กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เจ้าของ: bunpot

อยากสอบถามคนใกล้ชิด พุทธวจน เรื่องพระอรหันต์ มีราคะ โทสะ ได้หรือไม่ จาก กระทู้โ

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:25:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สอุปปานิเสสนิพพานธาตุ
สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ
เป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ ทำ
กิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระลงได้แล้ว มีประโยชน์ของตนอันบรรลุแล้ว มี
สังโยชน์ในภพนี้สิ้นรอบแล้ว หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ภิกษุนั้นย่อมเสวย
อารมณ์ทั้งที่พึงใจและไม่พึงใจ ยังเสวยสุขและทุกข์อยู่ เพราะความที่อินทรีย์ ๕
เหล่าใดเป็นธรรมชาติไม่บุบสลาย อินทรีย์ ๕

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5936
ความดี
3587
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
16-5-2020
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:32:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 3-10-2015 21:34
bunpot ตอบกลับเมื่อ 3-10-2015 21:23
อินทรีย์ 5 นะครับ ไม่ใช่อินทรีย์6
อินทรีย์5  แปลได้หลา ...

อินทรีย์ ที่ผมกล่าวถึง ผมไม่ได้หมายถึง อินทรีย์ ๕ อย่างที่ท่านเข้าใจครับ
แต่เพราะอินทรีย์ มีหลายปริยาย ผมหมายถึง อินทรีย์ ๖ ประการ ตามที่พระศาสดาทรงตรัส อย่างนี้ครับ

-------------------------------------------------------------------------------------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายอย่างไร
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ
เธอย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์
ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก
คืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น
ชื่อว่ารักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์

ภิกษุฟังเสียงด้วยหู ...
ดมกลิ่นด้วยจมูก ...
ลิ้มรสด้วยลิ้น...
ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ...
รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจ
แล้ว ไม่ถือนิมิต ไม่ถืออนุพยัญชนะ เธอย่อมปฏิบัติเพื่อความสำรวมมนินทรีย์
ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก
คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น
ชื่อว่ารักษามนินทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในมนินทรีย์

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายสารถีฝึกม้าผู้ฉลาดเป็นอาจารย์ฝึกฝนม้า ขึ้นสู่รถม้าอันเทียมแล้วซึ่งมีประตักอันวางไว้แล้ว ถือเชือกด้วยมือซ้ายถือประตักด้วยมือขวา ขับไปทางหน้าก็ได้ ถอยกลับข้างหลังก็ได้ ในถนนใหญ่ ๔ แยก ซึ่งมีพื้นเรียบดี  ตามความประสงค์ ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมศึกษาเพื่อจะรักษา ศึกษาเพื่อจะสำรวมศึกษาเพื่อจะฝึกฝน
ศึกษาเพื่อจะระงับอินทรีย์ทั้ง ๖ เหล่านี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลายอย่างนี้แล ฯ

รถสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๘ ข้อ๓๑๗.

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:35:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ภิกษุ ท. ! หลักเกณฑ์นั้นมีอยู่ ซึ่งเมื่อบุคคลอาศัยแล้วไม่ต้อง อาศัยความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การตริตรึกไปตามอาการ การเห็นว่ามันเข้ากันได้กับทิฏฐิของตนเลย ก็อาจพยากรณ์การบรรลุอรหัตตผลของตนได้ โดยรู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำ เพื่อความเป็นอย่างนี้ มิได้มีอีก” ดังนี้.
ภิกษุ ท. ! หลักเกณฑ์นั้น เป็นอย่างไรเล่า ?

ถ้ามีราคะ  ก็  พยากรณ์ตนได้เลยว่ายังไม่บรรลุอรหันต์
ถ้าไม่มีราคะ ก็ พยากรณ์ตนได้เลยว่าบรรลุอรหันต์   

หลักเกณฑ์นั้นมีอยู่ ซึ่งเมื่อบุคคลอาศัยแล้วไม่ต้อง อาศัยความเชื่อ ความชอบใจ การฟังตาม ๆ กันมา การตริตรึกไปตามอาการ การเห็นว่ามันเข้ากันได้กับทิฏฐิของตนเลย ก็อาจพยากรณ์การบรรลุอรหัตตผลของตนได้

ความหมายพระสูตร ผมเข้าใจแบบนี้
ไม่ได้หมายความว่า พระอรหันต์ ต้องเป็นแบบนี้คือ มีราคะ รู้ ไม่มีราคะ รู้

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:38:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้าพระอรหันต์ มี ราคะ โทสะ โมหะ  รู้  
ถ้าเข้าใจผิดแบบนี้ จะขัดกับอีกหลายพระสูตร  เช่น เจโตวิมุติ ที่ไม่กำเริบ
มิจฉาวิมุติ
สัมมาวิมุติ

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:46:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลไม่ละธรรม ๓ ประการแล้ว ก็ไม่อาจละชาติ ชรา มรณะได้ ๓ ประการ
เป็นไฉน คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑ โมหะ ๑

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  ถูกต้องครับ เพราะรู้รอบแล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป  โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:56

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5936
ความดี
3587
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
16-5-2020
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 21:54:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระสูตรตามพระศาสดาทรงตรัสไว้ที่ผมโพสนั้น ชัดเจนแล้วว่า
"ย่อมรู้ชัดซึ่งราคะ โทสะ และโมหะอันมีอยู่ในภายใน
ว่า ราคะ โทสะ และโมหะมีอยู่ในภายในของเรา" ...นี้เป็นพุทธพจน์

แต่ท่านควรจะอธิบายไปในแนวทางว่า
เพราะพระอรหันต์ มีความรู้ยิ่ง รู้รอบแล้วในธรรมทั้งปวง
มีปัญญา เป็นเครื่องเจาะแทงกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์แล้วโดยชอบ
การอธิบายแบบนี้ จะทำให้ ไม่ขัดกับพระสูตรใดๆเลยครับ

ลองไปพิจารณาถึงอรหันต์ที่มีนิพพานธาตุประเภทสอุปทิเสสนิพพานธาตุ
แม้จบกิจแล้ว แต่ยังต้องเสวยเวทนาอันชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง เป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง
กรณีแบบนี้ ก็เช่นกันอย่างนั้น ทำไมท่านไม่สงสัยบ้างหรือในพระสูตรนี้ว่า
ทำไมบรรลุอรหันต์แล้ว ยังเสวยเวทนาที่เป็นทุกข์ ไม่พอใจได้ด้วยหรือ
คำตอบพึงมีว่า เพราะพระอรหันต์ทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้รู้ยิ่ง รู้รอบ แล้วในเวทนาทั้งหลาย
ย่อมเห็นเวทนาทั้งหลายเหล่านั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง ...
เวทนาทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อเสวยแล้ว จึงเป็นของที่ดับลงไปได้ เพราะรู้ชอบอย่างนี้ครับ

การเกิดขึ้นของ ราคะ โทสะ โมหะ ก็เป็นเช่นนั้น

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 22:15:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แต่ก็ขัดกับเจโตวิมุติ ที่ไม่กำเริบ นะครับ

เวทนา ที่ไม่น่าชอบใจ  ก็คือโทมนัสอินทรีย์อันอาศัยเนกขัมมะ ไงครับ  การเสวยเวทนาอันไม่มีกิเลส

จะนำไปรวมกับโทมนัส ในเรือนที่มีกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ ได้อย่างไร

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 22:17:48 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อย่างที่พระอาจารย์กล่าวไว้  ธรรมขัดแย้งกันไม่ได้   เจโตวิมิตุที่ไม่กำเริบ   ไม่ควรขัดแย้งกับพระอรหันต์มีราคะ โทสะ โมหะ

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 22:19:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระสูตร ท่านกล่าวถึงการพยากรณ์ว่า  ภิกษุ   นั้น
ไม่ใช่พระอรหันต์นั้น

นี่ครับ

1

กระทู้

0

เพื่อน

96

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
38
ความดี
28
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
5-10-2015
โพสต์เมื่อ 3-10-2015 22:26:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ราคะ  ก็คือ อุปทาน
โทสะ ก็คือ อุปทาน
โมหะก็คือ อุปทาน

แล้วพระอรหันต์  จะมีราคะโมสะโมหะ  มันขัดแย้งกันนะครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 26-5-2020 03:43 , Processed in 0.055854 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน