กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: อรคะ

เรื่องบทสวดมนต์คะ

[คัดลอกลิงก์]

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 25-3-2012 00:57:35 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย bird เมื่อ 25-3-2012 01:03

ขอโอกาสแสดงความเห็น ในพระสูตร เนื้อที่ไม่คารบริโภคและเนื้อที่ควรโภค ๓ อย่าง และพระสูตรพุทธบัญญติห้ามฉันเนื้อ10 อย่างครับ
พระสูตร๒พระสูตรนี้ท่านบัญญัติห้ามภิกษุครับถ้าภิกษุฉันแล้วต้องอาบัติ ไม่ใด้บังคับใช้กับฆราวาสครับ
แต่ถ้าฆราวาสจะนำไปใช้ก็ใด้ไม่ผิดแต่อย่างใด ศีลข้อที่หนึ่ง เจตนางดเว้นจากการฆ่าก็พอ เรื่องการบริโภคนั้นขอเสนอพระสูตรสักสองพระสูตรซึ่งเมื่อปฏิบัติตามใด้แล้ว มีอานิสงค์ละสังโยชณ์ ๕ เป็นพระอนาคามี เลยทีเดียว
    ...พระสูตร กพฬีการาหาร (อาหารคือคำข้าว) ที่หยาบบ้างละเอียดบ้าง (อุปมาบริโภคเนื้อบุตร)....
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ก็กพฬีการาหาร จะพึงเห็นใด้อย่างไร? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เปรียบเหมือนภรรยาสามีสองคน ถือเอาสะเบียง
สำหรับเดินทางเล็กน้อย เดินไปสู่หนทางอันกันดาร.สองภรรยาสามีนั้น มีบุตรน้อยคนเดียวผู้นารักน่าเอ็นดูอยู่คนหนึ่ง เมื่อขณะเขาทั้งสอง
กำลังเดินไปตามทางอันกันดารอยู่น้ัน สะเบียงสำหรับเดินทางที่เขามีอยู่เพียงเล็กน้อยนั้น ได้หมดสิ้นไป หนทางอันกันดารนั้น ยังเหลืออยู่
เขาทั้งสองนั้น ยังไม่เดินข้ามหนทางอันกันดารนั้นไปใด้,ครั้งนั้นแล สองภรรยาสามีนั้น ได้มาคิดกันว่า "สะเบียงสำหรับเดินทางของเรา
ทั้งสองที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยนี้ได้หมดสิ้นลงแล้ว หนทางอันกันดารนี้ยังเหลืออยู่ ทั้งเราก็ยังไม่เดินข้ามหนทางอันกันดารนี้ไปใด้ อย่ากระนั้น
เลย เราทั้งสองพึงฆ่าบุตรน้อยคนเดียวผู้น่ารักน่าเอ็นดูนี้เสีย แล้วทำเป็นเนื้อเค็ม และเนื้อย่าง บริโภคเนื้อบุตรนี้แหละ เดินข้ามหนทางอันกันดารที่ยังเหลืออยู่นี้กันเถิด เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ พวกเราทั้งสามคนจะต้องพากันพินาศหมดแน่" ดังนี้. ครั้งนั้นแล
ภรรยาสามีทั้งสองนั้น จึงฆ่าบุตรน้อยคนเดียวผู้น่ารักน่าเอ็นดูนั้น แล้วทำเป็นเนื้อเค็มและเนื้อย่าง บริโภคเนื้อบุตรนั้นเทียว
เดินข้ามหนทางอันกันดารที่ยังเหลืออยู่นั้น. สองภรรยาสามีนั้น บริโภคเนื้อบุตรไปพรางพร้อมกับค่อนอกไปพราง รำพันว่า
"บุตรน้อยคนเดียวของเราไปใหนเสีย บุตรน้อยคนเดียวของเราไปใหนเสีย" ดังนี้.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เธอจะสำคัญความข้อนี้ ว่าอย่างไร? สองภรรยาสามีนั้น จะพึงบริโภคเนื้อบุตรเป็นอาหาร เพื่อความเพลิดเพลิน
สนุกสนานบ้าง เพื่อความมัวเมาบ้าง เพี่อประดับประดาบ้าง หรีอเพื่อตบแต่ง(ร่างกาย)บ้าง หรีอหนอ?
ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นกราบทูลว่า "ข้อนั้นหาเป็นเช่นนั้ไม่ พระเจ้าข้า!" แล้วตรัสต่อไปว่า "ถ้าอย่างนั้น สองสามีภรรยานนัั้น จะพึงบริโภค
เนื้อบุตรเป็นอาหาร เพียงเพื่อ(อาศัย)เดินข้ามหนทางอันกันดารเท่านั้นใช่ใหม?  "ใช่พระเจ้าข้า!"  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อนี้มีอุปมาฉันใด,
เราย่อมกล่าวว่า กพฬีการาหาร อันอริยะสาวกพึงเห็น (ว่ามีอุปมาเหมีอนเนื้อบุตร) ฉันนั้น. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เมื่อกพฬีการาหาร
อันอริยสาวกกำหนดรู้ได้แล้ว, ราคะ (ความกำหนัด) ที่มีเบญจกามคุณเป็นแดนเกิด ย่อมเป็นสิ่งที่อริยสาวกนั้นกำหนดรู้ได้แล้วด้วย;
เมื่อราคะที่มีเบญจกามคุณเป็นแดนเกิด เป็นสี่งที่อริยสาวกนั้นกำหนดรู้ได้แล้ว. สังโยชน์ชนิดที่อริยสาวกประกอบเข้าแล้ว
จะพึงเป็นเหตุให้มาสู่โลกนี้ได้อีก ย่อมไม่มี.       - มหาวรรค อภิสมยสังยุตต์ นิทาน.สํ. 16/118/240

13

กระทู้

7

เพื่อน

910

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
661
ความดี
17
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
10-5-2013
โพสต์เมื่อ 25-3-2012 01:38:30 จากโทรศัพท์มือถือ |ดูโพสต์ทั้งหมด
         ..พระไตรปิฏกเล่มที่13 สุตตันตปิฏกเล่มที่ 5 หน้าที่24 ข้อที่ 29-31..
ดูก่อนมหานาม อย่างไร อริยสาวกจึงจะชื่อว่าเป็นผู้รู้ในโภชนะ อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ พิจจารณาโดยแยบคายแล้วกลืนกินอาหาร ไม่ใช่เพื่อจะเล่น เพื่อจะมัวเมา เพื่อความผ่องใส เพื่อความงดงาม เพียงเพื่อความดำรงอยู่แห่งกายนี้ เพื่อให้กายนี้เป็นไปได้
เพื่อบำบัดความอยากอาหาร เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์ ด้วยคิดว่า จักกำจัดเวทนาเก่าเสียด้วย จักไม่ให้เวทนาใหม่เกิดขึ้นด้วย
ความเป็นไปแห่งอิริยาบถ ความเป็นผู้ไม่มีโทษ และความอยู่เป็นผาสุกจักมีแก่เรา
ดูก่อนมหานาม อย่างนี้แล อริยสาวกชื่อว่าเป็นผู่รู้ประมาณในโภชนะ..

6

กระทู้

9

เพื่อน

1072

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
2
สตางค์
846
ความดี
90
ชื่อเสียง
4
ล่าสุด
28-11-2015
โพสต์เมื่อ 26-3-2012 08:56:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คุณอรครับ...ฟัง VCD ปฏิจจสมุปบาทชุดที่ 1 และ 2 ทั้ง 2 แผ่น ฟังบ่อยๆจะเข้าใจดีขึ้นๆเองครับ แรกๆอาจจะยังไม่เข้าใจ ฟังซ้ำๆไปหลายๆรอบ จะค่อยๆเข้าใจไปตามลำดับ ผมเองฟังซ้ำๆเกือบ 10 รอบแล้ว มีความเข้าใจมากขึ้น หลังจากนั้นถ้ายังสงสัยตรงไหน จึงมากราบเรียนถามพระอาจารย์ หรือส่งคำถามไปที่ สนทนาธรรมค่ำวันเสาร์ ก็ได้ครับ

10

กระทู้

8

เพื่อน

994

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
679
ความดี
5
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
15-3-2013
โพสต์เมื่อ 26-3-2012 11:10:07 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาทุกความเห็นด้วยครับ
สิ่งใดมีความเกิด เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมด มีความดับไป เป็นธรรมดา

1

กระทู้

1

เพื่อน

28

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
22
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
26-3-2012
โพสต์เมื่อ 26-3-2012 13:40:18 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับทุกคำตอบนะคะ จะพยายามศึกษาและปฎิบัติคะ

0

กระทู้

3

เพื่อน

59

เครดิต

สมาชิกระดับ 2

Rank: 2

บล็อก
0
สตางค์
49
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
27-4-2012
โพสต์เมื่อ 10-4-2012 12:48:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สาธุ สาธุ สาธุค่ะ
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 17-10-2019 22:53 , Processed in 0.124845 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน