กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1318|ตอบกลับ: 1

วิญญาณขันธ์กับวิญญาณ

[คัดลอกลิงก์]

1

กระทู้

0

เพื่อน

6

เครดิต

สมาชิกระดับ 1

Rank: 1

บล็อก
0
สตางค์
5
ความดี
0
ชื่อเสียง
0
ล่าสุด
8-9-2011
โพสต์เมื่อ 8-9-2011 10:27:57 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เน เมื่อ 2011-9-8 10:39

กราบนมัสการค่ะ โยมอยากถามเพื่อความแน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือผิด คำว่า วิญญาณขันธ์กับวิญญาณนี้เป็นคือความหมายเดียวกัน คือ การรับรู้ ความรู้สึก หรือ ที่เรียกว่า ผู้รู้ ในสังขตธรรม ใช่ไหมค่ะ?
แล้ว อารมณ์ที่รู้แจ้ง คืออะไร? จากการที่ผู้รู้เข้าไปรู้อารมณ์นี้   มีพระสูตรไหนอธิบายให้เข้าใจได้ค่ะ

8

กระทู้

20

เพื่อน

1244

เครดิต

ผู้ดูแลพิเศษ

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
929
ความดี
26
ชื่อเสียง
5
ล่าสุด
20-4-2017
โพสต์เมื่อ 8-9-2011 16:04:26 |ดูโพสต์ทั้งหมด
วิญญาณ / วิญญาณขันธ์

ภิกษุทั้งหลาย เบญจขันธ์ เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย รูป...เวทนา...สัญญา...สังขาร ชนิดใดชนิดหนึ่ง มีอยู่ จะเป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบันก็ตาม
เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม มีในที่ไกลหรือที่ใกล้ก็ตาม ;
นี้ เรียกว่า รูปขันธ์...เวทนาขันธ์...สัญญาขันธ์...สังขารขันธ์.

ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณ ชนิดใดชนิดหนึ่ง มีอยู่ จะเป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบันก็ตาม
เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม หยาบหรือละเอียดก็ตาม เลวหรือประณีตก็ตาม มีในที่ไกลหรือที่ใกล้ก็ตาม ;
นี้ เรียกว่า วิญญาณขันธ์.

ภิกษุทั้งหลายเหล่านี้ เรียกว่า เบญจขันธ์.

ขนฺธ. สํ. ๑๗/๕๙/๙๕.



ความหมายของวิญญาณ

ภิกษุทั้งหลาย คนทั่วไป กล่าวกันว่า “วิญญาณ” เพราะอาศัยความหมายอะไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย เพราะกิริยาที่รู้แจ้งได้ มีอยู่ในสิ่งนั้น ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า วิญญาณ.

สิ่งนั้น ย่อมรู้แจ้งซึ่งอะไร ?
สิ่งนั้น ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเปรี้ยวบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความขมบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเผ็ดร้อนบ้าง,
ย่อมรู้แจ้งซึ่ง ความหวานบ้าง, ย่อมรู้แจ้งซึ่งความขื่นบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความความไม่ขื่นบ้าง,
ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความเค็มบ้าง, ย่อมรู้แจ้ง ซึ่งความไม่เค็มบ้าง (ดังนี้เป็นต้น).
ภิกษุทั้งหลาย เพราะกิริยาที่รู้แจ้งได้ มีอยู่ในสิ่งนั้น ดังนั้น สิ่งนั้น จึงถูกเรียกว่า วิญญาณ.

ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๐๖/๑๕๙.


ที่ตั้งของวิญญาณ

ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา รูป ตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ได้, เป็นวิญญาณที่มีรูปเป็นอารมณ์
มีรูปเป็นที่ตั้งอาศัย มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ ก็ถึงความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์ ได้;

ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณ ซึ่งเข้าถือเอา เวทนา...สัญญา...สังขาร ตั้งอยู่ ก็ตั้งอยู่ได้, เป็นวิญญาณที่มีเวทนาเป็นอารมณ์
มีเวทนาเป็นที่ตั้งอาศัย มีนันทิเป็นที่เข้าไปส้องเสพ ก็ถึงความเจริญ งอกงาม ไพบูลย์ ได้;

ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใด จะพึงกล่าวอย่างนี้ ว่า “เราจักบัญญัติ ซึ่งการมา การไป การจุติ การอุบัติ ความเจริญ
ความงอกงาม และความไพบูลย์ของวิญญาณ โดยเว้นจากรูป เว้นจากเวทนา เว้นจากสัญญา และเว้นจากสังขาร” ดังนี้นั้น,
นี่ ไม่ใช่ฐานะที่จักมีได้เลย.

ขนฺธ. สํ. ๑๗/๖๗/๑๐๖-๑๐๗.

นตฺถิ  นุ  โข  ตํ  กิญฺจิ  โลกสฺมึ  ยมหํ  อุปาทิยมาโน  นวชฺชวา  อสฺสํ
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดๆ เลย ที่เมื่อเรายึดถืออยู่ เราจักเป็นผู้หาโทษมิได้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 19-9-2019 07:16 , Processed in 0.061258 second(s), 19 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน