กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: bunpot

อยากสอบถามคนใกล้ชิด พุทธวจน เรื่องพระอรหันต์ มีราคะ โทสะ ได้หรือไม่ จาก กระทู้โ

[คัดลอกลิงก์]

36

กระทู้

0

เพื่อน

675

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
416
ความดี
146
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-1-2016
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 20:10:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระอรหันต์โกรธได้มั้ยครับ ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะโกรธนะครับ

36

กระทู้

0

เพื่อน

675

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
416
ความดี
146
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
9-1-2016
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 20:11:21 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ส่วนตัวคิดว่า พระอรหันต์เสวยเวทนาได้ แต่พระอรหันต์มีตัณหาได้มั้ยครับ

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5936
ความดี
3587
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
16-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 20:34:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-10-2015 20:41

มาถึงเวลานี้ เพื่อไม่ให้กระทู้ยืดยาวเกินไป ผมขอสรุปในความเห็นผมว่า
พระอรหันต์ มี ราคะ โทสะ โมหะ ไปปราศแล้ว
เพราะรู้ชอบในสิ่งเหล่านี้แล้ว
เมื่อมีเกิดขึ้นก็รู้แจ้งในสิ่งนั้นๆ
เมื่อไม่มีเกิดขึ้นก็รู้ชัดว่าไม่มีอยู่ในภายใน

บทสรุปที่น่าจะเป็นไปในทางเดียวกัน(ระหว่าง ผม กับ เหล่าท่าน) คือ
ในที่สุด ราคะ โทสะ โมหะ จะเป็นสิ่งที่ไม่ส่งผลต่อจิตของท่าน เพื่อยังภพใหม่ให้เกิดมีขึ้นได้อีกต่อไป

ความเห็นนั้นของผม มีทิฏฐิ ที่ตรงตามพระอาจารย์ ที่ท่านก็ศึกษามานานกว่าพวกเรามากๆ และยังเป็นพระปฏิบัติ
เหล่าท่านจะมีทิฏฐิอย่างไร ก็เป็นความเห็นของท่านอย่างหนึ่ง
เพราะ ทิฏฐิ นี้เป็นสังโยชน์อย่างหนึ่งครับที่จะทำการละนั้น ทำได้ยากในบุคคลทั่วไป

หากท่านยังศรัทธาพระอาจารย์ ให้เหล่าท่านนั้น
เข้าไปฟังคลิปนี้ ที่พระอาจารย์เพิ่งกล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อวาน
เมื่อเทียบกับคลิปอันก่อนที่ผมโพสไว้ ต่างกันหลายๆปี
แต่ทิฏฐิ ท่านพระอาจารย์ยังยืนยันเช่นเดิม ว่า  
พระอรหันต์ รู้ชัดซึ่งราคะ โทสะ โมหะ ที่เกิดขึ้นแล้ว ภายในจิต
ท่านพระอาจารย์ใช้คำว่า จิตอรหันต์ตั้งแต่เกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ของท่านแล้ว
จิตเกาะราคะ โทสะ โมหะ ก็ไม่ได้ยึดว่าเป็นของท่าน อย่างนี้

แถมท่านพระอาจารย์ยังกล่าวชัดเจนกว่าในที่ไหนๆที่ผมได้ฟังมา

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ได้เชื่อโดยฝ่ายเดียวว่าท่านเป็นพระอาจารย์
เพียงแต่การศึกษาของผม ตรงกับทิฏฐิที่ท่านอาจารย์บอกสอน ตามพุทธพจน์ที่ต่างคนต่างศึกษามาเช่นกัน
และน้อมตามเข้าใจได้เหมือนกัน หากหวังความเห็นว่า อย่าคิดว่า สิ่งนี้เท่านั้นใช่ สิ่งอื่นไม่
รบกวนเหล่าท่านเข้าไปฟังตามลิงค์ นี้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=9kXe2gbRSoE&feature=youtu.be

สนทนาธรรม เช้าวันเสาร์ วันที่ ๓ ตุลาคม 2558

ตั้งแต่ช่วงเวลาที่  1: 36 :00 ชม. - 1: 49 :22 ชม.



สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณลิงค์ และช่วงเวลาครับ  โพสต์เมื่อ 4-10-2015 23:48

104

กระทู้

6

เพื่อน

5414

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3861
ความดี
827
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 22:05:30 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอแสดงความเห็นครับ เนื่องจากเป็นความหมายที่สำคัญ
1.พระสูตรที่ตีความไม่เหมือนกันคือ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๘ ข้อ239-242
....
"ก็เหตุที่จะให้ภิกษุอาศัยพยากรณ์อรหัตผลฯลฯ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมรู้ชัดซึ่งราคะโทสะและโมหะอันมีอยู่ในภายในว่า
ราคะ โทสะ และโมหะมีอยู่ในภายในของเราภิกษุเห็นรูปชนิดใดด้วยจักษุแล้ว ย่อมรู้ชัดซึ่งราคะ
โทสะ และโมหะอัมีอยู่ในภายในว่า ราคะ โทสะ และโมหะมีอยู่ในภายในของเรา หรือรู้
ชัดซึ่งราคะ โทสะและโมหะอันไม่มีอยู่ในภายในว่า ราคะ โทสะ และโมหะไม่มีอยู่ในภายใน
ของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้พึงทราบด้วยการเชื่อต่อผู้อื่น พึงทราบด้วยความชอบใจ พึงทราบด้วยการฟังต่อๆ กันมา พึงทราบด้วยการนึกเดาเอาตามเหตุ หรือพึงทราบด้วยการ
ถือเอาใจความตามความเห็นของตนบ้างหรือหนอ ภิกษุเหล่านั้นกราบ  ทูลว่า ไม่ใช่อย่างนั้น
พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้พึงทราบได้เพราะเห็นด้วยปัญญามิใช่หรือ ฯ
ภิ. อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ"
-------------------------
1.1ผมตีความว่า ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ มี หรือ ไม่มี ในภายใน ทำให้คนอื่นไม่รู้ ไม่เห็นกับเราด้วย เรารู้ได้เฉพาะตัวเราเอง เห็นด้วยปัญญา ว่ามี หรือ ไม่มี ในภายใน
1.2 เนื่องจาก ราคะ โทสะ โมหะ เป็นนามมองไม่เห็นด้วยตา ต้องใช้ปัญญาพิจารณาว่า มี หรือ ไม่มี ในภายใน
1.3 โดยผมตีความเกณฑ์ในการพยากรณ์ อรหันตผล คือ  
      ถ้าเมื่อเกิดผัสสะ แล้วยังมี ราคะ โทสะ โมหะ อยู่ในภายใน ก็่ยังไม่เป็นอรหันต์
      ถ้าเมื่อเกิดผัสสะ แล้วไม่มี ราคะ โทสะ โมหะ อยู่ในภายใน ก็่เป็นอรหันต์

2. ราคะ โทสะ และโมหะ คือกิเลสใช่หรือไม่ ถ้าเป็นกิเลสควรแล้วหรือที่อรหันต์ (ผู้เบื่อหน่าย สิ้นกำหนัด จิตหลุดพ้น มีวิชชา สิ้นตัณหา) จะมี แม้จะดับไปเร็วดุจกระพริบตา เพราะไม่ถือมั่น

3. สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ กับ อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ถ้าพิจารณาในสายปฏิจสมุปบาท จะพิจารณาถึงแค่เวทนา ไม่เลยไปถึงตัณหา

4. สุขเวทนา ทุกขเวทนา  ไม่ควรหมายถึง ความพอใจ ไม่พอใจ (เดี๋ยวจะไปเกี่ยวกับ ตัณหา ฉันทะ ราคะ)
แต่เป็นสำราญ ไม่สำราญ ทางกายหรือทางใจ อันเกิดจากสัมผัส (พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๙/925-930)
-ความสำราญ ไม่สำราญ เกิดขึ้นเพราะร่างกายยังมีระบบประสาทสัมผัสอยู่ ทำให้วิญญาณรู้สึกได้ แต่ไม่ตั้งอาศัย ปรุงแต่งต่อจนเป็น ราคะ โทสะ โมหะ

5. พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๕
[๒๒๒] ....ภิกษุนั้นย่อมเสวยอารมณ์ทั้งที่พึงใจและไม่พึงใจ ยังเสวยสุขและทุกข์อยู่ เพราะความที่อินทรีย์ ๕เหล่า
ใดเป็นธรรมชาติไม่บุบสลาย อินทรีย์ ๕ เหล่านั้นของเธอยังตั้งอยู่นั่นเทียวดูกรภิกษุทั้งหลาย
ความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ ของภิกษุนั้น นี้เราเรียก
ว่า สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ
-----------------------------------
-ย่อมเสวยอารมณ์ทั้งที่พึงใจและไม่พึงใจ ยังเสวยสุขและทุกข์อยู่ เพราะความที่อินทรีย์ ๕เหล่า
ใดเป็นธรรมชาติไม่บุบสลาย อินทรีย์ ๕ เหล่านั้นของเธอยังตั้งอยู่นั่นเทียว  = ตามข้อ4
-ความสิ้นไป คือ น่าจะไม่เกิด ไม่มี ไม่ปรากฏ อีกเลย

ด้วยความเคารพในความเห็นของทุกท่านครับ
หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิด กรุณาชี้แนะ ขอบคุณครับ

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 22:49:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
จากในพระสูตร การพยากรณ์ อรหันต์ ของตน  ใช้ การวัด กิเลส 3  คือ ราคะ โทสะ โมหะ  เท่านั้นเอง
ถ้าบอกว่าพระอรหันต์ เกิด ราคะ โทสะ โมหะ ได้   แต่ หมด อุปทาน ราคะ โทสะ โมหะ สิ้นไป



ตรงไหนของพระสูตรพยากรณ์ อรหันต์กล่าวไว้ละ ครับ

พระพุทธเจ้า ตรัส เอาไว้ ว่า แค่กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ก็พยากรณ์อรหันต์ผลได้แล้ว  
แล้วทำไมถึง ไปต่อ เติม เรื่อง สัญโยชน์ อุปทาน  หมด ไปด้วยละครับ
ทั้งที่พระสูตรก็ใช้กิเลส 3 อย่าง 3 ตัวเอง


1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 22:58:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อัตตาวอุปทาน  ในพระสูตรพยากรณ์ อรหันต์  ก็ไม่ได้กล่าวเอาไว้ ทำไมไปเพิ่มละครับ

พระอาจารย์ สอนเสมอ ให้เชื่อ พุทธวจน อย่า ยึดถือ ท่าน ไม่ใช่เหรอครับ

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 23:11:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อาศัยพระสูตรพยากรณ์ อรหันต์ผล โดย วัด จาก ราคะ โทสะ โมหะ  เท่านั้น

ถ้าเข้าใจว่า พระอรหันต์ ราคะ โทสะ โมหะ  เกิดในจิต รู้ และ รู้ ราคะ โทสะ โมหะ ดับ

พระอริยะ ท่านอื่นอย่างโสดาบัน ก็ทำได้  
อย่างนี้ พระโสดาบัน  กับ พระอรหันต์ ก็เท่ากัน   
ตามพระสูตร  พุทธวจน ที่ไม่มีการต่อเติม เรื่อง  สัญโยชน์  อัตตาวอุปทาน

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 23:13:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมว่าควรกลับไปยึด พุทธวจน  ตามเดิมดี กว่า อย่า ต่อ เติมเพิ่ม ให้คนอื่นเข้าใจเองไปตามกำลังปัญญา เขาเถอะครับ

อย่าเอาปัญญาเราไปเทียบ พระพุทธเจ้าเลยครับ

104

กระทู้

6

เพื่อน

5414

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3861
ความดี
827
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
22-5-2020
โพสต์เมื่อ 4-10-2015 23:46:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออนุญาตครับ
ด้วยความเคารพนะครับ

เราทั้งหลายต่างเป็นผู้แสวงหาการหลุดพ้น ตามธรรมวินัยของพระตถาคต
โดย ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้า352
"....จึงพากันเล่าเรียน ไต่ถาม ทวนถามแก่กันและกันอยู่ว่า “ข้อนี้เป็นอย่างไร ?  มีความหมายกี่นัย ?” ดังนี้. ด้วยการทำดังนี้ เธอย่อมเปิดธรรมที่ถูกปิดไว้ได้,ธรรมที่ยังไม่ปรากฏ เธอก็ทำให้ปรากฏได้, ความสงสัยในธรรมหลายประการที่น่าสงสัย เธอก็บรรเทาลงได้"

-บางทีเรายังไม่เข้าใจ ความหมาย เหตุผลของกันและกัน ก็ขอให้ยกไว้ก่อน จะได้คุยกันต่อได้นะครับ

0

กระทู้

0

เพื่อน

45

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
18
ความดี
12
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 5-10-2015 06:41:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Thman เมื่อ 5-10-2015 09:02
bunpot ตอบกลับเมื่อ 4-10-2015 23:11
อาศัยพระสูตรพยากรณ์ อรหันต์ผล โดย วัด จาก ราคะ โทสะ โ ...

เพราะปัญญามีต่างกัน โสดาบันจนถึงอนาคามี เป็นเพียง กำหนดรู้แล้วปฏิบัติเพื่อคลายกำหนัด (ไปศึกษาเรื่องนิยามของเสขบุคคลและความแตกต่างกันของเสขะ กับ อเสขะ ทรงตรัสกับพระสารีบุตร)

ส่วนปัญญาของพระอรหันต์นั้น บริบูรณ์แล้ว จะรู้ชัดตามที่เป็นจริง(ประโยคใช้บ่อยสำหรับพระอรหันต์)
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 26-5-2020 03:39 , Processed in 0.104450 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน