเด็นนี้ จะว่ามีก็ไม่ผิด  ไม่มีก็ไม่ผิด    มีก็เหมือนไม่มี  ไม่มีก็เหมือนมี   สุดยอดวิชา
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 26-5-2020 04:45 , Processed in 0.025422 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน